User :
Password :
สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน

ข่าวธรรมะ

ประวัติพระเกจิอาจารย์

ท่องเที่ยวทำบุญไหว้พระ

สถานที่ปฏิบัติธรรม

ดูดวง

ตำแหน่งโฆษณา
หมวด » นิทานธรรมะ » กฏแห่งกรรม

 

ความเอ๋ย...ความโลภ...

ความเอ๋ย...ความโลภ...

กฎแห่งกรรม

เรื่องที่  ๑๓

ความเอ๋ย...ความโลภ...

โดย..  เครือทอง  จากหนังสือ “เงากรรม” เล่มที่ ๓๑

************************

                คนไทยเราทุกวันนี้  มีแต่ความฟุ้งเฟ้อ  ฟุ่มเฟือย  คนไทยที่ว่านี้อยู่ในตัวเมืองที่เจริญเป็นส่วนใหญ่  คนจำพวกนี้มีแต่ความสนุกเป็นนิสัย  ถ้าใครไม่เชื่อก็ไม่ต้องออกไปสำรวจที่ไหน  เพียงแต่ซื้อหนังสือพิมพ์รายวันมาฉบับเดียว  แล้วพลิกดูหน้าสังคมของหนังสือฉบับนั้น  แล้วท่านจะเห็นมีแต่ข่าวประเภทฉลองวันเกิด ฉลองยศ ฉลองตำแหน่ง  เลี้ยงรุ่น งานคืนสู่เหย้า  ฯลฯ อะไรทำนองนี้ มีอยู่ทุกวัน

                บุคคลประเภทนี้ถือว่ามีหน้ามีตา  มีเกียรติ มีชื่อเสียง สังคมยอมรับ ยอมเชื่อถือ  และบุคคลประเภทเดียวกันนี้นี่เอง เมื่อเกิดความผันแปรอันเป็นของธรรมดา เช่น เสื่อมลาภ เสื่อมยศ   ความเศร้าหมองก็จับหัวใจ  มีความทุกขเวทนาในอารมณ์ จนสุดจะทนทานได้  เพราะข่าวของตนในหน้าหนังสือพิมพ์เลือนหายไป

                ผู้คนที่เคยแวดล้อม  สรวลเสเฮฮา ประจบสอพลอ  หลบหน้ากันเป็นแถว  ผู้ที่เคยให้ความเคารพนับถือ ผู้คนที่เคยสรรเสริญเยินยอ  ไม่ทราบว่าไปอยู่เสียแห่งใด  ไม่เคยมาปรากฎให้เห็นดังที่เป็นมา และบุคคลประเภทนี้นี่เอง ที่ไม่เคยรู้จัก “โลกธรรม” ไม่เคยรู้ว่าพระพุทธศาสนานั้น ท่านบัญญัติศีลให้พุทธศาสนิกชนยึดถือ เป็นข้อปฏิบัติกี่ข้อ แต่ถ้าใครถามเขาเหล่านั้นว่า นับถือศาสนาอะไร เขาจะตอบอย่างมั่นใจว่า ศาสนาพุทธ

                บุคคลเช่นนี้มีมากมายเหลือเกินในเมืองไทย  บุคคลเช่นนี้ไม่ใช่ตาสี ตาสา ยายมี ยายมา แต่เป็นคุณหญิง คุณนาย ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ คหบดี หรือนายธนาคารผู้มีอิทธิพลทั้งในทางการเมือง และการเงิน ฯลฯ  ถ้าหากท่านเหล่านี้  จะทำบุญหรือกิจการงานกุศลสักครั้ง  ท่านจะต้องรอนักข่าว ช่างภาพหนังสือพิมพ์ หรือโทรทัศน์  ว่าเขาเหล่านั้นพร้อมที่จะชมผลงานของท่านแล้วหรือยัง ?

                งานทุกอย่างของท่านจะต้องมีการเสนอ ต่อสายตาประชาชนคนทั่วไป  ท่านจึงจะกระทำ  ท่านเหล่านี้ไม่เคยรู้จักคำว่า “ปิดทองหลังพระ” รู้จักแต่ปิดทองที่หน้าหรือพระพักตร์ของพระพุทธรูปเท่านั้น

                ผู้เขียนเคยรู้จักกับบุคคลประเภทนี้อยู่หลายท่าน  แต่มีท่านหนึ่งซึ่งคุ้นเคยกันดี  และรู้จักกันมาแต่เยาว์วัย  จึงอยากจะยกเรื่องของท่านขึ้นเป็นอุทาหรณ์สักเรื่องหนึ่ง  ท่านผู้นี้  เคยมีอำนาจวาสนา ประกอบกับฐานะการเงินอยู่ในขั้นสูง  เคยเป็นเจ้าของกิจการใหญ่โตมาแล้วหลายแห่ง  และมีทีท่าจะขยายงานของท่านออกไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด  ถ้าจะพูดกันตามภาษาผู้ปฏิบัติก็ต้องพูดว่า ท่านไม่พอ ท่านไม่รู้จักพอ

                ความต้องการครั้งหลังสุดของท่านก็คือ  เจ้าของเหมืองแร่ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย  เหมืองแห่งนี้นัยว่ามีแร่อุดมสมบูรณ์ พอที่จะต่อรองกับโควต้าของต่างประเทศได้อย่างสบาย  เมื่อท่านตั้งใจจะเอาให้ได้  ท่านก็ทุ่มเทเงินวิ่งเต้นเป็นการใหญ่  ชื่อเสียงของท่านมีอยู่ในข่าวสังคมชั้นสูงเกือบทุกสัปดาห์ ประเดี๋ยวท่านให้เงินการกุศลงานโน้น  ประเดี๋ยวท่านให้เงินการกุศลงานนี้  ประเดี๋ยวท่านจัดงานรุ่นนักเรียนเก่า ประเดี๋ยวท่านได้รับเลือกเป็นประธานงาน บอลล์ ฯลฯ

                เรียกว่า ท่านกำลังมีชื่อเสียงสูงสุด  และกำลังได้รับความนิยม จากสังคมเมืองไทยเป็นอย่างยิ่ง  พอชื่อเสียงได้ระดับเป็นที่พอใจของท่าน  ท่านก็เข้าหาผู้หลักผู้ใหญ่ ที่พอจะมีอำนาจเนรมิตให้ท่านได้งานที่ท่านปรารถนามาช้านาน

                ความมีชื่อเสียงเกียรติยศที่เลื่องลือในวงสังคมทั่วไป   ผสมกับเงินที่มีจำนวนหลายสิบล้าน ผู้หลักผู้ใหญ่ก็อนุมัติให้ท่านได้งานชิ้นนั้นสมแก่ความต้องการ

                แต่ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นอนิจจัง  ดังพระพุทธพจน์ดำรัสไว้  เมื่อสองพันกว่าปีโดยไม่เปลี่ยนแปลง สัจธรรมเป็นของเที่ยงแท้ในทุกยุคทุกสมัย  เหมืองแร่ที่ท่านทุ่มเงินไปกว่าร้อยล้าน  จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ท่านพินาศฉิบหายในเวลาต่อมา

                เพราะแร่ที่หวังจะอุดมสมบูรณ์  พอที่จะต่อรองกับโควต้าของประเทศต่าง ๆ นั้น แท้ที่จริงมันมีอยู่ตามผิวดินเท่านั้น  ยิ่งขุดลึกลงไปเท่าใด ยิ่งพบแต่ความว่างเปล่า  ชื่อเสียงในระดับสังคมชั้นสูงของท่านก็เริ่มจางลงไป  ผู้คนที่เคยไปมาหาสู่ด้วยกิริยานอบน้อม เคารพนับถือ  เชื่อฟังคำพูดของท่านแต่ละคำ แต่ละประโยค หายเงียบไป

                เพื่อนพ้องที่เคยสบถสาบานยืนยันว่า จะสนับสนุนท่านในทุกกรณี หายหน้ากันไปหมด  ความเกิด ดับ กำลังคืบคลานเข้ามาหาท่านอย่างรวดเร็ว  และในที่สุด เหมืองก็ล่ม เงินจำนวนนับร้อย ๆ ล้าน กลายเป็นผงธุลีดิน  ภรรยาของท่านที่เคยมีหน้ามีตาในงานสังคมแทบจะทุกงาน ออกไปเก็บตัวในต่างจังหวัด และหายเงียบเข้ากลีบเมฆจนทุกบัดนี้

                แต่ท่านยังจะล้มไม่ได้เป็นอันขาด  เพราะชื่อเสียง เกียรติยศของท่านสูงส่ง เกินกว่าที่ท่านจะยอมให้มันอับเฉาลงในเวลาอันรวดเร็ว  ท่านจึงเข้าพึ่งธนาคาร  โดยมีเจ้านายท่านหนึ่งค้ำประกัน  แล้วท่านก็ได้เงินมาอีกจำนวนหนึ่ง  ซึ่งแม้จะไม่มากเท่าเมื่อครั้งท่านยังมีฐานะ  แต่ก็พอจะตั้งตัวได้อีกครั้ง ถ้ารู้จักวางหลักการ และควบคุมงานที่ดี หากทว่า ท่านหาได้กระทำเช่นนั้นไม่

                ท่านนำเงินทั้งหมดไปทุ่มเทเพื่อหวังกู้ชื่อเสียง  เกียรติยศของท่านกลับคืนมา  โดยการค้าของที่ผิดกฎหมายและศีลธรรม  ซึ่งถ้าท่านโชคดี ท่านก็จะสามารถตั้งตัวได้อย่างสบายในเวลาที่รวดเร็วเกินกว่าผู้ใดจะคาดคิด แต่ถ้าพลาด  นอกจากท่านจะหมดตัวแล้ว  ผู้ที่ค้ำประกันท่านก็จะต้องพลอยเสียหาย กระทบกระเทือนไปด้วยไม่น้อย

                ท่านเคยบอกผู้เขียนว่า  เหมือนเล่นฟุตบอลแล้วได้ลูกโทษ  ถ้าเตะครั้งนี้เข้าประตูไป ท่านก็จะชนะ  ถ้าเผื่อโกล์รับได้ ท่านก็ชวด  ท่านกล้าเอาความเป็นความตายของตัวท่าน ไปเปรียบกับการเล่นฟุตบอล  ผู้เขียนเตือนท่าน ท่านก็ไม่ฟัง ท่านอ้างของท่านว่า ไม่มีทางเลือก

                ในที่สุดท่านก็พลาด  การค้าของผิดกฎหมายและศีลธรรมในครั้งนั้น  ทำให้ท่านเข้าป่าเข้าดงไปจนกระทั่งบัดนี้  มือของกฎหมายตามท่านไปทุกหนทุกแห่ง   แต่ก็หาพบไม่

                ชีวิตของบุคคลคนหนึ่ง   ซึ่งเคยรุ่งเรืองในครั้งหนึ่ง  ถึงกาลวิบัติเพราะความหลงใหลในสิ่งที่ฟุ้งเฟ้อ ฟุ่มเฟือย เพราะเหตุนี้  ความหลงในลาภ ยศ สุข สรรเสริญ โดยหาคำนึงถึงทางตรงกันข้าม คือ เสื่อมยศ เสื่อมลาภ นินทา และความทุกข์  เป็นสาเหตุให้มนุษย์หนึ่ง จมดิ่งลงอย่างไม่มีวันที่จะโผล่ขึ้นมาอีกเลย  ด้วยประการฉะนี้

                ฉะนั้น   ถ้าตราบใดที่คนเราไม่รู้จักคำว่า “พอ” แล้วล่ะก็ เขาเหล่านั้นจะต้องประสบความทุกข์อย่างแสนสาหัส ดังอุทาหรณ์ที่ยกมาเล่าให้ฟัง

                บางคนพูดว่า  ความโลภ นั้นดับง่ายกว่า ความโกรธ ความหลง  แต่ผู้เขียนเชื่อว่า ความโลภก็ดี ความโกรธก็ดี ความหลงก็ดี  ล้วนแล้วแต่เป็นพิษเป็นภัยแก่มนุษย์ ไม่น้อยไปกว่ากันเท่าใดเลย  ถ้าผู้ใดมีความประมาท ผู้นั้นก็ย่อมจะถึงแก่ความตายทั้งเป็นด้วยกันทั้งสิ้น

                ยัมปิจฉัง นะ ละภะติ ตัมปัง ทุกขัง  ปรารถนาหาสิ่งใด ไม่ได้ดังปรารถนา ก็เป็นทุกข์

 

เขียนเมื่อ : 01 พ.ค. 2553,17:00   เข้าชม : 564 ครั้ง

นิทานธรรมะ » กฏแห่งกรรมอื่นๆที่น่าสนใจ
แก้ดวง แก้กรรม ทำอย่างไร ?ตอนที่ ๑๔
สวัสดีปีใหม่ ๒๕๔๖ ทุกท่าน ปีเก่าผ่านไป ปีใหม่ผ่านเข้ามา เป็นเรื่องธรรมดา เป็นเรื่องของกาลเวลาที่ปรับเปลี่ยนหมุนเวียนไป ภายใต้กฎเกณฑ์ของธรรมชาติ และกฎแห่งกรรม ซึ่งเราท่านทั้งหลายก็คงต้องยอมรับความจริง ยอมรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ถ้าหลีกไม่ได้ เลี่ยงไม
ไฮไลท์ ธรรมยาตราอินเดีย 03 mp2
บอกกล่าวเล่ากรรม น้ามุก ตอนที่ 05_30.flv
http://sbbtv999.com * http://sanghathannews.net http://www.fm8925.net * http://sanghathan.net http://www.dhamma999.net
แก้ดวง แก้กรรม ทำอย่างไร ?ตอนที่ ๔
คนเราที่เกิดมาในโลกนี้ ล้วนมีเวรกรรมผูกพันกันมาหลายภพหลายชาติ สร้างทั้งกรรมดีกรรมชั่วไว้แก่กันมากมายหลากหลายชนิด ยุ่งเหยิงสลับซับซ้อน ซ่อนเงื่อน ชนิดที่เรียกว่า เอามาสร้างหนังสร้างละครไม่ได้เลยทีเดียว เพราะหนังละคร บางทีเรายังพอจะเดาเรื่องราวออก ว่าตอนจบ
บอกกล่าวเล่ากรรม_คุณรสสุคนธ์ ตอน 69.flv
http://sbbtv999.com * http://sanghathannews.net http://www.fm8925.net * http://sanghathan.net http://www.dhamma999.net
พิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ ปีที่ 5 ตอน 2
พิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ ปีที่ 5 วันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม 2552 ตอน 2 http://sbbtv999.com * http://sanghathannews.net http://www.fm8925.net * http://sanghathan.net http://www.dhamma999.net
บอกกล่าวเล่ากรรม น้ามุก ตอนที่ 21_30.flv
http://sbbtv999.com * http://sanghathannews.net http://www.fm8925.net * http://sanghathan.net http://www.dhamma999.net
การแก้อาถรรพ์ของชีวิต
ความยากจน ความโง่ ตระกูลต่ำ อายุสั้น มีโรคมาก ไร้บริวาร ขี้เหร่ เป็นผู้หญิงบัณเฑาะก์ เป็นใบ้บ้า ตาบอด หูหนวก ทรัพย์วิบัติ การเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน เปรต อสูรกาย สัตว์นรก
บันทึกประหลาด
บ่ายวันหนึ่งได้มีสุภาพบุรุษสูงอายุหนีบแฟ้มเอกสารเข้ามาในบ้านแต่ผู้เดียว เป็นผู้ที่ข้าพเจ้าผู้เขียนไม่เคยรู้จักมาก่อน แต่เมื่อเห็นท่าทางบุคลิกลักษณะเป็นผู้ที่น่าเคารพนับถือ และท่านผู้นั้นได้แนะนำตัวเองและเราก็เริ่มสนทนากันในห้องรับแขก เมื่อได้สนทนากันครู่ใ
บอกกล่าวเล่ากรรม น้ามุก ตอนที่ 29_30.flv
http://sbbtv999.com * http://sanghathannews.net http://www.fm8925.net * http://sanghathan.net http://www.dhamma999.net
ความหลังครั้งหนึ่ง
ถ้าจะนับย้อนหลังจาก พ.ศ. ๒๕๐๓ ไปประมาณสิบกว่าปี ยังจำได้ คืนหนึ่งซึ่งข้าพเจ้าได้ทราบเรื่องราวของท่านผู้มีอายุผู้หนึ่ง เป็นเรื่องที่ออกจะพิสดารอยู่มาก คืนนั้นอยู่ในเดือนพฤศจิกายน เป็นคืนข้างขึ้นเดือนหงาย เราเพื่อนๆ หลายคนได้ไปดูหนังที่ศาลาเฉลิมกรุง หนังเลิ
แก้ดวง แก้กรรม ทำอย่างไร ?ตอนที่ ๑
เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า สรรพสิ่งในโลกนี้ ล้วนผูกพันกันเป็นคู่ ๆ มีทั้งคู่ที่ผสมกลมกลืนกัน เป็นมิตรกัน และคู่ที่เข้ากันไม่ได้ เป็นปฏิปักษ์ต่อกัน หรือเป็นศัตรูกัน มีขาวมีดำ มีต่ำมีสูง มีรักมีแค้น มีการเรียนผูก ก็ต้องมีการเรียนแก้ ดังนั้น
แสดงความคิดเห็น เรื่อง : ความเอ๋ย...ความโลภ...

 

คำค้น
16 พ.ค.2531 2553___สำหรับคนเกิดปี_จอ 2553___สำหรับคนเกิดปี_วอก 2554___สำหรับคนเกิดปี_วอก 2555___สำหรับคนเกิดปี_วอก กลอนธรรมะ กลอนธรรมะเกี่ยวกับพระคุณแม่ การ์ตูนพุทธสุภาษิต คนไม่มีเวลา จ่อยนายแน่มาก ถ้ำจักรพรรดิ์ ธรรมะ นิทานพระมหากัสสปะ นิยายรักอมตะครั้งพุทธกาล พระปิดตาหลวงปู่ พระปิดตาหลวงปู่โต๊ะ พระมหาโฆคคัลลานเถระ พระสมเด็จ วัดระลวงพ่อโต พระอรหันต์16พระองค์ พระอาจารย์ตี๋เล็ก_เขาสุนะโม มะแม รูปป่า ลัทธิไสยศาสตร์ วันอังคาร หลวงปู่ศรี ถาวโร หลวงปู่ศรี_ถาวโร หลวงปู่เณรคำ อิติปิโส 2554

ธรรมะ  
 
Copyright 2010, All Rights Reserved. สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
ติดต่อเรา e-mail dhammavarietyแอดhotmailดอทco.th