User :
Password :
สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน

ข่าวธรรมะ

ประวัติพระเกจิอาจารย์

ท่องเที่ยวทำบุญไหว้พระ

สถานที่ปฏิบัติธรรม

ดูดวง

ตำแหน่งโฆษณา
หมวด » นิทานธรรมะ » กฏแห่งกรรม

 

แก้ดวง แก้กรรม ทำอย่างไร ? (๓๗)

แก้ดวง แก้กรรม ทำอย่างไร ?  (๓๗)

แก้ดวง แก้กรรม ทำอย่างไร ?  (๓๗)

                เรื่องของการใส่ร้ายป้ายสีนั้นมีมาทุกยุคทุกสมัย  ไม่มีใครอยากเห็นใครได้ดีเกินหน้า  แม้แต่พระพุทธองค์เองยังถูกพวกเดียรถีย์จ้างนางจิญจมาณวิกา  มาทำกิริยาท่าทางอุบาทว์ชี้หน้าด่าว่าพูดจาใส่ร้าย หาว่าพระพุทธองค์ทำให้นางท้องแล้วไม่รับผิดชอบ  แต่ฟ้าดินไม่เข้าข้างคนชั่ว การใส่ร้ายพระพุทธเจ้านั้นเป็นบาปมหันต์ นางจึงได้รับโทษร้ายแรง เมื่อความจริงปรากฎต่อหน้าธารกำนัลที่ฟังพระธรรมขณะนั้น  ด้วยการถูกฝูงชนที่มาฟังธรรม  ซึ่งยังเป็นปุถุชนที่หนาแน่นด้วย รัก โลภ โกรธ หลงอยู่ในกมลสันดาน ทำการ “สหบาทา” หรือ “รุมกระทืบ” ต้องกระเสือกกระสนดิ้นรนหนีการรุมสกรัมออกมาหน้าพระวิหาร และเมื่อพ้นเขตเชตวันมหาวิหารมาได้หน่อยเดียว นางก็ถูกธรณีสูบลงไปอยู่ในอเวจีมหานรกทันที

                เรื่องของการถูกธรณีสูบ ?  ในยุคสมัยปัจจุบันไม่ค่อยจะมีคนเชื่อกันสักเท่าไร  แม้จะปรากฎเรื่องเล่าในสมัยพุทธกาลว่ามีผู้ถูกธรณีสูบถึง ๕ ราย  ซึ่งก็เป็นธรรมดาของโลก ของสังคมที่ต่างยุคต่างสมัยกัน ที่มีความคิดและความเชื่อต่างกัน หากคนในสมัยปัจจุบัน ยุคอินเทอร์เน็ตเฟื่องฟู โทรศัพท์มือถือหรือนาฬิกาข้อมือถ่ายรูปได้ ไปเกิดในสมัยอยุธยาตอนปลาย อย่างนางเอกเรื่อง “นิราศสองภพ” ชื่อ “บัวบุษยา” ที่มีนาฬิกาถ่ายรูปติดตัวไปด้วย ส่งผลทำให้เป็นที่หวาดกลัวของคนในสมัยนั้น หาว่านางมีเวทมนตร์จับวิญญาณของคนเข้าไปขังในที่คับแคบได้ เพราะคนโบราณไม่เคยเห็นอย่างที่คนยุคปัจจุบันเห็น จึงเข้าใจไปตามความเชื่อและประสบการณ์ของตน หรือคนทั่วไปในสมัยนั้น

                คนยุคปัจจุบันก็เช่นกัน  หากไปเกิดในสมัยพุทธกาล  ที่แม้แต่พระเทวทัต ซึ่งได้ฌานโลกีย์ สามารถเหาะเหินเดินอากาศ แปลงกายให้ใหญ่โต มีฤทธิ์เดช จนกระทั่งสร้างความศรัทธาแก่พระเจ้าอชาตศัตรู  ราชโอรสของพระเจ้าพิมพิสารได้  และขนาดพระเทวทัตยังทำฤทธิ์เดชได้ นับประสาอะไรกับพระพุทธองค์ พระอรหันต์ หรือฤาษีชีไพรที่สำเร็จฌานทั้งหลาย จะทำกันไม่ได้เชียวหรือ  อาจจะทำกันได้เกลื่อน เหาะกันให้ว่อน เหมือนเครื่องบินในสมัยปัจจุบัน  เอาไปเล่าให้คนโบราณฟัง (ถ้าย้อนยุคไปได้) ไม่ต้องอื่นไกล แค่รัชกาลที่ห้า ร้อยกว่าปีมานี่ก็พอแล้ว คงไม่มีคนโบราณคนไหนเชื่อ ถ้าไม่เห็นของจริงด้วยตาตนเอง คงหัวเราะกันน้ำหมากกระเซ็น หรือก็หาว่าคนเล่าน่ะบ้า ร้อยไม่เชื่อ พันไม่เชื่อ ว่าเหล็กจะลอยฟ้าได้

                ผมเคยอ่านเรื่องราวของ  คนที่ถูกธรณีสูบ ที่อำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี  นานมาแล้ว  เหตุการณ์ที่ว่าถ้าผมจำไม่ผิด ก็ร่วม ๖๐ ปีมาแล้ว เป็นเหตุการณ์ที่ลูกชายเกเร ไม่เอาไหน ติดเหล้า ติดฝิ่น งานการไม่ทำ ต้องเป็นภาระของแม่ที่แก่ชราหาเลี้ยง ให้ที่หลับนอน กระทั่งวันหนึ่ง หิวฝิ่นจนทนไม่ไหว ขอเงินแม่ แต่แม่ไม่มีจะให้  ก็พาลด่าว่าทุบตี  แม่ทนเจ็บไม่ไหว ก็วิ่งหนีออกมาจากบ้าน ร้องให้คนช่วย มันก็ยังตามมา หวังจะกระทืบแม่ตนเองให้ตายด้วยฤทธิ์ของความอยากยา แม่ผู้ชราวิ่งหนีจนเข้าไปในชายป่าก็หมดแรงล้มลง  ไอ้ลูกทรพีมันได้โอกาสก็วิ่งเข้าไปประชิด ยกเท้าหวังจะกระทืบแม่ให้ตาย

แต่อนิจจา ฟ้าดินคงรับน้ำหนักคนชั่วอย่างมันไม่ไหว พื้นดินตรงที่มันยืนอยู่ ก็เกิดอ่อนไหวยวบ สูบร่างของมันลงไปจนถึงบั้นเอว มันร้องออกมาด้วยความตกใจ ระคนความเจ็บปวด  ร้องให้ชาวบ้านช่วย  ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ก็พยายามจะช่วยมันเหมือนกัน  แต่พื้นดินโดยรอบตัวมันนั้น เกิดแข็งตัวขึ้นมาเป็นที่น่าอัศจรรย์ ชาวบ้านพยายามที่จะช่วยมัน ด้วยการใช้จอบ เสียม ขุดแซะดินออกก็ทำไม่ได้  ร่างของมันค่อย ๆ ถูกแผ่นดินสูบ จมหายไปเรื่อย ๆ ทีละนิดทีละหน่อย จากเอว ก็ขึ้นมาลำตัว และไล่ขึ้นมาถึงคอ จะจมมิดอยู่แล้ว ก็ไม่มีใครช่วยได้ ได้แต่ร้องคร่ำครวญด้วยความเจ็บปวด กินระยะเวลาถึงสามวันสามคืน และในที่สุด ร่างของมันก็ถูกกลืนหายไปใต้พื้นแผ่นดิน แน่นอน จิตวิญญาณของมันคงจะต้องไปตกในมหาอเวจีนรก ชดใช้กรรมที่ก่อนับแสนกัปป์ ไม่ได้ผุดได้เกิดเป็นคนอีกนาน เพราะการทำร้ายพ่อแม่นั้น ก็เท่ากับทำร้ายพระอรหันต์ เป็นบาปมหันต์ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน

คนที่ไม่เคยถูกใส่ร้ายป้ายสีไม่รู้หรอกครับว่ามันเจ็บกระดองใจแค่ไหน ผมเองสมัยเด็ก ๆ ก็โดนมาแล้ว  ถูกบิดาตีด้วยข้อกล่าวหาว่าขโมยเงินในลิ้นชัก  ทั้ง ๆ ที่ผมเองไม่ได้ขโมยสักหน่อย แต่ต้องมาถูกตี  จะพูดปฏิเสธอย่างไรบิดาก็ไม่เชื่อ  คงเห็นว่าผมเป็นเด็กที่ค่อนข้างเกเร ซุกซนตามประสาผู้ชาย แต่ที่ไหนได้ เมื่อความจริงปรากฎขึ้น เมื่อเงินหายไปอีก และจับได้ว่าคนที่ขโมยไป เป็นหลานสาวคนโปรดที่แสนจะน่ารัก และเรียบร้อย ปรากฎว่าคนที่เจ็บทั้งกายและใจโดยไม่รู้อิโหน่อิเหน่ก็คือผม ตอนนั้นก็นึกน้อยใจเหมือนกัน  ต่อมาเมื่อโตขึ้น ได้ศึกษาธรรม ปฏิบัติธรรม ก็เลยถือว่าฟาดเคราะห์ หรือเป็นกรรมเก่าก็แล้วกัน

เมื่อผมมีโอกาสเข้ารับราชการเป็นครูประถมในช่วงปี พ.ศ. ๒๕๒๓  ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ปีแรกที่ผมรับหน้าที่สอนก็คือ เป็นครูประจำชั้น ป.๔  วันหนึ่ง มีเด็กนักเรียนหญิงมาฟ้องว่า “รุ่งเรือง” ขโมยเงินของเธอไป ให้ผมจัดการไต่สวนให้ด้วย ผมก็เลยถามนักเรียนหญิงคนนั้นว่า รู้ได้อย่างไรว่ารุ่งเรืองขโมยเงิน เธอบอกว่า เงินเธอหาย และเห็นรุ่งเรืองมีธนบัตรใบละสิบบาทติดตัว ซึ่งก็เหมือนกับของเธอ พอเธอเข้าไปถามรุ่งเรือง  รุ่งเรือง ก็ไม่พูดไม่จา แถมยังยักคิ้วหลิ่วตาหลอกเอาซะอีก เอาละซิครับ  คนที่เป็นครู เนี่ยะนะ ต้องมีความรู้ความสามารถหลายอย่าง เมื่อเด็กเจ็บไข้ ก็ทำหน้าที่เป็นหมอพยาบาล เมื่อมีปัญหาขัดแย้ง หรือทำร้าย ลักขโมย ก็ต้องทำหน้าที่เป็นตำรวจ เป็นผู้พิพากษา และทำหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ลงโทษเด็กไปในตัว ฯลฯ

ดีนะครับที่สมัยที่ผมเป็นนักศึกษา ผมเป็นถึงประธานชมรมพุทธศาสนสัมพันธ์ วิทยาลัยพณิชยการธนบุรี (ชื่อสมัยนั้น)  ได้ผ่านการฝึกอบรมกรรมฐาน และศึกษาหลักธรรมคำสั่งสอนมาไม่น้อย จึงเกิดปัญญา มีความยับยั้งชั่งใจ ทำให้ไม่มีอคติกับนักเรียนคนใด  ถ้าเป็นครูคนอื่น ผมว่า รุ่งเรืองโดนตีไปแล้ว โจทก์ พยานหลักฐานพร้อม และพฤติกรรมของรุ่งเรืองในสายตาครูทุกคน คือเป็นเด็กเกเร ซุกซน ไม่สนใจเรียน ชอบแกล้งเพื่อน ดังนั้น หากไม่ไต่สวนให้ดีหรือแน่ชัด ครูอาจใช้อำนาจอัตตาธิปไตย ลงโทษรุ่งเรืองได้  อาจจะเป็นโชคดีของรุ่งเรือง ที่ผมเองเคยตกอยู่ในภาวะเช่นเดียวกัน คือ โดนใส่ร้ายในข้อหาขโมยเงิน และถูกตีมาก่อน  ผมจึงเรียกรุ่งเรืองมาไต่ถาม ค่อย ๆ ถาม ค่อยเป็นค่อยไป โดยผมถามว่า ไปขโมยเงินเพื่อนหรือเปล่า รุ่งเรืองตอบว่าไม่ครับ ไม่ได้ขโมย ผมก็เลยถามว่า แล้วเธอเอาเงินมาจากไหนมากมาย ตั้งสิบบาท เพราะปกติแล้ว ฐานะทางบ้านเธอเท่าที่ครูรู้ เธอมีเงินมากินขนมวันละ ๒ บาท และห่อข้าวมากินทุกวัน รุ่งเรืองก็ตอบว่า ผมได้เงินมาจากหลวงตาที่วัด (โรงเรียนที่ผมสอนอยู่ในบริเวณวัด เป็นโรงเรียนวัดนั่นเอง)  ผมก็ถามว่า แล้วจู่ ๆ ทำไมหลวงตาถึงให้เงินเธอ  รุ่งเรืองบอกว่า เมื่อเช้าผมไปช่วยหลวงตาทำงาน ปัดกวาด เช็ดถูกุฎิ ทำความสะอาดลานวัด หลวงตาเลยให้เงินมา ผมก็ถามว่า แน่นะ ถ้าครูไปถามแล้วไม่เป็นความจริง เธอโดนหนักเป็น ๒ เท่าเชียวนะ  รุ่งเรืองก็ตอบว่า ครับ  จากนั้นผมก็ไม่รอช้า พอมีเวลาว่างจากงานสอนตอนพักกลางวัน ผมก็เดินไปที่วัดพร้อมกับรุ่งเรือง ไปถามหลวงตาที่รุ่งเรืองอ้าง  ท่านก็บอกว่า ได้ให้เงินรุ่งเรืองไปจริง ๆ  เรื่องก็จบลงด้วยดี ผมไม่ต้องทำบาปด้วยการลงโทษผู้บริสุทธิ์

เรื่องทำนองนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก ก่อนจะพูดจา หรือตัดสินใจทำอะไรลงไป โดยเฉพาะผู้ที่มีอำนาจหน้าที่ในการปกครอง รักษาตัวบทกฎหมาย  ควรจะมีความยับยั้งชั่งใจ ยึดมั่นในหลักการที่ชอบด้วยเหตุผลและความเป็นจริง อย่าได้มีอคติ คือ ลำเอียง ด้วยความรัก ความโลภ ความโกรธ และความหลง  ควรยึดหลักของความ “เที่ยงธรรม” มากกว่า “ความยุติธรรม” เพราะบางครั้งการตัดสินคดีความต่าง ๆ โดยอาศัยโจทก์ พยานหลักฐานแต่เพียงอย่างเดียว อาจทำให้เกิดการผิดพลาด เป็นบาปเป็นกรรมติดตามตัวไปทุกภพทุกชาติได้ ถ้าไม่แน่ใจจริง ๆ ก็อย่าตัดสินลงโทษ ควรยกผลประโยชน์ให้จำเลย ดังหลักการที่ว่า “ปล่อยคนผิดสิบคน ดีกว่าลงโทษคนที่ไม่ผิด หรือบริสุทธิ์เพียงคนเดียว” เพราะผู้ที่ทำผิด แล้วหลบรอดอาญาบ้านเมืองไปได้ จะด้วยวิธีการใด ๆ หรือเหตุใดก็ตาม แต่จะหลุดรอดพ้น “กฎแห่งกรรม” นั้นไปไม่ได้หรอกครับ

ท่านพลตรีหลวงวิจิตรวาทการ ท่านกล่าวไว้ว่า อันที่จริงเขาก็อยากให้เราดี แต่เราเด่นขึ้นทุกทีเขาหมั่นใส้ จงทำดีแต่อย่าเด่นจะเป็นภัย ไม่มีใครเขาอยากเห็นเราเด่นเกิน ท่านก็พูดของท่านถูกต้อง ตามประสบการณ์ของท่านที่ผ่านพบมา  แต่จะให้ทำอย่างไรได้ อันที่จริงผู้ที่ทำความดีนั้น มักจะตกเป็นเป้าสายตาของคนทั่วไป  โดยเฉพาะพรรคพวกเพื่อนฝูง ผู้ร่วมงาน ยิ่งในหน่วยงานนั้น มีการพิจารณาความดีความชอบด้วยผลงานแล้ว ยิ่งก่อให้เกิดการ “แข่งดี” กันไปในตัว เมื่อทำดี ย่อมเด่น จะไม่ให้เด่นคงไม่ได้ เพราะมนุษย์เป็นสัตว์สังคม ยังต้องอยู่ในสังคม ทำงานร่วมกับบุคคลในสังคม นอกเสียจากผู้ที่ทำดีในข่ายของการ “ปิดทองหลังพระ” หรือทำดีโดยที่ไม่ต้องการให้คนเขารู้เห็นเท่านั้น

ผมเคยได้ฟังผู้ใหญ่ท่านหนึ่งที่ผมให้ความเคารพนับถือ  ท่านบอกว่า คนที่จะเป็นศัตรูอันร้ายกาจของเรานั้น ส่วนมากมักจะอยู่ในระดับเดียวกับเรา เป็นเพื่อนเรา อยู่ในสังคมเดียวกัน ทำงานร่วมกันหรือเกี่ยวข้องกับเราโดยตรง เช่น พ่อค้าแม่ค้า ก็มักจะเป็นศัตรูคู่แข่งทางการค้า , ข้าราชการในหน่วยงาน ก็มักจะขัดแข้งขัดขากัน อิจฉาริษยากันในหมู่ข้าราชการระดับเดียวกัน หรือใกล้เคียงกัน คนที่เป็นอธิบดี ก็น่าจะแข่งขันกันในระดับอธิบดี เพื่อแย่งชิงตำแหน่งปลัดกระทรวง คงจะไม่ตั้งตนเป็นศัตรูหรือแข่งขันกับภารโรง เพราะมันคนละชั้น คนละรุ่นกัน ฯลฯ จริงเท็จประการใด ลองพิจารณากันดู

แม้แต่พระภิกษุสงฆ์องคเจ้าซึ่งไม่น่าจะยึดติดในเรื่องของ ลาภยศสรรเสริญ หรือตำแหน่งหน้าที่การงาน  ก็ยังมีเรื่องราวปรากฎเป็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์บ่อยครั้ง  ในเรื่องของการใส่ร้ายป้ายสี ด้วยวิธีการต่าง ๆ นา ๆ ที่รู้จักกันดีและใช้ได้ผลดีก็คือ “แผนนารีพิฆาต” เพราะไม่มีอะไรจะร้ายกาจเท่ากับสตรีซึ่งถือเป็นศัตรูของเพศพรหมจรรย์ บางรายร้ายหนักกว่านี้ ถึงกับจ้างมือปืนมาฆ่า เพื่อหวังแย่งชิงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดก็เคยมีข่าวมาแล้ว ดังนั้น ข่าวที่ท่านพบเห็นในหน้าหนังสือพิมพ์ หรือสื่อมวลชนแขนงใดก็ตาม ก่อนที่ท่านจะเชื่อข่าว ก็น่าจะลองพิจารณาใคร่ครวญให้ดีเสียก่อน เพราะยังมีพระผู้บริสุทธิ์อีกหลายองค์ทีเดียว ที่ถูกใส่ร้ายป้ายสี ถูกตั้งกรรมการสอบสวนอธิกรณ์ ถูกจับบังคับให้สึก และต้องคดีความอาญาบ้านเมือง บางองค์โดนการเมืองเล่นงาน จับไปขังคุกในข้อหา “คอมมูนิสต์” กว่าจะพ้นมลทินมาได้ ก็อยู่ในคุกเสียหลายปี

ในกรณีของ ครูบาเจ้าศรีวิชัย  นักบุญแห่งล้านนาไทยในอดีต ที่เป็นผู้นำในการสร้างทางขึ้นดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่  ท่านต้องถูกคุมตัวเข้ากรุงเทพ ฯ ถึงสองครั้งสองครา เพื่อสอบสวนอธิกรณ์ในข้อหา “ผีบุญ” ไม่เชื่อฟัง หรืออยู่ภายใต้การปกครองของเจ้าคณะจังหวัด และอื่น ๆ อีกหลายข้อ พอท่านเข้ากรุงเทพ ฯ ที บรรดาลูกศิษย์ที่ให้ความเคารพนับถือ ก็แห่กันเข้ากรุงเทพ ฯ ติดตามท่าน ด้วยความเคารพนับถือและห่วงใยเป็นขบวน ไม่ต่ำกว่า ๒๐ คน ก็ยิ่งทำให้เป็นที่เพ่งเล็งของคณะผู้ปกครองสงฆ์ ซึ่งเป็นฝ่ายพุทธจักร และเจ้าหน้าที่บ้านเมืองซึ่งเป็นฝ่ายอาณาจักรมากขึ้น ท่านต้องต่อสู้กับอธิกรณ์หลายปี จนในที่สุด พวกที่ใส่ร้ายท่านก็ไม่อาจทำอะไรท่านได้ เมื่อความจริงปรากฎว่า ท่านเป็นผู้บริสุทธิ์ ไร้มลทินใด ๆ ทั้งสิ้น  แม้ท่านจะแผ่เมตตาให้กับผู้ที่คิดร้ายต่อท่าน ด้วยถือว่าเป็นกรรมเก่า แต่ถึงกระนั้น ผู้ที่ใส่ร้ายพระอริยสงฆ์อย่างท่าน ก็ยังคงได้รับผลกรรมที่ตนก่อทันตาเห็นกันถ้วนหน้า

กำลังสนุกเชียว  เนื้อที่หมดแล้ว ฉบับหน้าผมมีดวงตัวอย่างของพระสงฆ์ท่านหนึ่ง ระดับชั้นเจ้าประคุณสมเด็จฯ  เคยรักษาการในตำแหน่งพระสังฆราช  ที่ท่านถูกใส่ร้ายป้ายสี ต้องถูกบังคับให้สึก โดนยึดสมณศักดิ์ และติดคุกติดตะรางเสียหลายปี ในที่สุดท่านก็พ้นมลทิน ต้องคืนสมณศักดิ์และตำแหน่งปกครองทางคณะสงฆ์ให้ท่าน เป็นใคร นึกออกไหมครับ ถ้านึกไม่ออกก็ต้องรออ่านกันในสัปดาห์หน้าก็แล้วกัน  สวัสดีครับ

 

 

ขอบคุณบทความจาก  www.lekpluto.org

เขียนเมื่อ : 08 พ.ค. 2553,16:06   เข้าชม : 1331 ครั้ง

นิทานธรรมะ » กฏแห่งกรรมอื่นๆที่น่าสนใจ
สิ่งลี้ลับ
โลกเรานี้ยังมีสิ่งที่ประหลาดมหัศจรรย์ลี้ลับอีกมากมาย แม้ปัจจุบันนี้ความเจริญทางวิทยาศาสตร์จะก้าวหน้าเพียงไร แต่ความลี้ลับมหัศจรรย์ในเรื่องวิญญาณและอภินิหาร ก็ยังเหมือนม่านลี้ลับกั้นระหว่าง
แก้ดวง แก้กรรม ทำอย่างไร ?ตอนที่ ๑๔
สวัสดีปีใหม่ ๒๕๔๖ ทุกท่าน ปีเก่าผ่านไป ปีใหม่ผ่านเข้ามา เป็นเรื่องธรรมดา เป็นเรื่องของกาลเวลาที่ปรับเปลี่ยนหมุนเวียนไป ภายใต้กฎเกณฑ์ของธรรมชาติ และกฎแห่งกรรม ซึ่งเราท่านทั้งหลายก็คงต้องยอมรับความจริง ยอมรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ถ้าหลีกไม่ได้ เลี่ยงไม
แก้ดวง แก้กรรม ทำอย่างไร ? (๓๕)
มาดูบุพกรรม (กรรมเก่า) ของท่านพระกุณฑธานะ ในสมัยที่ท่านเกิดเป็นภุมเทวา (เทวดาที่อาศัยอยู่บนพื้นดิน เป็นเทวดาที่มีนิสัยใกล้เคียงมนุษย์มากที่สุด ถือเป็นเทวดามิจฉาทิฐิ) และได้แกล้งใส่ร้ายพระภิกษุองค์หนึ่
แก้ดวง แก้กรรม ทำอย่างไร ? (๔๙)
มาเว้าดวงของท่านกันต่อในเรื่องของความรัก และการแต่งงาน การที่ท่านต้องพบกับความอกหัก ผิดหวัง บ่อยครั้ง อยู่กับใครก็ไม่ยืดยาว ต้องพลัดพราก หรือเลิกราหย่าร้างกันไป ก็เพราะดาวศุกร์ (๖)
แก้ดวง แก้กรรม ทำอย่างไร ? (๔๕)
อย่างไรก็ดี สุนทรภู่ได้เข้ารับราชการในปี พ.ศ. ๒๓๕๙ ในกรมพระอาลักษณ์ เรื่องราวของกวีที่ปรึกษาท่านนี้ ที่ได้แสดงฝีมือเป็นที่พอพระทัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
สปอตบอกกล่าวเล่ากรรมใหม่
บอกกล่าวเล่ากรรม น้ามุก ตอนที่ 11_30.flv
http://sbbtv999.com * http://sanghathannews.net http://www.fm8925.net * http://sanghathan.net http://www.dhamma999.net
สปอทโรงพยาบาลใหม่
บอกกล่าวเล่ากรรม แม่ชีสำราญ 7_7.flv
http://sbbtv999.com * http://sanghathannews.net http://www.fm8925.net * http://sanghathan.net http://www.dhamma999.net
บันทึกประหลาด
บ่ายวันหนึ่งได้มีสุภาพบุรุษสูงอายุหนีบแฟ้มเอกสารเข้ามาในบ้านแต่ผู้เดียว เป็นผู้ที่ข้าพเจ้าผู้เขียนไม่เคยรู้จักมาก่อน แต่เมื่อเห็นท่าทางบุคลิกลักษณะเป็นผู้ที่น่าเคารพนับถือ และท่านผู้นั้นได้แนะนำตัวเองและเราก็เริ่มสนทนากันในห้องรับแขก เมื่อได้สนทนากันครู่ใ
บอกกล่าวเล่ากรรม น้ามุก ตอนที่ 28_30.flv
http://sbbtv999.com * http://sanghathannews.net http://www.fm8925.net * http://sanghathan.net http://www.dhamma999.net
แก้ดวง แก้กรรม ทำอย่างไร ?ตอนที่ ๕๓
น้ำยาสระผมของจั๊วขายดีขึ้นอีก นอกจากจะต้องขยายกำลังการผลิต จั๊วยังต้องเพิ่มเจ้าหน้าที่ส่งของ เจ้าหน้าที่เก็บเงิน และต้องซื้อรถอีกหนึ่งคัน จั๊วก็สามารถทำได้ทุกอย่าง แต่แล้วจั๊วก็ต้องประสบความพินาศ
แสดงความคิดเห็น เรื่อง : แก้ดวง แก้กรรม ทำอย่างไร ? (๓๗)

 

คำค้น
16 พ.ค.2531 2553___สำหรับคนเกิดปี_จอ 2553___สำหรับคนเกิดปี_วอก 2554___สำหรับคนเกิดปี_วอก 2555___สำหรับคนเกิดปี_วอก กลอนธรรมะ กลอนธรรมะเกี่ยวกับพระคุณแม่ การ์ตูนพุทธสุภาษิต คนไม่มีเวลา จ่อยนายแน่มาก ถ้ำจักรพรรดิ์ ธรรมะ นิทานพระมหากัสสปะ นิยายรักอมตะครั้งพุทธกาล พระปิดตาหลวงปู่ พระปิดตาหลวงปู่โต๊ะ พระมหาโฆคคัลลานเถระ พระสมเด็จ วัดระลวงพ่อโต พระอรหันต์16พระองค์ พระอาจารย์ตี๋เล็ก_เขาสุนะโม มะแม รูปป่า ลัทธิไสยศาสตร์ วันอังคาร หลวงปู่ศรี ถาวโร หลวงปู่ศรี_ถาวโร หลวงปู่เณรคำ อิติปิโส 2554

ธรรมะ  
 
Copyright 2010, All Rights Reserved. สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
ติดต่อเรา e-mail dhammavarietyแอดhotmailดอทco.th