User :
Password :
สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน

ข่าวธรรมะ

ประวัติพระเกจิอาจารย์

ท่องเที่ยวทำบุญไหว้พระ

สถานที่ปฏิบัติธรรม

ดูดวง

ตำแหน่งโฆษณา
หมวด » ท่องเที่ยวทำบุญไหว้พระ » วัตในประเทศไทย

 

วัดโสธรวรารามวรวิหาร

วัดโสธรวรารามวรวิหาร

วัดโสธรวรารามวรวิหาร ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมือง ริมแม่น้ำบางปะกง เดิมชื่อว่า "วัดหงษ์" สร้างในสมัยกรุงศรี
ีอยุธยาตอนปลายเป็นที่ประดิษฐาน "หลวงพ่อพุทธโสธร" พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของฉะเชิงเทราเป็นพระพุทธรูป
ปูนปั้นปางสมาธิ หน้าตักกว้าง 1.65 เมตร สูง 1.48เมตร ฝีมือช่างล้านช้างตามประวัติเล่าว่าได้ปาฏิหาริย์ลอยน้ำมา
และมีผู้อัญเชิญขึ้นมาประดิษฐานที่วัดแห่งนี้ แต่เดิมเป็นพระพุทธรูปหล่อสำริดปางสมาธิหน้าตักกว้างศอกเศษรูปทรง
สวยงามมาก แต่พระสงฆ์ในวัดเกรงจะมีผู้มาลักพาไปจึงได้เอาปูนพอกเสริมหุ้มองค์เดิมไว้จนมีลักษณะที่เห็นในปัจจุบัน ทุกวันจะมีผู้คนมานมัสการปิดทองหลวงพ่อพุทธโสธรจำนวนมาก
        เนื่องจากอุโบสถหลังเก่ามีสภาพทรุดโทรมและคับแคบ ทางคณะกรรมการวัดจึงได้มีมติให้รื้อพระอุโบสถหลังเก่า
และสร้างพระอุโบสถหลังใหม่ โดยมีสำนักงานโยธาจังหวัดเป็นผู้ควบคุมการก่อสร้างเป็นอาคารทรงไทยที่ออกแบบพิเศษ
เฉพาะรัชกาลลักษณะแบบพระอุโบสถเป็นหลังคาประกอบเครื่องยอดชนิดยอดทรงมณฑปแบบไทย ต่อเชื่อมด้วยวิหาร
ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ด้านข้างต่อเชื่อมด้วยอาคารรูปทรงเดียวกับพระวิหารเป็นอาคารมุขเด็จ จึงมีลักษณะเป็นอาคาร
มีหลังคาแบบจตุรมุขอย่างปราสาทไทย กว้าง 44.5 เมตร ยาว 123.50 เมตร ส่วนกลางพระอุโบสถมียอดมณฑปสูง 85 เมตร ยอดมณฑปมีลักษณะเป็นฉัตร 5 ชั้น มีความสูง 4.90 เมตร ยอดฉัตรเป็นทองคำน้ำหนัก ๗๗ กิโลกรัม มูลค่า 44 ล้านบาท ผนังด้านนอกพระอุโบสถปูด้วยหินอ่อนจากเมืองคาร์ราร่า ประเทศอิตาลี ผนังด้านในเป็นงานจิตรกรรม
ฝาผนัง โดยศิลปินแห่งชาติซึ่งเป็นผู้เขียนภาพประกอบพระราชนิพนธ์เรื่องพระมหาชนก
       ส่วนสำคัญที่สุดคือ ส่วนกลางของพระอุโบสถซึ่งเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อพุทธโสธร ประกอบด้วยภาพจิตรกรรม
ฝาผนังโดยรอบนับตั้งแต่พื้นพระอุโบสถ เสา ผนัง และเพดานจะบรรจุเรื่องราวให้เป็นแดนแห่งทิพย์เป็นเรื่องราวของ
สีทันดร มหาสมุทร จตุโลกบาล สวรรค์ดาวดึง พรหมโลก ดวงดาว และจักรวาลตำแหน่งของดวงดาวบนเพดานจะกำหนด
ตำแหน่งตามดาราศาสตร์ ตรงกับวันที่ 5 กันยายน พ.ศ.2539 ซึ่งเป็นวันยกยอดฉัตรทองคำเหนือมณฑปพระอุโบสถ และภาพของจักรวาลบนเพดานจะเป็นภาพเขียน ประดับโมเสกสี จึงเป็นพระอุโบสถที่มีขนาดใหญ่และสวยงามที่สุด
 
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา 24000
โทรศัพท์ 038 511 449
 


 

 
 
ประัวัิติพระพุทธโสธร 
          พระพุทธโสธร หรือเรียกกันสามัญทั่วไปว่า "หลวงพ่อโสธร" เป็นพระทรงอานุภาพศักดิ์สิทธิ์เป็นมิ่งขวัญของ
ชาวแปดริ้วและเป็นที่รู้จักเคารพบชูาของ ประชาชนทั่วประเทศ หลวงพ่อโสธร เป็นพระรูปปางสมาธิ หน้าตักกว้าง 3 ศอก
5 นิ้ว เป็นพระพุทธรูปพอกปูนลง รักปิดทองพระเนตรเนื้อแบบสมัยลานช้าง หรือเรียกกันสามัญว่า พระลาว พระพุทธรูป
แบบนนิยมสร้างกันมากที่เมือง หลวงพระบางอินโดจีนและภาคอิสาน ของประเทศไทย ประดิษฐานอยู่ใน พระอุโบสถ
วัดโสธร อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา ตำนาน หรือประวัติของหลวงพ่อโสธรนี้หาหลักฐานยืนยันแน่นอนไม่ได้เป็น
เพียงคำบอกเล่าสืบๆกันมา ประวัติที่เกี่ยวกับวัดโสธรเท่านั้น หลวงพ่อโสธรมาประดิษฐานอยู่ที่วัดโสธรนานเท่าใด พอจะมี
ีคำบอกเล่าอันเกี่ยวโยง ถึงหลวงพ่อวัดบ้านแหลม จังหวัดสมุทรสงคราม ตามประวัติหลวงพ่อพ่อวัดบ้านแหลมกับ
หลวงพ่อวัดโสธรลอยน้ำมาด้วยกัน และเป็นพี่น้องกันและชาวบ้านแหลมได้อัญเชิญหลวงพ่อวัดบ้านแหลมขึ้นจากน้ำ
เมื่อ พ.ศ. 2313 จึงคาดคะเนว่าหลวงพ่อ ก็มาประดิษฐานอยู่ทีวัดโสธรราว พ.ศ.2313 หรือก่อนนั้นก็ไม่นานนัก
        ประวัติความเป็นมาของหลวงพ่อโสธรนี้มีผู้เล่าสืบๆ กันมาหลายกระแสว่า หลวงพ่อโสธรลอยน้ำมามีคำปรารถว่า ล่วงกาลนานมาแล้วยังมีพระพี่น้องชายสามองค์อยู่ทางเมืองเหนือ มีอิทธิปาฏิหาริย์แสดงฤทธิ์ได้ ได้อภินิหารล่องลอย
ตามแม่น้ำมาจากทิศเหนือเพื่อให้คนทางทิศใต้ได้เห็น ในที่สุดมาผุดขึ้นที่แม่น้ำบางปะกงที่ ตำบลสัมปทวน และแสดง
ปาฏิหารย์ลอยน้ำและ ทวนน้ำได้ทั้งสามองค์ ประชาชนชาวสัมปทวนได้พบเห็นจึงช่วยกันเอาเชือกพรวนมนิลาลงไปผูก
มัดที่องค์พระพุทธรูปทั้งสามองค์นั้น แล้วช่วยกันฉุดลากขึ้นฝั่งด้วยจำนวนผู้คนประมาณ 500 คน ก็ฉุดขึ้นไม่ได้เชือกขาด
ไม่สำเร็จตามความประสงค์ พากันเลิกไป ครั้นแล้วพระพุทธรูปหล่อทั้งสามองค์ก็จมน้ำหายไป สถานที่พระสามองค์ลอย
น้ำและทวนน้ำได้นี้เลยให้ชื่อว่า"สามพระทวน" ต่อมา เรียกว่า "สัมปทวน" ได้แก่แม่น้ำหน้าวัดสัมปทวน อ.เมืองแปดริ้ว ทุกวันนี้ ต่อจากนั้นพระทั้งสามองค์ก็ลอยตามแม่น้ำบางปะกง เลยผ่านหน้าวัดโสธรไปถึงคุ้งน้ำใต้วัดโสธรแสดงฤทธิ์ผุดขึ้น
ให้ชาวบ้านบางนั้นเห็น ชาวบ้านได้ช่วยกันฉุดขึ้นฝั่งทำนองเดียวกับชาว สัมปทวนแต่ก็ไม่สำเร็จ จึงเรียกหมู่บ้านและ
คลองนั้นว่า " บางพระ " มาจนทุกวันนี้ จากนั้นพระพุทธรูปทั้งสามองค์ก็ได้แผลงฤทธิ์ ลอยทวนน้ำวนอยู่ที่หัวเลี้ยวตรง
กองพันทหารช่างที่ 2 จังหวัดฉะเชิงเทรา และแสดงปาฏิหาริย์จะเข้าไปในคลองเล็กๆ ตรงข้ามกอง พันทหารช่างนั้น
สถานที่พระลอยวนอยู่นั้นเรียกกันว่า " แหลมหัววน" และคลองนั้น ก็ได้นามว่า คลองสองพี่น้อง (สองพี่สองน้อง)          หลังจากนั้นองค์พี่ใหญ่ได้แสดงอิทธิปาฏิหารย์ไปลอยอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยาตอนสามเสนประชาชนประมาณ
สามแสนคนช่วยกันฉุดอา ราธนาขั้นฝั่งก็ไม่สำเร็จแล้วล่องเลยไปผุดขึ้นที่ลำน้ำแม่กลอง จ.สมุทรสงคราม ประชาชนชาว
ประมงอาราธนาขึ้นประดิษฐานอยู่ทีวัดบ้านแหลม ทุกวันนี้เป็นที่บูชานับถือกันว่าเป็นพระศักดิสิทธิ์เท่าๆ กับหลวงพ่อโสธร ส่วนองค์สุดท้องล่องลอยไปผุดขึ้นที่วัดบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ และชาวบางพลีได้อัญเชิญประดิษฐานอยู่ที่
ี่วัดบางพลีใหญ่ในอำเภอบางพลี ก็ปรากฏว่ามีผู้คนเคารพนับถือมาก พระพุทธรูปหล่อองค์กลาง นั้นคือหลวงพ่อโสธร
เมื่อลอยตามน้ำมาจากหัววนดังกล่าวแล้วมาผุดขึ้นที่ท่าหน้าวัดโสธร กล่าวกันว่า ประชาชนจำนวนมากทำการบวงสรวงแล้ว
เอาด้ายสายสิญน์คล้องกับพระหัตถ์หลวงพ่อโสธรอัญเชิญขึ้นมาบนฝั่งนำไปประดิษฐานในวิหารสำเร็จตามความประสงค์
แล้วก็จัดให้มีการฉลองสมโภชและให้นามหลวงพ่อว่า " หลวงพ่อโสธร"
         องค์หลวงพ่อโสธรจริงในสมัยที่ได้มาเดิมนั้นเป็นพระพุทธรูปหล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ปางสมาธิเพ็ชรหน้าตักกว้าง
ศอกเศษ ทรงสวยงาม ต่อมาพระสงฆ์ในวัดเห็นว่ากาลต่อไปภายภาคหน้า ฝูงชนที่มี ตัณหา และโลภะแรงกล้า มีอัธยาศัย
เป็นบาปลามก หมดศรัทธาหาความเลื่อมใสมิได้ จักนำเอาไปเป็นประโยชน์ส่วนตัวเสียไม่เป็นการปลอดภัยจึงพอกปูน
เสริมให้ใหญ่หุ้มองค์จริงไว้ภายในดังปรากฎในปัจจุบันนี้ สถานที่ตั้งวัดโสธรตั้งอยู่ในสมัยแรกนั้น ทางบกเป็นป่า หมู่บ้าน
มีน้อย คมนาคมไม่สะดวก เมื่อหลวงพ่อมาประดิษฐานอยู่ที่วัดโสธรแล้วประชาชนชาวเรือรู้จักนับถือกันมากเพราะการไป
มาสะดวกกว่าทางบกมี เรือไปมาไม่ขาด ชาวเรือค้าขายนับถือว่าถ้าบอกขอต่อหลวงพ่อโสธรแล้ว สินค้าก็จะซื้อง่าย ขาย
คล่องเป็นเทน้ำเทท่า เรือแพที่ผ่านไปมา ในแม่น้ำพอถึงตรงโบสถ์หลวงพ่อโสธรก็วักน้ำเอาน้ำในแม่น้ำซึ่งนับถือว่าเป็น
น้ำมนต์หลวงพ่อดื่มบ้างลูบศีรษะบ้างล้างหน้าและประพรมเรือและสินค้าในเรือ ดังได้เห็นกันอยู่ทุกวันนี้ส่วนทางบก
ประชาชนรู้จักนับถือยังไม่แพร่หลาย เพราะการคมนาคมไม่สะดวกผู้ใดเจ็บป่วย ก็มาขอความคุ้มครองจากหลวงพ่อโสธร
และได้ผลสมความปรารถนาเป็นส่วนมาก กิตติศัพท์ความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อโสธรได้แผ่ไพศาล ไปในถิ่นต่างๆ

 

 
   
   


 

 

 

 
ล่องเรือชมแม่น้ำบางปะกงไปตลาดบ้านใหม่
เรือล่องแม่น้ำบางปะกงไปตลาดบ้านใหม่ มี 5 รอบ ซื้อตั๋วศาลาริมน้ำด้านติดโรงเจของวัดโสธรวราราม มีซุ้มขายตั๋วอยู่ ค่าโดยสาร คนละ 100 บาท ขาไปใช้เวลา ครึ่งชั่วโมง มีเวลาให้เดินตลาด ไหว้พระ 1 ชั่วโมง ขากลับ ครึ่งชั่วโมง
รวม 2 ชั่วโมง พอดี มีไกด์แนะนำสองฝั่งแม่น้ำบางปะกงและีถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ใส่กรอบให้เรียบร้อย

เที่ยวเรือมีให้เลือกดังนี้ (เสาร์-อาทิตย์)
10.00 - 12.00
11.00 - 13.00
12.00 - 14.00
13.00 - 15.00
14.00 - 16.00
15.00 - 17.00
เที่ยวเรือ วันธรรมดา มี 2 รอบ (จันทร์-ศุกร์) มีรอบ
12.00 - 14.00
14.00 - 16.00
ขากลับก็นั่งรถสองแถวสีเหลือง ฝั่งตรงข้ามวัด นั่งไปสุดสายที่ สถานี บขส.ฉะเชิงเทราเลย ค่ารถ คนละ 7 บาท  
 จากวัดโสธรไปตลาดบ้านใหม่ (รถโดยสาร)
สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการไปเที่ยวตลาดบ้านใหม่ต่อ สามารถนั่งรถตุ๊กๆ  หรือ รถสองแถว  หรือ รถเมล์ฟ้าจากหน้า
หน้าวัดโสธรแล้วมาลงที่ตลาด อ.เมือง หน้าสถานีตำรวจแล้วต่อรถสองแถวไปตลาดบ้านใหม่
 
การเดินทางไปวัดโสธรวรารามวรวิหาร 
1. โดยรถยนต์ส่วนตัว
รถยนต์ จากกรุงเทพ ฯ สามารถใช้เส้นทางได้หลายเส้นทาง
- ใช้ถนนหมายเลข 304 มีนบุรี – ฉะเชิงเทรา,เข้าเมืองฉะเชิงเทรา วิ่งตรงไปเรื่อยๆ จะมีป้ายบอกตลอดทาง
- ใช้ถนนหมายเลข 34 บางนา – ตราด เลี้ยวเข้าถนน หมายเลข 314 บางปะกง – ฉะเชิงเทรา,
- ใช้ถนนหมายเลข 3 สมุทรปราการ – บางปะกง แล้วต่อด้วยถนนหมายเลข 314 บางปะกง – ฉะเชิงเทรา,
- ใช้ถนนมอเตอร์เวย์ กรุงเทพ ฯ – พัทยา เลี้ยวซ้ายเข้าถนน หมายเลข 314 บางปะกง – ฉะเชิงเทรา มุ่งหน้าเข้าตัว
เมืองฉะเชิงเทรา วิ่งตรงไปเรื่อยๆ จะมีป้ายบอกตลอดทาง

 
2. รถโดยสารประจำทาง
จากสถานีขนส่งใหม่ถ้าเป็นรถสายรอบเมืองสาย หรือจะนั่งสองแถวหรือสามล้อรับจ้าง เลือกรถขึ้นได้ตามใจชอบ
 
3. รถไฟ (หัวลำโพง) มีขบวนรถไฟมาฉะเชิงเทราทุกวัน
มีรถโดยสารเล็กราคาค่ารถสองแถวจากสถานีรถไฟถึงหน้าวัดหลวงพ่อพุทธโสธร 6 บาท ถ้าสามล้อรับจ้าง 20- 30 บาท จากสถานีสายรอบเมืองวิ่งผ่านวัดโสธรวรารามวรวิหาร


 
แผนที่
  
 
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
• สำนักงาน ททท.ภาคกลางเขต 8 โทร.0-3731-2282, 0-3731-2284 www.tat8.com

 

เขียนเมื่อ : 30 เม.ย. 2553,18:37   เข้าชม : 6629 ครั้ง

ท่องเที่ยวทำบุญไหว้พระ » วัตในประเทศไทยอื่นๆที่น่าสนใจ
ประวัติวัดพระยาทำ
วัดพระยาทำเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร ตั้งอยู่เลขที่ ๔๗ แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร ด้านหน้าวัดอยู่ทางทิศตะวันออก มีทางเข้า-ออกติดต่อกับถนนอรุณอมรินทร์ตรงเชิงสะพานข้ามคลองมอญฝั่งเหนือ ตรงกันข้ามกับกรมอู่ทหารเรือ อยู่ทางทิศเหนือของ
วัดปัญญานันทาราม
วัดปัญญานันทาราม ตั้งอยู่เลขที่ 1 หมู่ที่ 10 ต.คลองหก อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีเนื้อที่ 38 ไร่ 19 ตารางวา
วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร
วัดโพธิ์ หรือนามทางราชการว่า วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอกและเป็นวัดประจำรัชกาลที่ ๑ แห่งราชวงศ์จักรี เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ
วัดเจดีย์หลวง
วัดเจดีย์หลวง ถนนพระปกเกล้า วัดนี้ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเชียงใหม่พอดี ประดิษฐานเจดีย์ใหญ่ที่สุดในจังหวัดเชียงใหม่ สร้างขึ้นในรัชกาลพระเจ้าแสนเมืองมากษัตริย์องค์ที่ ๗ แห่งราชวงศ์มังราย (พ.ศ.๑๙๑๓-๑๙๕๔) ต่อมาพระยาติโลกราชโปรดให้ช่างขยายเจดีย์ให้สูงและกว้างกว่าเ
พระพุทธสิทธิมงคล วัดประสิทธิชัย จ.ตรัง
วัด ประสิทธิชัย หรือที่ชาวบ้านมักเรียกกันว่า วัดท่าจีน สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งอยู่ที่บ้านท่าจีน ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ 19 ไร่ 95 ตารางวา
วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร
วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดพิษณุโลก เรียกกันทั่วไปว่าวัดใหญ่หรือวัดหลวงพ่อพระพุทธชินราช เป็นพระอารามหลวงมาแต่เดิมสร้างขึ้นในสมัยกรุงสุโขทัย ต่อมาเมื่อ ปีพุทธศักราช ๒๔๕๘ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
วัดจอมสุดาราม เขตดุสิต
วัดจอมสุดาราม (ไพรงาม) ตั้งอยู่เลขที่ 1516 ถนนนครไชยศรี แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ
วัดบุปผาราม วรวิหาร
ตั้งอยู่เลขที่ 293 แขวงวัดกัลยาณ์ เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร พระรามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร
พระนารายณ์ราชนิเวศน์
พระนารายณ์ราชนิเวศน์ เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่บอกเล่าความสำคัญของเมืองลพบุรี ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งสมเด็จพระนารายณ์มหาราชโปรดให้สร้างขึ้น เพื่อใช้เป็นที่ประทับ ณ เมืองลพบุรี แบ่งเป็นเขตพระราชฐานชั้นนอกเขตพระราชฐานชั้นกลางและเขตพระราชฐานชั้นใน
วัดพระธาตุดอยเวา
ตามประวัติกล่าว พระองค์เวาหรือเว้า ผู้ครองนครนาคพันธ์โยนกเป็นผู้สร้างเพื่อบรรจุพระเกศาธาตุองค์หนึ่ง เมื่อ พ.ศ. 364 นับเป็นพระบรมธาตุที่เก่าแก่องค์หนึ่งรองมาจากพระบรมธาตุดอยตุง
วัดป้อมวิเชียรโชติการาม ตำบลมหาชัย อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร
วัดป้อมวิเชียรโชติการาม เป็นพระอารามหลวงชั้น ตรี ชนิด สามัญ ตั้งอยู่เลขที่ ๙๕๗ ถนนวิเชียรโชฎก ตำบลมหาชัย อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร สังกัดคณะสงฆ์ มหานิกาย
วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ราชวรวิหาร
เลขที่ 69 ถนนนครปฐม แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร 10300 โทร. 02-282-2667, 02-281-7825, 02-282-5591, 02-904-6177 พระอารามหลวง ชั้นเอก, พระอุโบสถหินอ่อนสวยงามมาก
หัวข้อ : วัดโสธรวรารามวรวิหาร
ความคิดเห็นที่ 1 โพสเมื่อ : 02 ก.ย. 2553,11:04 น.

ศิริพร

แสดงความคิดเห็น เรื่อง : วัดโสธรวรารามวรวิหาร

 

คำค้น
2553___สำหรับคนเกิดปี_จอ 2553___สำหรับคนเกิดปี_วอก 2554___สำหรับคนเกิดปี_วอก กลอนธรรมะ กลอนธรรมะเกี่ยวกับพระคุณแม่ การ์ตูนพุทธสุภาษิต คนไม่มีเวลา จ่อยนายแน่มาก ชินบัญชร ถ้ำจักรพรรดิ์ ธรรมะ นิทานพระมหากัสสปะ นิยายรักอมตะครั้งพุทธกาล ปางสมาธิสมัยสุโขทัย ปีวอก พระปิดตาหลวงปู่ พระปิดตาหลวงปู่โต๊ะ พระมหาโฆคคัลลานเถระ พระสมเด็จ วัดระลวงพ่อโต พระอรหันต์16พระองค์ พระอาจารย์ตี๋เล็ก_เขาสุนะโม มะแม รูปป่า ลัทธิไสยศาสตร์ วันอังคาร หลวงปู่เณรคำ หลวงพ่อเชื้อ วัดวังกร่าง อิติปิโส 2554

ธรรมะ โฮต์แรง
 
Copyright 2010, All Rights Reserved. สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
ติดต่อเรา e-mail dhammavarietyแอดhotmailดอทco.th
khonmuangchon