User :
Password :
สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน

ข่าวธรรมะ

ประวัติพระเกจิอาจารย์

ท่องเที่ยวทำบุญไหว้พระ

สถานที่ปฏิบัติธรรม

ดูดวง

ตำแหน่งโฆษณา
หมวด » นิทานธรรมะ » กฏแห่งกรรม

 

แก้ดวง แก้กรรม ทำอย่างไร ? (๔๗)

แก้ดวง แก้กรรม ทำอย่างไร ?  (๔๗)

แก้ดวง แก้กรรม ทำอย่างไร ?  (๔๗)

               ท่านสุนทรภู่ เป็นผู้ที่มีอารมณ์อ่อนไหว ตามแบบอย่างของศิลปิน หรือนักประพันธ์ทั่วไป ด้วยลัคนาของท่านนั้น อยู่ในราศีกรกฎ (ธาตุน้ำ) มีดาวอังคาร (๓) ธาตุน้ำ และดาวศุกร์ (๖) ธาตุลม กุม และดาวจันทร์ (๒) เจ้าเรือนลัคน์ของท่าน ที่อยู่ในภพวินาศนะในราศีเมถุน (ธาตุลม) นั้น ก็ยังเกาะกุมกับดาวมฤตยู (๐) ธาตุลม โดยมีเกตุ (๙) ธาตุลม และเนปจูน (น) ธาตุน้ำ ทำมุมร่วมธาตุ

                การที่ดวงชะตาของท่านอยู่ในธาตุน้ำ และมีดาวธาตุลมเกาะกุมดาวเจ้าเรือนลัคน์ และทำมุมร่วมธาตุกับลัคนา และดาวเจ้าเรือนลัคน์ เช่นนี้ ทำให้วิถีชีวิตของท่านมักผูกพันกับสายน้ำและสายลม มีอารมณ์ที่เพ้อฝัน จินตนาการกว้างไกล อ่อนไหวง่าย เปลี่ยนแปลงง่าย ปรับสภาพตนเองให้เข้ากับสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ได้ง่าย รักง่าย หลงง่าย ยิ่งดาวอังคาร (๓) ตัวโทสะจริต กุมลัคน์ด้วยแล้ว เวลาโกรธเกลียดใคร ชังใคร มักจะรุนแรง ดังที่ท่านได้ถ่ายทอดความคิด ความรู้สึกอันนี้ลงในบทกลอนเรื่อง “พระอภัยมณี” ตอนที่พระฤาษีสอนสุดสาคร ว่า

                                “แม้ใครรักรักมั่งชังชังตอบ               ให้รอบคอบคิดอ่านนะหลานหนา”

                ด้วยลักษณะนิสัยใจคอเช่นนี้นี่เอง   ที่ทำให้ท่านต้องพบพานกับปัญหาอุปสรรคมากมายในการดำเนินชีวิต  ชีวิตของท่านส่วนใหญ่ “ลำบากมากกว่าสบาย” มีช่วงที่รุ่งโรจน์ เป็นกวีที่ปรึกษา ได้รับการโปรดปรานจากล้นเกล้า ฯ รัชกาลที่ ๒ เพียงแค่ ๘ ปี เท่านั้น จะสังเกตเห็นความรู้สึกของสุนทรภู่ที่มีความจงรักภักดีต่อล้นเกล้า ฯ รัชกาลที่ ๒ หลายต่อหลายครั้งในนิราศต่าง ๆ เมื่อกล่าวถึงพระองค์ท่านว่า “โอ้ผ่านเกล้าเจ้าประคุณของสุนทร” และเมื่อท่านสร้างความดี หรือกุศลผลบุญทุกครั้ง ท่านมักจะน้อมอุทิศให้แด่พระองค์ท่านเสมอ ท่านรักใคร รักจริง ยอมทุ่มเททุกอย่างอย่างหมดใจ หากท่านไม่ชอบ หรือไม่ลงรอยกับใครแล้ว ท่านก็มักจะไม่เข้าไปข้องแวะ ข้องเกี่ยวด้วย

                ดาวศุกร์ (๖) ดาวแห่งความรัก ดาวแห่งโลกีย์วิสัย ที่ยังฝักใฝ่อยู่ในกามคุณทั้ง ๕ กุมลัคนาของท่าน ร่วมกับอังคาร (๓) ดาวแห่งตัณหา ราคะ และทั้งสองนี้เป็นคู่มิตรที่ให้การเกื้อกูลกันในเรื่องนี้ ทำให้ท่านยังคงหมกมุ่นอยู่ในเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ ตลอดชีวิตของท่านเลยทีเดียว ตัดไม่ตาย ขายไม่ขาดเอาเสียเลย แม้ขณะที่ท่านยังอยู่ในเพศบรรพชิต ซึ่งบวชมานานถึง ๑๘ พรรษา ในพรรษาสุดท้าย ก่อนที่ท่านจะลาสิกขาบท ท่านฝันเห็นนางฟ้า และนางมณีเมขลา มาชวนท่านให้ทิ้งชมพูทวีป (หมายถึง โลกของเรา หรือ ภพภูมิมนุษย์) ไปอยู่ด้วยกันบนสรวงสวรรค์ เมื่อท่านตื่นขึ้นมา ท่านเห็นเป็น “ลางร้าย” คิดว่า ท่านคงจะต้องมรณภาพในเร็ววันนี้ จึงรีบแต่ง “รำพันพิลาป” บรรยายเรื่องราวของท่าน ความรู้สึกของท่าน ในเรื่องที่ผ่านมา และก็ไม่พ้นเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ อีกเช่นเคย

                ในความเห็นของกรมพระยาดำรงราชานุภาพ พระบิดาแห่งประวัติศาสตร์ไทย ท่านลงความเห็นว่า “นางฟ้า” ที่สุนทรภู่กล่าวถึงในความฝันนั้น ไม่น่าจะเป็นนางฟ้าจริง ๆ แต่คงจะหมายถึง “กรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ” พระราชธิดาของล้นเกล้า ฯ รัชกาลที่ ๓ ที่ทรงให้ความเมตตา อุปถัมภ์ค้ำจุน เป็น “โยมอุปัฏฐาก” อยู่ ซึ่งก็มีบางท่านให้ความเห็นว่าไม่น่าจะใช่  ท่านอาจจะฝันเห็นนางฟ้าจริง ๆ ก็ได้ เพราะท่านยังกล่าวถึงนางมณีเมขลา ด้วยว่า “ถ้าให้แก้วแล้ว ก็ขอได้ให้ตัวท่านได้บรรลุพระโพธิญาณด้วยเถิด” ซึ่งในบทประพันธ์ของท่านสุนทรภู่ มักจะขอให้ตนเองได้หลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด อยู่หลายต่อหลายเรื่องด้วยกัน

                ที่นี้ขอให้ผมได้ออกความเห็นในฐานะนักโหราศาสตร์ ประกอบกับเหตุผลบ้างนะครับ เรื่องที่มีการกล่าวถึงตอนหนึ่งในประวัติ ที่ลงในเวปไซด์ที่จัดทำขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติท่าน ที่ว่า เมื่อท่านฝันเห็นนางฟ้ามาชวนให้ท่านไปอยู่ด้วย ท่านถือเป็นลางร้าย จึงต้องลาสิกขาบทออกมา เพื่อเตรียมตัวจะตาย ฟังดูแล้วมันยังไง ๆ อยู่นะครับ ทำไม ? ครับ ท่านสุนทรภู่บวชมานานถึง ๑๘ พรรษา จะตายทั้งที ตายในผ้าเหลือง ไม่ดีกว่าหรือ ? ไม่มีเกียรติกว่ากันหรือ ? จะสึกออกมาตายอย่างสามัญชนคนธรรมดา ไร้ยศถาบรรดาศักดิ์ ทำไม ท่านเป็นบรมครู ท่านต้องรู้คำห้ามของโบราณที่ว่า “อย่านอนตอนดึก อย่าสึกตอนแก่” ตอนที่ท่านสึกนั้น อายุท่านปาเข้าไปตั้ง ๕๖ ปี แล้ว ท่านจะสึกออกมาโดยไม่มีจุดหมายปลายทางอย่างอื่น หรือมีเหตุผลอย่างอื่น เพียงเพื่อสึกออกมา เพราะเตรียมตัวตาย มันยังไงชอบกล ดูมันไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลยครับ

                ผมเพิ่งทราบนะครับว่า การฝันเห็นเทวดา นางฟ้า มาชวนไปอยู่ด้วยบนสรวงสวรรค์นั้น เป็นลางร้าย เป็นผมนะครับ รีบไปเลย อยู่ในโลกนี้ต้องต่อสู้ดิ้นรนกับปัญหาต่าง ๆ ปากกัดตีนถีบ หากินเหนื่อยสายตัวสายใจแทบขาด รักเขาชอบใครก็มีอันต้องระทมขมขื่นใจเสมอมา ถ้าได้ไปอยู่บนสวรรค์ อันแสนสบาย ไม่ต้องทำมาหากิน อิ่มทิพย์ อิ่มอก อิ่มใจ มีสาว ๆ สวย ๆ แบบนางฟ้านางสวรรค์มาปรนนิบัติมากมาย ผมไปครับ จะอยู่ทำไม ? เรื่องมรรคผลนิพพาน ที่ตั้งใจไว้ เอาไว้สร้างสมบารมีกันต่อในภพหน้า เมื่อไม่ได้ “มนุษยสมบัติ” ที่ถึงพร้อมด้วยความมั่งมีศรีสุขในชาตินี้ ก็เอา “สวรรค์สมบัติ” ไว้ก่อน เพราะชาตินี้เกิดมาก็สร้างสมความดี และกุศลผลบุญไว้ไม่น้อย  ส่วน “นิพพานสมบัติ” นั้น หากยังมีกิเลสตัณหา ราคะ ยังตัดขาดในกามคุณไม่ได้ ก็รอไว้ชาติหน้า หรือ ชาติต่อ ๆ ไป ก็แล้วกัน บางทีกิเลสตัณหาราคะ อาจจะเบาบางลง มีปัญญาเห็นทุกข์ เห็นธรรมมากขึ้น และกุศลที่สร้างสมไว้ อาจชักพาให้เข้าสู่มรรคผล นิพพาน เมื่อถึงเวลาอันควร

                ที่ท่านต้องสึก และคิดว่าท่านต้องตาย ในที่นี้ หมายถึง ท่านต้องตายจากเพศบรรพชิต ที่บวชมานานถึง ๑๘ พรรษาได้แล้ว อายุท่านมากแล้ว ท่านคิดว่าท่านไม่สมควรตายใน “ผ้าเหลือง” เพราะว่าท่านรู้ตัวดีว่า ท่านยังตัดไม่ขาดในเรื่องกิเลสตัณหาราคะ เรื่องที่ท่านมีจิตพิสมัย กรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ เห็นจะจริง ด้วยลักษณะนิสัยที่อ่อนไหวง่าย รักคนง่าย รักใครรักจริง ไม่สามารถหักห้ามในเรื่องของความรักได้ แม้จะเป็นการรักเขาข้างเดียว ท่านก็ยังเก็บเอาไปคิด ไปเพ้อฝัน ตามลักษณะนิสัยของท่าน และหาทางระบายออกมาด้วยการเขียนเป็นบทประพันธ์ต่าง ๆ โดยเฉพาะในนิราศนั้น มีมากมายทีเดียวครับ ที่ท่านได้บรรยายถึงความรู้สึกในเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ กับใครต่อใคร หลายต่อหลายคน

                สิ่งหนึ่งที่ท่านรู้ตัวว่า ทำผิดพระวินัยสงฆ์ ก็คือ การดื่มเหล้า ซึ่งท่านยังคงดื่มอยู่ ในขณะที่ท่านบวช การดื่มเหล้าของพระสงฆ์นั้น ไม่ถือว่า “ปราชิก” หรือ “ขาดความเป็นสงฆ์” นะครับ แค่อาบัติ “ปาจิตตีย์” ทำการ “ปลงอาบัติ” กับพระรูปอื่น ก็จะกลับมาเป็น “สมมติสงฆ์ผู้บริสุทธิ์” ได้อีก มีพระหลายองค์ครับ “เลี่ยงบาลี หรือ พระธรรมวินัย” ด้วยการเอาเหล้าผสมกับยาดอง หรือ สมุนไพร นัยว่า เป็นการดื่ม เพื่อบำรุงสุขภาพ หรือรักษาโรคภัยไข้เจ็บในร่างกาย ประเภท “ยาดองเหล้า” น่ะแหละครับ ซึ่งในสมัยรัชกาลที่ ๓ นั้น เท่าที่ผมเคยอ่านเรื่องราวมา พบว่า พระสงฆ์ในสมัยนั้น หย่อนยานต่อพระธรรมวินัยมาก ที่เตะตะกร้อทุกวันยามเย็น ก็มี , ที่เดินเที่ยวชมงานเฉลิมฉลองเบียดเสียดกับคนมากมาย ไม่เว้นแม้แต่สีกา ก็มี , ที่สวดตลกคะนอง แบบสวดคฤหัสถ์  ใช้คำสวด ลีลา ท่าทาง ไม่สงบสำรวม ชนิดที่กระแทกตาละปัตร จนด้ามหัก ก็มี ฯลฯ นับประสาอะไร พระจะฉันยาดองเหล้า หรือ ล่วงละเมิด พระธรรมวินัยอื่น ๆ  ไม่ได้ 

                ด้วยเหตุนี้กระมัง  ล้นเกล้า ฯ รัชกาลที่ ๔ ในสมัยที่พระองค์ยังทรงผนวชอยู่  อดรนทนไม่ไหว ถึงกับ ตั้ง “ธรรมยุติกนิกาย” ขึ้นมาใหม่ เพราะทรงเอือมระอาต่อพฤติกรรมของพระสงฆ์ในสมัยนั้น ซึ่งการตั้งนิกายใหม่ของพระองค์ท่าน ถ้าดูที่เจตนาแล้ว ไม่ถือว่าเป็นการ “ทำสังฆเภท” คือ ยุยงสงฆ์ให้แตกแยกกัน อย่างที่มีผู้กล่าวหานะครับ การกระทำอะไรในทางพุทธศาสนา ที่ถือว่า บาป หรือ บุญ ให้ดูที่เจตนาเป็นหลักครับ พระองค์ท่านมีเจตนาดี ในการที่จะแสดงให้พุทธศาสนิกชนทั้งหลายเห็นว่า พระสงฆ์ที่ดี มีศีลาจารวัตรที่ควรเคารพกราบไหว้นั้น ควรเป็นเช่นไร ไม่ได้มีเจตนาที่จะทำลายล้างพระพุทธศาสนา อย่างเจ้าลัทธิธรรมกายที่ทำกันอยู่ในปัจจุบัน ท่านจึงสถาปนาคณะสงฆ์ธรรมยุติกนิกาย ขึ้นมาใหม่ และยังคงสืบสายมาจนทุกวันนี้

                หากจะถามผมว่า แล้วรู้ได้อย่างไร ว่า พระสุนทรภู่ ดื่มเหล้า ในขณะบวชอยู่ ก็ต้องอ่านกลอนนิราศที่ท่านเขียนไว้น่ะแหละครับ ตอนที่ท่านต้องอธิกรณ์ ถึงกับถูกขับไล่ออกจากวัดราชบูรณะ นั้น นัยว่า ท่านต้องอธิกรณ์เพราะดื่ม “ยาดองเหล้า” นี่แหละ ที่นี้ ท่านคงเห็นว่า ท่านไม่ได้รับความเป็นธรรมจากพระผู้ใหญ่ จำไว้เลยนะครับว่า พระราชาคณะ นั้น มีความหมายว่า พวกของพระราชา ดังนั้น จึงเป็นการแน่นอน ที่ย่อมไม่ชอบพระสุนทรภู่ ซึ่งไม่ลงรอย หรือไม่ใช่พวกที่ฝักใฝ่พระราชาของตน ซึ่งก็คือ ล้นเกล้า ฯ รัชกาลที่ ๓ สมัยนั้น ท่านยอมรับอยู่ในกลอนนะครับ ว่าท่านดื่ม ตรงที่ว่า “โอ้บาปกรรมน้ำนรกเจียวอกเรา ให้มัวเมาเหมือนหนึ่งบ้าเป็นน่าอาย” ครับท่านอาย ดังท่านว่า ท่านมีความละอายและเกรงกลัวต่อบาปอันนี้ของท่าน และอายที่ถูกขับไล่ออกจากวัด และน้อยใจพระผู้ใหญ่ที่ทำเรื่องเล็ก ให้เป็นเรื่องใหญ่ เพราะมีอคติต่อท่าน ดังที่พรรณาไว้ใน “นิราศภูเขาทอง” ครับ

                ในดวงของท่านนั้น นอกจากบ่งบอกว่าท่านเป็นคนอารมณ์อ่อนไหว ซึ่งคนอ่อนไหวมักจะหาทางออกด้วยการระบาย ท่านก็ได้ระบายออกมาเป็นบทกลอนต่าง ๆ ดังที่ทราบ ทีนี้ในเรื่องของความรักนั้นน่ะ ระบายเท่าไรก็ไม่หมด มันทุกข์แล้วทุกข์เล่า เมื่ออกหักผิดหวังหนัก ๆ เข้า ก็เลยหันหน้าไปพึ่งเหล้า เพื่อให้หลุดพ้นจากทุกข์ และมีสุขมากล้น ตามทัศนะของ “นักดื่ม” ทั้งหลาย และเหตุที่ท่านหันไปพึ่งเหล้า แทนที่จะพึ่งพระธรรมขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น ก็ด้วยเหตุผลในพื้นดวงของท่านนั้น บ่งบอกไว้ดังนี้

                ดาวเสาร์ (๗) ซึ่งเป็นดาวครองใจ ผมบอกเสมอว่า หากจะดูจิตใจคน นอกจากดูดาวพฤหัสบดี (๕) มาสัมพันธ์กับลัคนา และดาวเจ้าเรือนลัคน์ แล้ว ยังต้องดูดาวเสาร์ (๗) ด้วยเสมอ ในดวงนี้ เสาร์ (๗) เป็นเกษตร มีกำลังแรงมาก ให้โทษมาก ด้วยลักษณะของบาปเคราะห์ ที่มีความหมายทุกข์ โทษ หดหู่ เซี่องซึม ปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ความยากลำบากต่าง ๆ ฯลฯ ในดวงของท่าน เสาร์ (๗) เล็งลัคน์ อยู่ในภพปัตนิ ท่านจึงต้องพบกับความระทมขมขื่นในเรื่องคู่ครอง ความรัก การแต่งงาน อยู่ตลอดชีวิต แม้จะสมหวังบ้างในชั่วขณะ แต่ก็พบกับความผิดหวัง มีทุกข์มากกว่าสุข

                และเนื่องจาก เสาร์ (๗) เป็นเกษตร แปลว่า อุดมสมบูรณ์ ไม่ขาดแคลน จึงส่งผลให้ท่านมีคู่มาก มักไม่ขาดแคลนในเรื่องนี้ ไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหน ทำอะไร มักพบพาน สาว ๆ สวย ๆ ทั้งระดับชาววัง และระดับชาวบ้าน ท่านได้กล่าวถึงสาว ๆ ที่ท่านพบปะ และมีความสัมพันธ์ด้วยมากมาย ไม่น้อยไปกว่า ๑๐ คน อย่างนี้เรียกว่าท่าน “เจ้าชู้” ได้หรือไม่ เราตัดสินผู้ชาย “เจ้าชู้” ที่ตรงไหน ตรงนี้ ขอละไว้ก่อนนะครับ ตอนหน้าจะวิสัชนาให้ฟัง มาว่ากันต่อเรื่อง “เหล้า” กันก่อน เอาทีละเรื่อง เดี๋ยวงง

                เนื่องจาก เสาร์ (๗) ดาวครองใจ กุมราหู (๘) คู่มิตร ที่มีความหมายถึง ความมัวเมา สิ่งเสพติด อบายมุขทุกชนิด คนพาล คนไม่ดี ฯลฯ ดังนั้น ท่านจึงถูกอำนาจของราหู (๘) ที่กุมเสาร์ (๗) และเล็งลัคนา ให้โทษด้วยการถูกชักจูง ชักพาไปในทางที่ไม่ดี ด้วยการดื่มเหล้าเมายา ถึงกับติดคุกหลายครั้ง เพราะเมาสุราอาละวาด คล้าย ๆ ศรีปราชญ์ ตรงที่ พอล้นเกล้า ฯรัชกาลที่ ๒ ติดขัดเรื่องโคลงกลอน และหาคนแต่งต่อให้ถูกพระทัยไม่ได้ ก็จะถามหาสุนทรภู่ เมื่อรู้ว่าอยู่ในคุกเพราะดื่มเหล้าเมาอาละวาด ก็จะให้ไปเบิกตัวออกมา และรับพระราชทานอภัยโทษ ศรีปราชญ์ติดคุกเพราะปากเสีย จีบผู้หญิงไม่เลือกหน้า แต่สุนทรภู่ติดคุก เพราะดื่มเหล้าเมาอาละวาด ปากเสียเหมือนกัน คือ เอาปากไปดื่มเหล้า บวกกับอังคาร (๓) ที่กุมลัคน์อยู่ จึงควบคุมอารมณ์ไม่ได้ ก็ไปก่อการวิวาทกับคนอื่น ถึงกับต้องติดคุก กรรมของท่านจริง ๆ

                เนื้อที่หมดอีกแล้วครับ ผ่านเรื่องเหล้าไปแล้ว ทีนี้ก็จะได้มาว่ากันต่อ ถึง ความเจ้าชู้ ของท่าน ที่ใครต่อใครกล่าวหาว่าท่าน “เจ้าชู้” นั้นจริงเท็จประการใด และการที่จะตัดสินว่าใคร “เจ้าชู้” หรือไม่นั้นเอาอะไรมาเป็นเครื่องวัดหรือตัวกำหนด ท่านผู้อ่านคิดเห็นอย่างไร ?  นึกในใจไว้นะครับ ว่าจะเห็นตรงกับผมหรือไม่ พบกันใหม่ตอนหน้า สวัสดีครับ

 


ขอบคุณบทความจาก  www.lekpluto.org

เขียนเมื่อ : 08 พ.ค. 2553,16:19   เข้าชม : 803 ครั้ง

นิทานธรรมะ » กฏแห่งกรรมอื่นๆที่น่าสนใจ
ทรมานมดแดง
เรื่องนี้เกิดขึ้นกับ อาจารย์กมลภา พยัคฆนันท์ ข้าราชการบำนาญ ภริยาอดีตเกษตรจังหวัดนครราชสีมา ปัจจุบันเธอเป็นอาจารย์สอนวิปัสสนากรรมฐาน มองด้วยตาเปล่าก็จะทราบว่า เธอเป็นคนป่วย และมีอาการป่วยไม่น้อย อาการของเธอก็ดูน่าประหลาด เพราะบางครั้งจะมีอา
แก้ดวง แก้กรรม ทำอย่างไร ? (๔๓)
ก่อนอื่นต้องขออภัยท่านผู้อ่านทุกท่านเป็นอย่างยิ่ง ที่บทความในสัปดาห์ที่แล้วได้ตกหล่นสูญหายไปอย่างกระทันหัน ทำให้หลายท่านต้องผิดหวังและถามไถ่เข้ามา อย่าถือว่าเป็นความผิดพลาดของผู้หนึ่งผู้ใดเลยครับ
โปรโมทสัมนาที่มหิดล29-8-54
โปรโมทสัมนาที่มหิดล29-8-54 http://sbbtv999.com * http://sanghathannews.net http://www.fm8925.net * http://sanghathan.net http://buddhabhumi.org * http://khunnadham.com http://www.dhamma999.net * http://dhammo.org
สปอทวิทยุเครือข่าย
แก้ดวง แก้กรรม ทำอย่างไร ? ตอนที่ ๑๙
คนเราที่เกิดมาในโลกนี้ ทุกคนล้วนมีกรรมเป็นกำเนิด มีกรรมเป็นทายาท มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย ใครจักทำกรรมอันใดไว้ ไม่ว่าดีหรือชั่วก็ตาม ตนจักเป็นผู้รับผลของกรรมนั้น นี่คือ “หลักกรรม”
แก้ดวง แก้กรรม ทำอย่างไร ?ตอนที่ ๕๓
น้ำยาสระผมของจั๊วขายดีขึ้นอีก นอกจากจะต้องขยายกำลังการผลิต จั๊วยังต้องเพิ่มเจ้าหน้าที่ส่งของ เจ้าหน้าที่เก็บเงิน และต้องซื้อรถอีกหนึ่งคัน จั๊วก็สามารถทำได้ทุกอย่าง แต่แล้วจั๊วก็ต้องประสบความพินาศ
บอกเก่าเล่ากรรม_ดร.ผาณิต ตอน 15_17
http://sbbtv999.com * http://sanghathannews.net http://www.fm8925.net * http://sanghathan.net http://www.dhamma999.net
โทษมหันต์จากสุรา
๑๖.๓๐ น. เสียงหวูดสัญญาณบอกเวลาเลิกงาน ของศูนย์ ฯ ร.พ.ช. ภาคเหนือ ดังก้องกังวานข้ามทุ่งมาถึงสำนักงานรัฐบาลอีกแห่งหนึ่ง
บอกกล่าวเล่ากรรม น้ามุก ตอนที่ 30_30.flv
http://sbbtv999.com * http://sanghathannews.net http://www.fm8925.net * http://sanghathan.net http://www.dhamma999.net
บอกกล่ากรรม ธนพนดาวดึง ตอนที่ 08_20.flv
http://sbbtv999.com * http://sanghathannews.net http://www.fm8925.net * http://sanghathan.net http://www.dhamma999.net
บอกเก่าเล่ากรรม_ดร.ผาณิต ตอน 12_17
http://sbbtv999.com * http://sanghathannews.net http://www.fm8925.net * http://sanghathan.net http://www.dhamma999.net
บอกกล่ากรรม ธนพนดาวดึง ตอนที่ 04_20.flv
http://sbbtv999.com * http://sanghathannews.net http://www.fm8925.net * http://sanghathan.net http://www.dhamma999.net
แสดงความคิดเห็น เรื่อง : แก้ดวง แก้กรรม ทำอย่างไร ? (๔๗)

 

คำค้น
16 พ.ค.2531 2553___สำหรับคนเกิดปี_จอ 2553___สำหรับคนเกิดปี_วอก 2554___สำหรับคนเกิดปี_วอก 2555___สำหรับคนเกิดปี_วอก กลอนธรรมะ กลอนธรรมะเกี่ยวกับพระคุณแม่ การ์ตูนพุทธสุภาษิต คนไม่มีเวลา จ่อยนายแน่มาก ถ้ำจักรพรรดิ์ ธรรมะ นิทานพระมหากัสสปะ นิยายรักอมตะครั้งพุทธกาล พระปิดตาหลวงปู่ พระปิดตาหลวงปู่โต๊ะ พระมหาโฆคคัลลานเถระ พระสมเด็จ วัดระลวงพ่อโต พระอรหันต์16พระองค์ พระอาจารย์ตี๋เล็ก_เขาสุนะโม มะแม รูปป่า ลัทธิไสยศาสตร์ วันอังคาร หลวงปู่ศรี ถาวโร หลวงปู่ศรี_ถาวโร หลวงปู่เณรคำ อิติปิโส 2554

ธรรมะ  
 
Copyright 2010, All Rights Reserved. สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
ติดต่อเรา e-mail dhammavarietyแอดhotmailดอทco.th