User :
Password :
สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน

ข่าวธรรมะ

ประวัติพระเกจิอาจารย์

ท่องเที่ยวทำบุญไหว้พระ

สถานที่ปฏิบัติธรรม

ดูดวง

ตำแหน่งโฆษณา
หมวด » ธรรมะน่ารู้ » นิทานธรรมะ

 

หนูน้อยหมวกแดง

หนูน้อยหมวกแดง

หนูน้อยหมวกแดง

 บทนำเรื่อง นิทานเรื่อง " หนูน้อยหมวกแดง " เป็นนิทานของประเทศทางยุโรป ได้ถูกแต่งขึ้นโดยสองพี่น้องตระกูลกริมม์ ซึ่งเป็นนักเขียนเทพนิยายชื่อดังและอยู่ในสมัยเดียวกันกับ ผู้แต่งนวนิยายชื่อดังอีกท่านคือ ฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์เสน นิทานของสองพี่น้องตระกูลกริมม์ เรื่องนี้ แต่งขึ้นเพี่อต้องการเน้นให้เด็ก ๆ ทั้งหลายหันมาเชื่อฟังคำสั่งสอนของผู้ใหญ่และบิดามารดา ที่รู้มากกว่าเราอย่างเคร่งคัด ไม่ให้คิดเถรไถรไปเที่ยวเล่นหรือไว้ใจและเชื่อคำพูดของคนที่ไม่รู้จักหรือคนแปลกหน้า ในขณะที่ได้ใช้ให้ไปทำธุระหรือทำกิจ อะไรให้บางอย่างอย่างใด ได้ยกความผิดพลาดของตัวเอกของเรื่องคือ " หนูน้อยหมวกแดง " มาให้เห็นเป็นตัวอย่างว่า เพราะการ ที่คิดเที่ยวเถรไถร และพูดคุยกับคนแปลกหน้า โดยไม่เชื่อฟังคำสั่งสอนแล้ว ผลร้ายที่ได้รับนั้น ก็เกือบจะทำให้ตัวเองเกือบจะต้องตาย และก็เกือบจะกลายไปเป็นอาหาร ของหมาป่าจอมเจ้าเล่ห์เสียอย่างน่าสงสารนั่นเองค่ะ 
  นานมาแล้วที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ได้มีเด็กหญิงตัวน้อยหน้าตาน่ารักและ นิสัยร่าเริง เป็นอย่างมากอยู่คนหนึ่ง เมื่อ วันคล้ายวันเกิดที่ ผ่านมาเมื่อไม่นานมานักนั้น คุณยายของเด็กน้อยที่อาศัยอยู่ที่กลางป่าที่อยู่ถัดไป ได้เย็บ (อาก้า สึคิน ) หมวกเสื้อคลุมสีแดงให้กับ เธอเป็นของขวัญวันเกิด " ว้าว สวยจังเลย " หลานสาว ตัวน้อย เมื่อได้รับหมวกเสื้อคลุมสีแดงแล้ว ก็ให้เป็นดีใจ และถูกใจ เป็นอย่างมาก และไม่ว่าจะออกไปเที่ยวเล่น ที่ไหนหรือจะไปแค่แต่เดินเล่น ที่ข้างนอกใกล้ ๆ บ้านแค่นั้นเองก็ตามเถอะ แม่หนูน้อยก็มักจะ สวมหมวกเสื้อคลุมสีแดง ใบโปรดใบนั้นของคุณยายติดอยู่บนหัวอยู่ตลอดเวลาเลยทีเดียวก็ว่าได้... 
   เวลาที่แม่หนูน้อยสวมหมวกเสื้อคลุมสีแดงออกไปเดินเล่นข้างนอก สุนัขก็จะวิ่งตามมาแล้วบอกกับเธอว่า " ช่างน่ารักและ เหมาะ กับเธออย่างที่สุดเลยหละ...หนูน้อยหมวกแดง " หรือแม้แต่คุณลุงที่เป็นชาวนาข้างบ้านก็ยังบอกเหมือน ๆ กันอีกว่า " ม่า..ช่างสวย เลิศและเหมาะกับเธอเสียจริง ๆ แม่หนูน้อยหมวกแดง ฮ่า ๆๆๆ " จึงเป็นด้วยเหตุดังนี้นี่เอง ที่ใคร ๆ ทุกคนที่รู้ จักกับแม่หนูน้อย ต่าง ก็พร้อมใจกันหันมาเรียกและ เปลี่ยนชื่อ ของเธอกันเสียใหม่ว่า " หนูน้อยหมวกแดง " กันหมด ทุกคนไป จนติดปากกันเลยทีเดียวว่า อย่างนั้นเลยหละ... 
   วันนี้หนูน้อยหมวกแดงของเรา จะต้องออกไปทำธุระให้กับคุณแม่คือเธอได้รับหน้าที่ ที่จะต้องนำเอากระเช้าที่ใส่ขนมพาย, และ เหล้าองุ่น ไปให้กับคุณยายของตัวเอง ที่อาศัยอยู่ในที่กลางป่าที่อยู่ถัดไป ซึ่งคุณยายผู้นี้ที่เป็นผู้ที่ได้เย็บหมวกเสื้อคลุมสีแดงให้ กับเธอนั่นเอง คุณแม่ได้ตามออกมาส่งและบอกกับ " หนูน้อยหมวกแดง " ว่า " ตอนนี้คุณยายได้เกิดล้มป่วยลงอย่าง กระทัน หัน เธอจงช่วยนำเอาของเหล่านี้ ไปเยี่ยมไข้ให้คุณยายนะลูก แล้วก็ห้ามแวะเที่ยวเล่นตรงไหนด้วยนะ รีบไปแลัวก็ รีบกลับ จำไว้ ให้ขึ้นใจนะว่าห้ามเถรไถรเป็นอันขาด แล้วก็อีกอย่างหนึ่ง คือ ห้ามพูดคุยกับใครที่ไม่รู้จักหรือคนแปลกหน้าด้วย ล่ะ..เข้าใจนะ " ฟังแม่สั่งเสีย เสร็จเรียบร้อยแล้ว หนูน้อยหมวกแดงก็ออกเดินทางไปเยี่ยม คุณยายของตนด้วยความร่าเริงอย่าง ที่สุดเพราะ แม่ หนูน้อยดีใจ ที่จะได้ไปพบกับคุณยายผู้ใจดีของตนนั่นเอง 
   เมื่อหนูน้อยหมวกแดง เดินทางมาถึงกลางทางที่ในป่าแล้วนั้น ก็พอดีได้มีหมาป่าที่ออกมาเดินเกะกะอยู่ที่ใกล้ ๆ แถว ๆ บริเวณนั้น ตัวหนึ่งเข้าอย่างบังเอิญ และเมื่อมันมองไปและ เห็นว่าได้มีเด็กน้อยตัวเล็ก ๆ กำลังเดินอยู่กลางป่าคนเดียว เช่นนั้น มันจึงคิดที่จะ กินแม่หนูน้อยทันที มันรีบเดินเข้าไปที่ใกล้ ๆ และได้ยื่นปากออกมาพูดทักทาย กับหนูน้อยหมวกแดงว่า " นี่ นี่ หนูน้อยหมวกแดง ที่ในป่าลึก ๆ เช่นนี้ เธอจะไปไหนหรือ? " หนูน้อยหมวกแดงจึงตอบว่า " อ๋อ เราก็จะไปเยี่ยมไข้คุณยาย ของเราน่ะสิ คุณยายจะอยู่ ลึกเข้าไปในกลางป่า อีกหน่อยนี่แหละจ๊ะ " ตอบแล้วหนูน้อยหมวกแดงก็เดินของเธอต่อไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีท่าทางที่จะติดใจหรือ คิดสงสัยอะไรกับเจ้าหมาป่าตัวนั้นเลย สักน้อยนิดว่าที่มันมาทักนี่น่ะ มันนั้นหมายที่จะกินเธออยู่ ตรงนี้แล้ว !! หนูน้อยหมวกแดง เดินของเธอไปอย่างร่าเริงโดยมีเจ้าหมาป่าตัวร้าย เดินตามไปด้วยติด ๆ ไม่ยอมห่างเลยทีเดียว เลยหละ 
   เจ้าหมาป่าเดินตามมาติด ๆ และมันก็คอยมองหาจังหวะที่จะกินหนูน้อยหมวกแดง อยู่ทุกวินาทีเลยทีเดียวเสียด้วยสิ ! และ เมื่อมันได้จังหวะ!! มัน...ก็อ้าปากอันใหญ่มหึมาที่มีเขี้ยวที่แหลมคมของมันขึ้น แล้วเตรียมที่จะงับ...แต่อยู่ ๆ ขณะนั้นที่เป็นเวลา เหมือนกับที่เรียกว่า เข้าด้ายเข้าเข็มอะไรทำนองนั้นของมันอยู่ พลัน ! ก็มีลูกคุริ ( ลูกเก๋าลัก ) นับเป็นสิบได้ถูกปากระหน่ำลงมา จากบนต้นไม้ เจ้าหมาป่าต้องหุปปากของมันลงอย่างกระทันหันด้วยความเจ็บ แล้วยกมือขึ้นกุมหัวเอาไว้ มันร้องขึ้นด้วยความ ตกใจเพราะ เจ็บอย่างมากเลยทีเดียว " จ๊าก...เจ็บ ๆ ใครปาหัวข้าฟะ " และเมื่อมันมองขึ้นไปดูที่บนต้นไม้ มันก็ได้พบว่าพวก กระรอกมาก มายหลายตัวที่อยู่แถว ๆ นั้น ซึ่งพวกมันเผอิญมองไปและได้เห็นว่าเจ้าหมาป่ากำลังอ้าปากและจะงับหนูน้อย หมวกแดงกินเสียแล้ว นั่นเอง จึงได้ช่วยกันเอาลูกเก๋าลักปาลงมาเพื่อช่วยเหลือหนูน้อยหมวกแดงไปได้อย่างหวุดหวิด 
   ส่วนหนูน้อยหมวกแดงของเรานั้น ด้วยเธอเป็นเด็กที่ไม่ค่อยจะสนใจอะไรรอบ ๆ ตัวของเธอเป็นนิสัยและเป็นเด็กที่เชื่อคน ง่ายอย่างมากอยู่ด้วย ดังนั้น เธอจึงไม่ทันนึกหรือที่จะคิดสังหรณ์ใจอะไรเลยสักนิดว่ากำลังจะโดนกินอยู่ทุกขณะอย่างนั้น จึง เดินลึกเข้าไปในป่าเรื่อย ๆตามปกติอย่างเดิม เจ้าหมาป่าเมื่อมันตั้งหลักได้แล้ว ก็วิ่งตามมาอีกติด ๆ " ว๊อย..มีตัวขัดจังหวะมา แทรก แต่คราวต่อมานี้ ไม่มีทางรอดแน่นอนหนูน้อยหมวกแดงเอ๋ย " และเมื่อมันตามมาได้ทันอีกครั้ง ก็อ้าปากของมันขึ้นอีก หมายจะงับให้จมเขี้ยวเลยทีนี้ แต่...ก็พลันทันทีทันใดนั้นเหมือนกัน ที่ได้มีต้นไม้ทั้งต้นเกิดล้มตึงลงมา แล้วล้มพาดทับลงมาที่ หัวของเจ้าหมาป่าเสียง ดัง " โครม " " แว๊ก..แจ๊ก เจ็บ ๆ ใครทำอะไรข้าอีกล่ะ " คนตัดไม้นั่นเอง...ที่เผอิญมองไปและ ได้เห็นว่า หนูน้อยหมวกแดงกำลังจะโดนงับ เลยคิดช่วยเหลือโดยการล้มต้นไม้ทั้งต้นให้ ก็เลยเป็นว่าหนูน้อยหมวกแดงจึงได้รอดพ้นจาก การโดนกินไปได้อีกครั้งอย่างโชคดี และเหลือเชื่อที่สุดอีกตามเคย 
   เมื่อหนูน้อยหมวกแดงเดินลึกเข้ามาเรื่อย ๆ จนถึงตรงแถว ๆที่เป็นบริเวณ ทุ่งกว้าง ที่มีดอกไม้ป่าขึ้นอยู่อย่างมากมายนั้นแล้ว เจ้าหมาป่า มันก็วิ่ง ตามมาจนทันอีกครั้ง และคราวนี้มันคิดแผนการณ์ขึ้นมาใหม่และ ได้พูดบอกกับหนูน้อยหมวกแดงว่า " นี่ถ้า เธอจะไปเยี่ยมคนป่วย แล้วถ้ามีดอกไม้สวย ๆ พวกนี้ติดมือไปด้วยก็ดีนะหนูน้อยหมวกแดง "หนูน้อยหมวกแดงเมื่อได้ฟังดังนั้น ก็ไม่ต้องหยุดคิดอะไรให้เหนื่อยพลังสมองเลยสักนิดเดียว เพราะเธอก็ติดจะเป็นเด็กที่ว่าง่ายอย่างที่ว่า เธอจึงเห็นด้วยกับ เจ้าหมาป่าทันที และตอบมันไปว่า "อ๋อ จริงอย่างที่เธอว่าเลยทีเดียวนะเนี่ย ถ้าอย่างนั้น เดี๋ยวหาเก็บดอกไม้แถว ๆ นี้ติดมือไป ด้วยก็ดี ขอบคุณมากจ๊ะ ที่ใจดีบอกเรา " เมื่อหนูนัอยหมวกแดงพูดบอกขอบคุณเจ้าหมาป่า เสร็จแล้ว ก็เดินไปหยุดลงนั่งเก็บ ดอกไม้ที่มองเห็นเหล่านั้นเสียอย่างเพลิดเพลิน 

 " เหอ ๆๆๆ อ้ายเด็กโง่นั่นมันกำลังนั่งเก็บดอกไม้ อย่างเพลินเลยทีเดียว คราวนี้หละ ไม่รอดแน่ " เจ้าหมาป่าตัวร้าย ค่อย ๆ ย่าง เท้าเข้าไปไกล้ ๆ แล้วอ้าปาก แต่เจ้าหมาป่าต้องสะดุ้งเฮือกและตาเหลือกขึ้นด้วยความเจ็บอีกหน เพราะขณะที่ มันกำลังก้าวขา จะเข้าไปไกล้ ๆ นั้น มันได้เกิดก้าวผิดและพลาดไปเหยียบเอาผิ้งหลวงตัวหนึ่งที่กำลังตอมกินน้ำหวานใน ดอกไม้ดอกหนึ่งอยู่ เพลิน ๆเข้าอย่างจัง ! ผึ้งหลวงเมื่อโดนเหยียบอย่างไม่รู้ตัวเข้าอย่างนั้นจึงเกิดโมโหและได้ต่อยเอาเท้าของเจ้าหมาป่าเข้าให้ อย่างแรง " แว๊ก เจ็บ ๆ " มันทั้งเจ็บและตกใจจนร้องเสียจนเสียงหลงเลยทีเดียว มันต้องพลาดการได้กินหนูน้อยหมวกแดงอีก แล้ว แต่หนูน้อยหมวกแดงของเราก็ยังไม่รู้ตัวหรือไม่รู้อิโน่อิเหน่อะไรของเธออยู่อย่างเดิมนั่นแหละ เธอเพียง แต่ได้ยินหมาป่า ร้องอยู่ที่ไกล้ ๆ ก็หันมามองดูนิดหนึ่ง แล้วก็หันกลับไปเก็บดอกไม้ของเธอต่อตามเดิม เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นยังไงยังงั้น เลยจริง ๆ 
   เจ้าหมาป่าตัวร้ายต้องผิดหวังหลายครั้งหลายหน แต่ความที่มันต้องการที่จะกินหนูน้อยหมวกแดงให้ได้เป็นอย่างมาก มันจึง ถอยออกมาและมายืนคิดแผนการณ์อันชั่วร้ายของมันใหม่ อีกครั้ง " เหอๆๆๆ ฮึๆๆ อ้ายเด็กนั่นมันช่างดวงดีเสียจริง ๆ แต่ไม่ เป็นไร มันต้องไม่พ้นไปจากความพยายามของข้าได้หรอก เอาอย่างงี้ดีกว่า เดี๋ยวไปกินยายของ มันเสียก่อนดีกว่ามั้ง...มัน บอกว่ายายของมันกำลังไม่สบาย ต้องไม่มีแรงอะไรที่จะสู้เราได้หรอก แหม..เรานี่ ก็หัวแหลมไม่เบาเลยทีเดียว เหอๆๆๆ.. เมื่อกินยายของมันเสร็จแล้ว ทีนี้ก็ดักรอแล้วกินอ้ายเด็กนี่ทีหลัง..ฮ่ะ ๆๆๆ อย่างนี้ต้องเรียกว่าทีเดียวได้สองต่อ เหอๆๆลาภ ปาก " และเมื่อ มันคิดอุบายใหม่ได้แล้ว มันก็รีบเดินทางไปที่บ้านของคุณยาย ของหนูน้อยหมวกแดงทันที และเมื่อมันมาถึงที่ หน้าบ้านของคุณยายแล้ว ก็เคาะประตู แล้วทำเสียงเลียนแบบหนูน้อยหมวกแดงทันที " ยาย...คุณยายขา เปิดประตูให้หน่อย หนูน้อยหมวกแดงเองไง เปิดประตูให้หน่อย สิจ๊ะ..." มันดัดเสียงเสียจนหวานจ๋อยจนเหมือน ๆกับเสียงของหนูน้อยหมวกแดง เลยจริง ๆ และคุณยายที่อยู่ในบ้านก็เชื่อสนิท ว่าเป็นเสียงของหลานจริง ๆเสียด้วย " โอหยา... โอหยา หลานน้อยหมวกแดงคน ดีของยาย หรือจ๊ะ มาได้ยังไงคนเดียวหรือนี่ " แต่..! พอยายเปิดประตูออกมาเพื่อที่จะรับหลานเข้าเท่านั้น... 
   ก็โดนเจ้าหมาป่าที่มันคอยตั้งท่าและอ้าปากค้างเอาไว้เพื่อจะคอยรับอยู่แล้วนั้น...เขมือบเข้าปากไปเลยทีเดียวทั้งตัว .... คำเดียวจริง ๆ หายลับเข้า ไปอยู่ในท้องหมดทั้งตัวเลย เมื่อมันกินยายเสร็จแล้ว ทีนี้มันก็ได้ไปเอาเสื้อผ้าของคุณยายมาเปลี่ยน แล้วเข้าไปนอนคอยหนูน้อยหมวกแดงอยู่ที่บน เตียง " ฮึ ๆๆๆ อ้ายเด็กบ้านั่นมันเชื่อคนง่าย จะต้องนึกว่าข้าคือยายของมันจริง ๆ อย่างแน่นอน แล้วตอนนั้นมันจะต้องไม่ทันระวังตัวและเมื่อมันเดิน เข้ามาใกล้ ๆ ทีนี้ละก็..ฮึๆๆๆ ก็จะต้องโดนข้าขะเหมือบจับกินได้อย่างง่าย ๆ ให้สมใจซะเลยเหอ ๆๆๆ โอ้ยทำไมข้า ถึงหัวดีอย่างนี้ก็ไม่รู้ ฮ่า ๆๆๆ เป็น มีความสุขเสีย จริง ๆ " เจ้าหมาป่ามันว่าแล้ว ก็กระโดดขึ้นเตียงลงไปนอนวาดวิมานในอากาศของมันไปอย่างเรื่อยเปื่อย และสุดแสนที่จะมีความ สุขเลยทีเดียวเชียว... 
   และจากนั้น...เมื่อเวลาผ่านมาได้สักหน่อย หนูน้อยหมวกแดงของเรา ก็ได้เดินทางมาถึงที่หน้าบ้าน ของคุณยาย และได้เคาะประตูเรียก " คุณ ยายขา หนูน้อยหมวกแดงเองจ๊ะ คุณยาย แต่ไม่ว่าจะเคาะกี่ครั้ง ๆ ก็ไม่เห็นมีเสียงตอบออกมาเลยสักนิด และเมื่อเธอ จับลูกบิดประตูดูก็ปรากฏ ว่าประตูไม่ได้ล๊อกเอาไว้เสียด้วย ดังนั้นหนูน้อยหมวกแดงจึงเปิดประตูและเดินเข้าไปข้างใน เธอได้มองไปเห็นว่าคุณยายของเธอกำลังนอนอยู่บนเตียง จึงเดินเข้าไปที่ใกล้ ๆ กับเตียงนั้นทันที คุณยายนอนสวมหมวกใบใหญ่ไว้บนหัวด้วย แต่เมื่อเธอมองไปที่ใต้ผ้าห่มก็แลเห็นใบหูของคุณยายที่ ลอดออกมานอกผ้าห่มนั้นเข้าเท่านั้น ก็ถามขึ้นอย่างสงสัยว่า " คุณยายขา นอนหลับอยู่หรือคะ...แต่...เอ๊ะ !...ทำไมหูของคุณยายถึงได้ใหญ่จังเลย ล่ะ...ใหญ่มากกว่าเก่าตั้งเยอะแน่ะ เป็นอะไรไปหรือปล่าวจ๊ะ" 
   เมื่อได้ยินเสียงถามขึ้นมาเข้าอย่างนั้น คุณยายตัวปลอมก็ตอบออกมาว่า " อ๋อ..หูนี่หรือจ๊ะ ไม่ต้องสงสัยอะไรหรอกจ๊ะ ยายกางใบหนูให้มันใหญ่ ๆ เองจ๊ะ จะได้เอาไว้ฟังเสียง หวาน ๆ ของหลานได้ชัด ๆ ยังไงเล่า ? " เมื่อได้ฟังดังนั้นหนูน้อยหมวกแดงก็พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ แล้วขยับขาเดินเข้า ไป...ใกล้เข้าไปอีกนิดหนึ่ง แต่เมื่อเธอ มองไปเห็นที่ดวงตาเข้าอีกเข้าเท่านั้น ก็ถามขึ้นมาอย่างแปลกใจขึ้นอีกว่า " เอ๊ะ !......แล้วลูกตาคุณยายก็...ทำไม... ถึงได้ใหญ้..ใหญ่เหมือนกัน เล่าคะ !..." เจ้าหมาป่าตัวร้ายก็ตอบกลับมาอีกว่า " ยายก็ถ่างตาให้มันใหญ่ ๆ เองแหละจ๊ะ จะได้เอาไว้มอง หน้าที่น่ารักของเจ้าได้ถนัด ๆ ยังไงเล่า ? มาเข้ามาใกล้ ๆ ยายอีกนิด อย่ามัวสงสัยอะไรเลย มา...เข้ามาใกล้ ๆ ให้ยายได้เห็นชัด ๆ ถนัด ๆ กว่านี้อีก หน่อยสิจ๊ะหลานรัก เร๋ว.. " เจ้าหมาป่าตอบแล้วก็นิ่งเงียบ มันพยายามหลบหน้าเข้าไปในโปง แต่ !... แล้วหนูน้อยหมวกแดงก็เหลือบไปเห็นที่มือและ ปากของคุณยายตัวปลอมเข้าอีกหนอย่างเต็มเปาเลยทีนี้ เธอจึงถามขึ้นอย่างตกใจว่า " โอ๊ะ ! แล้วมือกับปากของคุณยายก็ใหญ่ขึ้นมามาก กว่าเก่า ตั้งเยอะแน่ะ..อ๊ะ ทำ ไม คะ คุณยาย ??" 
   เมื่อหนูน้อยหมวกแดงพูดจบเท่านั้นหละ เจ้าหมาป่าตัวร้ายก็กระโจนออกมาจากโปง พร้อมทั้งย่างสามขุมตรงเข้าประชิดจนติดตัวหนูน้อย หมวกแดงเลยทีเดียวคราวนี้ แล้วพูดว่า " เหอ ๆๆๆ ที่มือกับปากมันใหญ่ขึ้นมาอย่างนี้นี่น่ะ น้า หนูน้อยหมวกแดงเอ๋ย มือนี่ก็เพื่อที่จะเอาไว้ ตะปบไปที่คอของเจ้า....อย่างนี้ ฮ่า ๆๆๆ แล้วปากที่มันใหญ่ขึ้นมาอย่างนี้..นี่ก็....ก็...เอาไว้ขะเหมือบและงับเจ้าอย่างนี้ยังไงเล่า เหอๆๆๆ " มัน หัวเราะเสียงดังลั่น แล้วตรงเข้าจับหนูน้อยหมวกแดง แล้วโยนเข้าปาก ขะเหมือบทีเดียวคำเดียวจริง ๆ เหมือนกับตอนที่กินคุณยายเลยหละ เผลอ แผลบเดียว หนูน้อยหมวกแดงก็หายเข้าไปในปากแล้วก็เข้าไปอยู่ในท้องของมันทันทีทันใด... " ฮ่า ๆๆ ช่างอร่อยเสียจริง ๆ ทั้งยายทั้งหลาน เหอๆๆๆ " 
   เจ้าหมาป่าด้วยเหตุที่มันโลภมากกินเข้าไปทีเดียวพร้อมกันทั้งยายและหลานเข้าอย่างนั้น ก็เกิดหนักท้องและอิ่มขึ้นมาอย่างมาก จึงบรรดาล ให้เกิดความง่วง ขึ้นมาอย่างติดหมัดทันทีทันใด มันเลยล้มตัวลงนอนไปบนเตียง ของคุณยายทันที มันหลับสนิทและกรนเสียจนเสียงดังสนั่น หวั่นไหวดัง " คร๊อก..ฟี่..คร๊อก..ฟี้ "ลั่นก้องไปจนทั่วทั้งป่าเลยทีเดียว และก็พอดีที่ในขณะนั้น ก็เกิดได้มีพรานป่า ที่รู้จักมักคุ้นกับคุณยายอย่าง มากผู้หนึ่ง ได้ออกมาล่าสัตว์ตามปกติ แล้วพอดีได้เดินทางผ่านมาแถว ๆ บริเวณนั้นพร้อมกับสุนัขล่าเนื้อแสนรู้ตัวโปรดของเขาเอง เข้าอย่าง บังเอิญ... 
   และเมื่อพรานป่ากับสุนัขล่าเนื้อได้ยินเสียงกรนที่ดังสนั่นหวั่นไหวออกมาจากบ้านของคุณยายเข้าเท่านั้น เจ้าสุนัขล่าเนื้อก็เฮ่ากรรโชก บอกกับเจ้านายของมันด้วยเสียงอันดัง " โฮ้ง ๆๆ " พรานป่าตอนแรกก็คิดว่าเป็นเสียงกรนของคุณยาย แต่เมื่อเขาพยายามเงี่ยหูฟังดู ตามที่สุนัขล่าเนื้อของเขาเห่าทักเหมือนบอกลางร้ายอะไรบางอย่างอีกครั้งเข้าเท่านั้น... " แต่..เอ๊ะ...เสียงน่ะมันดังออกมาจากบ้านคุณ ยายอย่างแน่นอนเลยหละ แต่ ! เสียงกรนนี่...มันไม่ใช่เสียงของคุณยายนี่น้า...มันเกิดอะไรขึ้นล่ะนี่ น่าสงสัยจัง?? " พรานป่าจึงด้วยความสงสัย แล้วเขาก็ได้เดินเข้าไปที่ใกล้ ๆ กับตัวบ้านแล้วจึงแอบมองเข้าไปดูที่ข้างในบ้านทันที 
   ภายในบ้านไม่มีแม้แต่เงาของคุณยายเลยสักนิด แต่กลับมีหมาป่าตัวหนึ่ง นอนพุงกางและที่พุงของมันนั้นก็ใหญ่โตจนผิดปกติอย่างมาก กำลังนอนกรนอยู่บนเตียงของคุณยายอีกด้วย " โอ๊ะ อะไรกันนั่น มีแต่หมาป่านอนกรนอยู่ตัวเดียว แล้วที่ท้องของมันนั่น !...ก็..ทำไมถึงใหญ่ และพองโตอย่างมากมายอย่างนั้นด้วยล่ะนี่ โอ้ ๆๆ สงสัยอ้ายหมาป่ามันจะต้องกินคุณยายเจ้าของบ้านเข้าไปแล้วอย่างแน่นอนเลยหละ... จ๊าก " แล้วเมื่อพรานป่าพยายามเงี่ยหูฟังดูให้ถนัด ๆ อีกครั้ง เขาก็พลันได้ยินเสียงที่แทรกออกมาแบบแผ่วๆ ตามหลังออกมาพร้อมกับ เสียงกรนที่ดังสนั่นหวั่นไหวนั้น อีกด้วยว่า " ช่วยด้วย ช่วยด้วย " ใช่แล้วเลยหละมันเป็นเสียงของคุณยายกับเสียงของหนูน้อยหมวกแดง ที่พยายามร้องเรียกเพื่อขอความช่วยเหลือออกมาจากข้างในท้องของเจ้าหมาป่า....อีกเสียด้วยอย่างแน่นอนเลยทีเดียว... 
   นายพรานป่าเมื่อพยายามฟังจนแน่ชัดแล้วดังนั้น เขาก็อุทานออกมาด้วยความตกใจเป็นอย่างมากว่า " โอ๊ะ เสียงของคุณยาย กับเสียงหลานของแกนี่ ดังออกมาจากในท้องของเจ้าหมาป่านั่นจริง ๆ ด้วย แต่ !ถ้ายังร้องขอความช่วยเหลือได้อย่างนี้ละก็ ก็คงจะยังไม่ ตายนี่..ยังมีชีวิตอยู่ " ดังนั้นนายพรานป่าผู้นั้นจึงรีบเข้าไปข้างในบ้านโดยไว แล้วใช้กรรไกรตัดไปที่ท้องของเจ้าหมาป่าที่กำลังนอนหลับอยู่อย่างไม่รู้ตัว ตัวนั้นทันทีทันใด....แล้วจึงเป็นด้วยการดังนี้นี่เอง นายพรานป่าจึงสามารถและได้ช่วยเหลือให้คุณยายและหนูน้อยหมวกแดง ออกมาจากท้องของหมาป่าได้อย่างทันการและปลอดภัย โดยไม่ต้องตายไปอย่างน่าเสียดายเสียงานนี้ หนูน้อยหมวกแดงเมื่อออกมาจากท้องของหมาป่าได้ ก็รีบพูดกล่าวขอบคุณนายพรานผู้นั้นเป็นการใหญ่เลยทีเดียว " ขอบคุณ ท่านพรานป่าที่ได้มาช่วยไว้ได้ทันการ ขอบคุณ อย่างมากเลยค่ะ " 
   ส่วนคุณยายนั้น เมื่อหายตกใจแล้วก็ได้รีบพูดขึ้นมากลางครันว่า " หลานน้อยหมวกแดงรีบไปเก็บหิน มาเยอะ ๆ เลยหลานรัก เร็ว.. เจ้าหมาป่ามันยังคงหลับไม่รู้ตัวอยู่ ไปเอาหินมาใส่ลงไปในท้องของมันนี่ เร็ว ๆๆ " และเมื่อได้หินมาแล้ว คุณยายก็จัดแจงใส่หินมากมายพวก นั้นลงไปในท้องของเจ้าหมาป่าทั้งหมด เสร็จแล้วคุณยายก็ไปเอาเข็มมาร้อยเข้ากับด้ายแล้วนำมาเย็บลงไปที่ท้องของเจ้าหมาป่านั้นอย่างแน่น หนา เย็บเสียจนสนิทจนเข้าที่เข้าไปอย่างเดิม แล้วทั้งสามก็ออกมาแอบยืนคอยดูเหตุการณ์กัน อยู่ที่นอกบ้านหลังต้นไม้ต้นหนึ่งใกล้ ๆ บ้าน นั้นเอง 
   เจ้าหมาป่าเมื่อมันนอนของมันเต็มที่แล้ว ก็ลุกขึ้นมาแบบงัวเงียเป็นอย่างมาก " อ้า อ้าๆๆ ฮาว..ว้า ๆๆ ทำไมข้าถึงรู้สึกคอแห้งและหิวน้ำ มากอย่างนี้นะ " และด้วยความที่กระหายเป็นอย่างมาก มันจึงเดินแบบงัวเงียเอามือป้องปากหาวหวอด ๆ เดินออกมาข้างนอกบ้านเพื่อ หมายจะไปหาดื่มน้ำที่บ่อน้ำบาดาลที่อยู่ใกล้ ๆ กันนั้นเอง มันเดินเซไปเซมาด้วยความหนักของหินที่อยู่ในท้องแล้วก็บ่นไปด้วยว่า " อ๋อย.. อ้อย...ทำไมท้องของข้าถึงได้รู้สึกหนักมากมายอย่างนี้อยู่อีกเล่า เอ้อ..จะเดินทีละก็..ลำบากจัง " หนูน้อยหมวกแดงที่แอบอยู่ที่ใกล้ ๆ กันนั้น ก็ตอบแบบเสียงแผ่ว ๆ ทำเสียงให้เหมือนกับดังลอดออกมาจาก ท้องของเจ้าหมาป่าว่า " ก็กินเข้าไปตั้งสองคน ก็ต้องหนักอย่างนี้น่ะสิ " 
   เจ้าหมาป่าเมื่อได้ยินเสียงบอกมาว่าอย่างนั้นก็พยักหน้าหงึก ๆ เห็นด้วยกับเสียงที่บอกมานั้นเหมือนกัน " อ้อ..ก็กินเข้าไปตั้งสองคนทั้งยาย ทั้งหลาน น่ะน้าข้านี่ เออ..จริงด้วยใช่เลย..มันก็ต้องหนักอย่างนี้ละสิ ฮ่า ๆๆ " เจ้าหมาป่ามันไม่ทันคิดถึงหรือรู้ตัวว่าหนูน้อยหมวกแดง และคุณยายนั้นได้ออกมาจากท้องของมันตั้งแต่นมแต่นานแล้วนั่นเอง มันจึงไม่คิดสงสัยอะไร และพยายามเดินไปจนถึงที่ตรงปากบ่อน้ำ บาดาลนั้นจนได้ และเมื่อมาถึงปากบ่อแล้ว มันก็รีบปีนขึ้นไปบนปากบ่อแล้วก้มหัวลงไป หมายจะดื่มน้ำให้หายอยาก แต่เป็นด้วยที่ว่าในท้อง ของมันนั้นมีหินอยู่อย่างมากมาย และด้วยความหนักของหิน มันจึงจำต้องหัวทิ่มลงไปในบ่อน้ำบาดาลนั้นอย่างไม่เป็นท่า และได้จบชีวิต ชั่ว ๆ ของมันเสียในบ่อน้ำบาดาลนั้นเลยทันที... 
   และเมื่อเป็นดังนั้น ทั้งสามคือคุณยาย พรานป่าและหนูน้อยหมวกแดง จึงด้วยความดีใจที่สามารถ ปราบหมาป่าตัวร้ายลงได้ ก็ได้จัดการ นำเอาขนมพายและเหล้าองุ่นที่หนูน้อยหมวกแดง นำเอามาเพื่อหมายจะเอามาเยี่ยมไข้ให้กับคุณยายพวกนั้น ออกมาเลี้ยงสังสรรย์และ กินกันฉลองความดีใจที่พ้นภัยร้ายมาได้อย่างหวุดหวิด แล้วในขณะที่กำลังสังสรรย์กันอยู่เพลิน ๆ นั้น หนูน้อยหมวกแดงก็นึกขึ้นมาได้ถึง สิ่งที่เธอถูกใช้ให้มาทำธุระ จึงพูดถามคุณยายว่า " อ๊ะ..คุณแม่บอกว่าคุณยายไม่สบายอยู่นี่คะ แล้วอาการเป็นยังไงบ้างล่ะคะ " คุณ ยายจึงตอบหนูน้อยหมวกแดง อย่างอาย ๆ ว่า " เมื่อตะกี๊ ต้องตกใจอย่างมากมายขนาดนั้นเข้า...ไข้ที่เป็นอยู่เลยหายหมดเลยจ๊ะหลานรัก อิ ๆๆๆ " เมื่อคุณยายพูดจบทั้งสามก็หัวเราะกันขึ้นจนเกือบจะพร้อมกันเลยทีเดียวเชียว........ 
   เมื่องานสังสรรจบลงและทั้งหมดก็อิ่มหนำสำราญกันแล้ว คุณยายก็ได้บอกกับหนูน้อยหมวกแดงหลานรักว่า " นี่จ๊ะ ขนมคุ๊กกี้กับลูก สเตอร์เบอร์รี่ เป็นของตอบแทนที่เธอมาเยี่ยมไข้ให้กับยาย แล้วนี่ก็ได้เวลาที่เธอจะต้องกลับไปบ้านของเธอแล้วด้วย นะจ๊ะหลานรัก " ส่วนคุณลุงนายพรานป่านั้นก็ได้ของขวัญติดมือกลับไปด้วยคราวนี้กับเขาด้วยเหมือนกันคือ " หนังของเจ้าหมาป่าตัวร้าย " นั่นเอง แล้วทั้งสองก็เดิน ทางแยกย้ายกันกลับไปตามที่อยู่อาศัยของตน อย่างสำราญบานใจด้วยกันทั้งสองคนเลยทีเดียว 
   และเมื่อหนูน้อยหมวกแดงของเราได้กลับมาถึงที่บ้านของเธอแล้ว ก็ได้รีบเล่าเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นทั้งหมดที่บ้านของคุณยาย ให้กับคุณแม่ของเธอฟังและได้พูดสัญญาบอกกับคุณแม่ของเธอว่า " ต่อแต่นี้ไปจะไม่เถรไถรเที่ยวแวะเล่นที่ตรงไหน...แล้วก็จะไม่ ไว้ใจและพูดคุยกับใครที่เป็นคนแปลกหน้าและไม่รู้จักมักคุ้น เป็นอันขาด " ค่ะ..บทเรียนที่แสนอันตรายอันนี้ ก็คิดว่าหนูน้อยหมวกแดง เธอคงจะต้องเข็ดและจำจนขึ้นใจ อย่างแน่นอนเลยนะคะ...ผู้แปลก็ขออธิษฐานให้มันเป็นอย่างนั้นด้วยอีกแรงค่ะ
 


ที่มา http://sukumal.brinkster.net/isoppu/isoppu.index.html

เขียนเมื่อ : 08 พ.ค. 2553,14:27   เข้าชม : 1963 ครั้ง

ธรรมะน่ารู้ » นิทานธรรมะอื่นๆที่น่าสนใจ
ม้ากับลาต่าง
ในฤดูร้อนที่ร้อนอบอ้าวมากของวันหนึ่ง พ่อค้าคนหนึ่งมีความจำเป็นที่จะต้องนำของ ไปขายในที่ต่างเมือง
ราชสีห์กับหนู
วันหนึ่งมีแม่หนูตัวหนึ่งเดินแบกสะเบียงอาหารเทินไว้บนหัว แล้วเดินอย่างรีบเร่ง เพื่อที่จะนำกลับไปให้ลูก ๆซึ่งกำลังรอกันอยู่ด้วยความหิวอยู่ที่ในรังของมัน...
นิทานธรรมะ…เปรตปากเน่า
กาลเมื่อ พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงประทับอยู่ ณ เวฬุวันมหาวิหาร ใกล้กรุงราชคฤห์ ทรงปรารภถึงเปรตปูติมุขเปรต (เปรตปากเน่า) ให้เป็นต้นเหตุ แล้วจึงทรงตรัสเทศนาว่า
นกแขกเต้ากับชาวนา
มีนกแขกเต้าฝูงหนึ่งประมาณ 500 ตัว อาศัยอยู่ในป่างิ้วบนยอดเขาแห่งหนึ่ง เมื่อถึงเวลาหากิน ฝูงนกแขกเต้าต่างพากันบินไปกินข้าวสาลีในนาของชาวมคธ
เรื่องจริงอิงนิทานผีพระ
ผีที่จะพูดต่อไปนี้ ก็เป็นผีพระ วัดท่าเรือ ตำบลแพงพวย อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี วัดนี้อาตมาไปสร้างโบสถ์ ก่อนที่จะไปสร้างโบสถ์ มีคณะกรรมการวัดเขามาหา เขาบอกว่า
นิทานชาวบ้านเรื่อง พิกุลทอง
กาลครั้งหนึ่ง นานมาแล้วยังมีแม่หม้ายขี้โอ่คนหนึ่ง นอกจากจะไม่สวยแล้วยังปากร้าย ระรานชาวบ้านเป็นนิจสิน ไม่มีใครอยากจะคบหรือพูดด้วย
เรื่องจริงอิงนิทาน นายดวง
วันนี้มาพูดกันถึงเรื่องผีต่อไป แต่ว่าอากาศมันหนาวเย็นดีเหลือเกิน เพราะว่าตรงกับวันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2516
นกอินทรีเจ้าเล่ห์
นกอินทรีกับสุนัขจิ้งจอกได้อาศัยอยู่ที่ใกล้ ๆบริเวณป่าเดียวกัน มันเคยให้สัญญาว่า จะเป็นมิตรที่ดีต่อกัน...
นิทาน หนุ่มน้อยเจ้าปัญญา
กาลครั้งหนึ่ง มีเศรษฐีชื่อ จุลลกะ เป็นผู้ที่มีความสามารถพยากรณ์เหตุการณ์ล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำโดยอาศัย เหตุจากนิมิตต่างๆ วันหนึ่ง จุลลกะเศรษฐ ีนั่งรถม้าผ่านมาหน้าประตูเมือง
เด็กเลี้ยงแกะชอบปด
ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งมีเด็กเลี้ยงแกะ อยู่คนหนึ่ง ทุกวัน...ทุกวัน...เด็กเลี้ยงแกะคนนี้ จะต้องต้อนฝูงแกะของตน ออกไปหากินหญ้าที่เนินเขาใกล้ชายป่าอยู่สมอมา...
เวลาของใครถูก ข้อคิดสำหรับผู้นำ
เวลาของใครถูก ข้อคิดสำหรับผู้นำ เป็นเรื่องสำคัญสำหรับเราถ้าเราจะประสบความสำเร็จ เราต้องทำตามและเลียนแบบ ผู้นำที่ถูกต้อง เราควรจะมีผู้นำที่เป็นแบบอย่างซึ่งมีลักษณะที่ดี มีคุณค่ามีความน่าเชื่อถือ
คุณว่ารวยหรือจน
อภิมหาเศรษฐีเกือบจะชราผู้หนึ่ง อยากจะสอนให้ลูกชายรู้จักกับชีวิตจริงในโลกควบคู่ไปกับการสอนทฤษฏีในโรงเรียน
แสดงความคิดเห็น เรื่อง : หนูน้อยหมวกแดง

 

คำค้น
2553___สำหรับคนเกิดปี_จอ 2553___สำหรับคนเกิดปี_วอก 2554___สำหรับคนเกิดปี_วอก กลอนธรรมะ กลอนธรรมะเกี่ยวกับพระคุณแม่ การ์ตูนพุทธสุภาษิต คนไม่มีเวลา จ่อยนายแน่มาก ชินบัญชร ถ้ำจักรพรรดิ์ ธรรมะ นิทานพระมหากัสสปะ นิยายรักอมตะครั้งพุทธกาล ปางสมาธิสมัยสุโขทัย ปีวอก พระปิดตาหลวงปู่ พระปิดตาหลวงปู่โต๊ะ พระมหาโฆคคัลลานเถระ พระสมเด็จ วัดระลวงพ่อโต พระอรหันต์16พระองค์ พระอาจารย์ตี๋เล็ก_เขาสุนะโม มะแม รูปป่า ลัทธิไสยศาสตร์ วันอังคาร หลวงปู่เณรคำ หลวงพ่อเชื้อ วัดวังกร่าง อิติปิโส 2554

ธรรมะ โฮต์แรง
 
Copyright 2010, All Rights Reserved. สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
ติดต่อเรา e-mail dhammavarietyแอดhotmailดอทco.th
khonmuangchon