User :
Password :
สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน

ข่าวธรรมะ

ประวัติพระเกจิอาจารย์

ท่องเที่ยวทำบุญไหว้พระ

สถานที่ปฏิบัติธรรม

ดูดวง

ตำแหน่งโฆษณา
หมวด » นิทานธรรมะ » กฏแห่งกรรม

 

แก้ดวง แก้กรรม ทำอย่างไร ? (๕๐)

แก้ดวง แก้กรรม ทำอย่างไร ?  (๕๐)

แก้ดวง แก้กรรม ทำอย่างไร ?  (๕๐)

               มาว่ากันต่อถึงดวงท่านสุนทรภู่  ที่ท่านพบกับชีวิตอันรุ่งโรจน์ ในช่วงอายุ ๓๑ ถึง ๓๘ ปี แต่หลังจากนั้น ชีวิตท่านต้องหักโค่น พบกับความลำบากมากกว่าสบาย จนอายุได้ ๕๖ ปี ท่านถึงได้กลับเข้ารับราชการอีกครั้งหนึ่ง เหตุที่เป็นเช่นนี้ เพราะว่า ดาวมฤตยู (๐) เจ้าเรือนมรณะ และดาวที่มีความหมายในด้านการเปลี่ยนแปลงกระทันหัน จากหน้ามือเป็นหลังมือ จากขาวเป็นดำ ดำเป็นขาว จากร้ายเป็นดี จากดีเป็นร้าย ฯลฯ กุมกับดาวจันทร์ (๒) เจ้าเรือนลัคนา และจันทร์ ยังครองวัยระหว่างอายุ ๓๑ ถึง ๔๐ ปี ด้วยเหตุนี้ ท่านจึงได้รับราชการเป็นคนโปรดของพระเจ้าแผ่นดิน อย่างไม่คาดฝัน กระโดดข้ามขั้น จากไพร่สามัญชนคนธรรมดา เป็นขุนน้ำขุนนาง มียศศักดิ์ เป็นถึง “ท่านขุน” เพราะอิทธิพลของมฤตยู (๐) ที่กุมดาวจันทร์ (๒)

                และด้วยอิทธิพลของมฤตยู (๐) เช่นกัน จู่ ๆ ล้นเกล้า ฯ รัชกาลที่ ๒ ก็เสด็จสวรรคตอย่างกระทันหัน ชนิดที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน แม้แต่ล้นเกล้า ฯ รัชกาลที่ ๔ ซึ่งขณะนั้น ทรงผนวชสนองพระเดชพระคุณตามโบราณราชประเพณี  ยังช็อคซีเนราม่า เพราะจู่ ๆ ก็มีทหารมาล้อมวัด และแจ้งข่าวการสวรรคต พร้อมกับข่าวการเสด็จขึ้นครองราชย์ ของล้นเกล้า ฯ รัชกาลที่ ๓ ซึ่งไม่มีศักดิ์และสิทธิในราชบัลลังก์ตามกฎมณเทียรบาล ด้วยเป็นพระราชโอรสที่เกิดแต่เจ้าจอม มีศักดิ์เป็นเพียงพระองค์เจ้าแต่กำเนิด ไม่ใช่ เจ้าฟ้ามงกุฎ (ล้นเกล้ารัชกาลที่ ๔) ที่เกิดแต่พระบรมราชินี

และท่านไม่ต้องสงสัยอิทธิพลของดาวมฤตยูที่ว่าหรอกครับ แม้แต่ล้นเกล้า ฯ รัชกาลที่ ๔ พระองค์ ก็มีดาวมฤตยู (๐) กุมพระราชลัคนาเช่นเดียวกัน ส่งผลให้พระองค์ท่าน จากว่าที่ “พระเจ้าแผ่นดิน” ต้องกลายมาเป็นพระสงฆ์ในพุทธศาสนา บวชนานถึง ๒๗ พรรษา คือ ตลอดรัชกาลที่ ๓ เลยทีเดียว และด้วยอิทธิพลดาวดวงนี้ จาก “สมภารเจ้าวัด พระราชาคณะ” ก็พลิกผันให้มาเป็น “เจ้าเหนือหัว” แห่งกรุงสยาม ได้เช่นเดียวกัน

                ดูเหมือนท่านสุนทรภู่ จะทราบดวงชะตาของท่าน ภายหลังที่ชีวิตท่านต้องเปลี่ยนแปลง และมีการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ คือ สูญเสียล้นเกล้า ฯ เจ้าประคุณของสุนทร ที่สุนทรภู่บอกว่า “ขอเป็นข้าเคียงบาททุกชาติไป” ดังนั้น ท่านจึงเลือกทางที่จะออกจากราชการเสียก่อน และออกบวช เพื่อให้ผ้าเหลืองเป็นเกราะคุ้มกันภัย ขืนไม่ออกจากราชการ หรือออกบวช ให้ตายไปจากเพศฆราวาส มีหวังถูกตัดหัวขั้วแห้ง ตายจากเมืองมนุษย์ เพราะอิทธิพลของ ดาวมฤตยู (๐) เจ้าเรือนมรณะที่กุมจันทร์ (๒) เจ้าเรือนลัคน์ และเป็นดาวครองวัย ๓๑ ถึง ๔๐ ปี และด้วยเหตุนี้ เมื่อบวชแล้ว ท่านก็ถือโอกาสธุดงค์ ไปตามหัวเมืองต่าง ๆ หลายหัวเมือง ตลอดระยะเวลา ๓ ปี เต็ม จนพ้นอายุเลข ๓ ไปแล้ว ท่านถึงได้กลับมาจำพรรษาในวัดราชบูรณะ หรือ วัดเลียบ ที่อยู่เชิงสะพานพุทธ ฝั่งพระนคร

                พอพ้นวัยเลข ๓ ก็เข้าสู่วัยเลข ๔ คือ อายุ ๔๑ ถึง ๕๐ ปี เป็นวัยที่ดาวอังคาร (๓) เข้าเสวยอายุ ก็ยังไม่พ้นเลข ๓ อยู่ดี ดวงท่านเนี่ยะ ไม่ถูกโฉลกกับเลข ๓ เสียจริง ๆ ด้วยดาวอังคารที่เสวยอายุนั้น แม้จะกุมศุกร์ (๖) คู่มิตร แต่ก็ถูกเบียนไปพร้อมกับดาวศุกร์ (๖) ที่ครองวัย ๒๑ ถีง ๓๐ ปีไม่น้อยไปกว่ากันเลย ดังนั้น ท่านจึงลำบากมาโดยตลอดอายุ ๔๑ ถึง ๕๐ แต่อย่างไรเสีย ก็ยังอยู่ในเมือง แม้จะออกหัวเมืองบ้างเป็นครั้งคราว ตามลักษณะดวงชีพจรลงเท้าของท่าน ในวัยอังคาร (๓) นี้ ท่านได้รับการสนับสนุน ได้รับการค้ำจุน จากเจ้านายวังหลัง ได้มอบหมายให้ท่านเป็นครูสอนเจ้านายวังหลัง ทำให้ชีวิตท่านสุขสบายขึ้น แต่ก็ยังลำบากใจอยู่ จนกระทั่งท่านได้ย้ายเข้ามาอยู่ในวัดพระเชตุพน หรือวัดโพธิ์ ท่าเตียน ตามคำชวนของ”กรมพระปรมานุชิตชิโนรส” ด้วยเป็นกวีด้วยกัน ชอบพออัธยาศัยกันมาก่อน ท่านก็ค่อยสบายใจขึ้น อะไรที่ท่านยังติด และผิดพระธรรมวินัยบ้าง ด้วยความจำเป็น ไม่สามารถละเลิกได้ ท่านเจ้าอาวาสผู้ครองวัด ท่านคงเข้าใจ เลยเอาหูไปนาเอาตาไปไร่เสีย ถือว่า ท่านเป็นพระที่บวช “เพราะการเมืองบังคับ” ก็แล้วกัน หากไม่ทำอะไรที่มันจะเป็นการทำลายพุทธศาสนาโดยส่วนรวมแล้ว ยอมได้ท่านก็ยอม ในที่นี้ ผมหมายถึง พระมหาสมณเจ้ากรมพระปรมานุชิตชิโนรส กวีเอกอีกองค์หนึ่งของกรุงรัตนโกสินทร์ ผู้ทรงพระนิพนธ์วรรณกรรมที่ขึ้นชื่อ ได้แก่ ลิลิตตะเลงพ่าย, กฤษณาสอนน้อง, พระมาลัยคำหลวง ฯลฯ (ถ้าผมจำผิด ขอให้ผู้รู้แจ้งให้ทราบด้วย จะเป็นพระคุณยิ่ง)

                ท่านจำพรรษาอยู่ที่วัดพระเชตุพนนานถึง ๙ ปี  หลังจากนั้น จึงย้ายไปจำพรรษาที่วัดเทพธิดาราม อีก ๓ ปี ในพรรษาสุดท้าย คือ ปี พ.ศ. ๒๓๘๕ ท่านได้ฝันเห็นนางฟ้ามาชวนท่านไปอยู่ด้วย เป็นเหตุให้ท่านแต่ง “รำพันพิลาป” ขึ้น และลาสิกขาในที่สุด เมื่อท่านอายุได้ ๕๖ ปี ซึ่งอยู่ในวัยของดาวพฤหัสดี (๕) ซึ่งเป็นราชาโชค ลอยเหนือศีรษะขณะเกิด เมื่อสึกออกมาแล้ว จึงได้รับโชคจากพระราชา ในที่นี้หมายถึง พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว สมัยที่ดำรงพระอิสริยยศเป็นพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมขุนอิศเรศรังสรรค์ โปรดให้สุนทรภู่ไปรับราชการอยู่ในพระราชวังเดิม ในกรมพระอาลักษณ์แม้ขณะที่บวชอยู่ ตอนที่ท่านอายุ ๕๓ ปี ก็ได้รับพระกรุณาจาก “กรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ” ให้มาอยู่ในวัดที่พระองค์ทรงสร้างขึ้น และอุปถัมภ์อยู่ โดยรับเป็น “โยมอุปัฏฐาก”  แม้สึกออกมา พระองค์ท่านก็ยังทรงมีพระเมตตา อุปการะท่านสุนทรภู่อยู่ นับว่า วัยของดาวพฤหัสบดี (๕) ซึ่งเป็นราชาโชคนี้ อำนวยความสุขสบาย ความเจริญแก่ท่านอีกวาระหนึ่ง แม้จะไม่เทียบเท่าในสมัยรัชกาลที่ ๒ ก็ตาม

                ท่านได้รับบรรดาศักดิ์สูงสุด เป็น “คุณพระ” เมื่ออายุ ๖๕ ปี ซึ่งอยู่ในวัยของเสาร์ (๗) ที่เล็งลัคนาอยู่ เสาร์ (๗) เป็นเกษตร และมีราหู (๘) คู่มิตรกุมอยู่ด้วย จึงให้คุณอย่างมาก ในวัยอายุ ๖๑ ถึง ๗๐ ปี และด้วยเหตุที่เป็นบาปเคราะห์ร้าย เมื่อให้คุณอนันต์ ก็ให้โทษมหันต์ได้ ท่านสุนทรภู่จึงต้องละสังขารจากโลกนี้ไป เมื่ออายุ ๖๙ ปี ซึ่งอยู่ในช่วงที่เสาร์ (๗) ครองวัย เหตุที่ตายในวัยเสาร์ ไม่ตายในวัยพุธ (๔) ที่ป่วยหนัก ก็ด้วยเหตุที่ เสาร์ (๗) นั้น แม้จะกุมราหู (๘) คู่มิตร แต่ราหูก็ให้โทษเสาร์ ด้วยเป็นบาปเคราะห์ที่ร้ายกาจ ทำลายพระเคราะห์ทุกดวง ดังโบราณท่านเปรียบราหูว่า เหมือนด้วงแมลง ย่อมทำลายต้นไม้ทุกต้นที่มันเกาะกินอยู่  นอกจากเสาร์ (๗) จะกุมราหู (๘) แล้ว เสาร์ (๗) ยังถูกอังคาร (๓) เล็ง เนปจูน (น) ทำมุมกากะบาด และถูกบีบด้วยบาปเคราะห์ พลูโต (พ) และเนปจูน (น) ดังนั้น จึงกระดิกกระเดี้ยไม่ได้ เมื่อถึงเวลาและวัยอันสมควร ท่านจึงต้องละสังขารจากโลกนี้ ไปสู่ปรโลก ตามกฎแห่งกรรม และกฎของธรรมชาติ ที่ไม่มีใครหลีกพ้น

                เหลือไว้แต่คุณงามความดีของท่าน ที่มีมากมายล้นเหลือ ปรากฎเกียรติฟุ้งขจรขจาย หอมทนทาน หอมเนิ่นนาน มาตราบเท่าทุกวันนี้ และตลอดกัลปาวสาน ดังผมจะขอแต่งกลอนแปดเพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติท่าน ดังนี้

 

          พระสุนทรโวหารนามท่านภู่                บรมครูกลอนแปดแผดรังสี

                                พระอภัยลือไกลหลายธานี                                 ประชาชีต่างชั้นอ่านกันเพลิน

                                บทรักสุขโศกสรวลล้วนเร้าจิต                          ให้ข้อคิดเตือนตนคนสรรเสริญ

                                วิจารณ์ดวงเรื่องใดได้ล่วงเกิน                          หรือบังเอิญพลาดพลั้งหวังปรานี

                                                หากส่วนดีมีให้แก่มวลศิษย์              ทั้งผองมิตรคิดอ่านใส่เกศี

                                ก่อปัญญาพาใจใฝ่ความดี                                 บารมีส่งศรีหนีอบาย

                                ขอกุศลผลบุญหนุนท่านภู่                               ไม่ว่าอยู่สวรรค์วิมานไหน

                                แม้สดับรับรู้ด้วยญาณใด                                 วาจาใจสาธุอนุโม ฯ

 

เล็ก พลูโต

๒๐  กันยายน  ๒๕๔๖

 

                เป็นอย่างไรบ้างครับท่านผู้อ่าน และนักศึกษาวิชาโหราศาสตร์ในระบบพลูหลวงทุกท่าน การวิจารณ์ดวงชะตาท่านบรมครู “สุนทรภู่” นี้ คงจะให้สาระความรู้ ข้อคติเตือนใจแด่ท่านทั้งหลายไม่มากก็น้อย ที่ยกตัวอย่างดวงของท่าน พร้อมกับประวัติเรื่องราวของท่านมาเสนอ ก็ด้วยว่า ท่านเป็นผู้มีชื่อเสียงเกียรติคุณปรากฏยกย่อง ประวัติของท่านค่อนข้างละเอียดสมบูรณ์ และเป็นที่ทราบของคนทั่วไป ดวงของท่านที่ผูกไว้ก็เป็นที่ยอมรับว่าถูกต้องเป็นจริง อันที่จริงหากจะวิจารณ์ดวงของท่านในส่วนอื่น ๆ ก็สามารถอ่านได้อีก และสามารถอ้างอิงจากบทกลอนนิราศของท่านได้ เช่น ทำไม เมื่อท่านผ่านจวนเจ้าเมือง ที่เคยสนิทชิดเชื้อกันมาก่อน แล้วท่านจีงไม่แวะเข้าไปหา ฯลฯ อันแสดงถึงลักษณะนิสัยที่หยิ่ง ทนงในเกียรติ ในศักดิ์ศรี ไม่ก้มหัว หรือยอมรับความช่วยเหลือจากใครง่าย ๆ , ในเรื่องของฐานะความเป็นอยู่ เศรษฐกิจการเงิน รายได้ของท่าน ก็สามารถอ่านได้จากดวงนี้ แต่ผมขอละไว้ เพราะเป็นส่วนปลีกย่อย ให้นักศึกษาได้ช่วยตัวเองบ้าง ว่า ทำไม ? ท่านถึงจน ขนาดต้องเขียนนิยาย นิทาน ขายกิน เพื่อยังชีพ และเพื่อการเดินทางไปในที่ต่าง ๆ ไปหัดลองอ่านพิจารณาเอาเองบ้างนะครับ

                ท่านสุนทรภู่นอกจากจะเป็นบรมครูในด้านโคลงกลอนแล้ว ดวงของท่านยังได้รับเกียรติจากกระผม อัญเชิญให้มาเป็นดวงครูแก่นักศึกษาอีกด้วย หากท่านทราบเข้า ท่านคงดีใจไม่น้อย ที่เรื่องราวชีวิตของท่าน ที่ท่านสอดแทรกไว้ในงานประพันธ์ หรือ นิราศคำกลอน ได้ถูกนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ในด้านโหราศาสตร์  เชื่อไหมว่า ท่านเองก็น่าจะมีความรู้ทางด้านโหราศาสตร์ ไม่น้อย แม้กระทั่งดาราศาสตร์ ท่านก็เก่ง ผมเคยอ่านงานประพันธ์ของท่าน เรื่องใด  จำไม่ได้แล้ว นานมากเกือบ ๓๐ ปี สมัยที่ยังเรียนหนังสืออยู่ ท่านกล่าวถึง ดาวโจร ดาวเต่า ดาวไถ แล้วท่านก็ว่า “ดาวธงอยู่ตรงหน้าอาชาไนย ดาวลูกไก่เคียงคู่เป็นหมู่กัน” ผมจำได้เท่านี้ วรรคนี้วรรคเดียวจริง ๆ ครับ

                ท่านเป็นผู้ที่รอบรู้ในศิลปวิทยาการทุกแขนง สมดังที่ท่านพร่ำสอนว่า “รู้อะไรไม่สู้รู้วิชา” และท่านก็นำความรู้นั้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในตัวท่าน ยามท่านต้องประสบเคราะห์กรรม ท่านรู้ว่า เวลาไหน ควรทำอะไร ไม่ควรทำอะไร ดูเหมือนท่านจะรู้จังหวะชีวิตของท่านล่วงหน้า และเอาตัวรอดได้ทุกครั้ง ทุกสถานการณ์ สมดังที่ท่านสอนไว้ว่า “รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี”

                ลองพิจารณาดูให้ดี ๆ สิครับ อย่างตอนที่ท่านสึก ท่านต้องมีจุดหมายปลายทางที่จะไป ต้องแน่ใจว่า สึกแล้วไม่ตายด้วยราชอาญา ไม่อดตายแน่แท้ ท่านจึงสึกออกมา ถ้าท่านไม่รู้ล่วงหน้า ท่านคงไม่ดันทุรังสึกออกมาหรอกครับ ท่านทราบคำสอนของโบราณดีว่า “อย่านอนตอนดึก อย่าสึกตอนแก่”เพราะการนอนตอนดึก ทำให้สุขภาพร่างกายไม่ดี ไม่แข็งแรง คนโบราณมักนอนกันแต่หัวค่ำ ดังนั้นท่านจึงห้ามนอนดึก และ การสึกตอนแก่ นั้น สึกมาทำไม บวชมาตั้งนานนม สึกมาแล้วจะทำอะไร จะประกอบอาชีพอะไร ร่างกายจะทนทานไหวหรือ ท่านจึงห้ามสึกตอนแก่ คนจะดูถูกดูแคลนเอาได้ ไอ้ที่เคยกราบไหว้ตอนสมัยเป็นพระ พอผ้าเหลืองร้อนสึกออกมา คราวนี้คนที่เคยเคารพกราบไหว้ อาจจะหัวเราะเยาะ หรือเมินหน้าหนีให้ห่างไกลร้อยโยชน์เชียวแหละ

                เท่าที่ยกตัวอย่างเรื่องราวของบุคคลต่าง ๆ มาประกอบบทความเรื่องแก้ดวง แก้กรรม ทำอย่างไร จนป่านนี้ ผู้อ่านจับจุดได้หรือยังครับ ว่า การแก้ดวง แก้กรรม วิธีที่ดีที่สุดนั้น ควรทำอย่างไร ถ้ายังไม่ทราบ ลองกลับไปอ่านใหม่ ตั้งแต่ตอนที่ ๑ จนถึงตอนที่ ๕๐ แล้วถ้ายังจับจุดไม่ได้ สัปดาห์หน้า ผมจะสรุปให้ฟัง อย่าพลาดเชียวนา

 

 

ขอบคุณบทความจาก  www.lekpluto.org

เขียนเมื่อ : 08 พ.ค. 2553,16:23   เข้าชม : 802 ครั้ง

นิทานธรรมะ » กฏแห่งกรรมอื่นๆที่น่าสนใจ
แก้ดวง แก้กรรม ทำอย่างไร ?ตอนที่ ๑๖
อากู๋เฮงจอมละโมบโลภมาก ป่วยหนักแทบจะตายคาเตียง เนื่องจากผิดสัญญาที่ให้ไว้กับพระภิกษุสงฆ์องคเจ้า หลังจากที่ได้ฟังคำขอร้องจากพระลูกชาย ที่เฝ้าปรนนิบัติดูแลอยู่ โดยพระลูกชายขอร้องให้ผู้เป็นพ่อ
บอกกล่าวเล่ากรรม น้ามุก ตอนที่ 08_30.flv
http://sbbtv999.com * http://sanghathannews.net http://www.fm8925.net * http://sanghathan.net http://www.dhamma999.net
แก้ดวง แก้กรรม ทำอย่างไร ? (๓๒)
คำพูดของคนเรานั้นเป็นสิ่งสำคัญมากนะครับ อย่าได้ดูแคลนไป บางคนถึงกับฆ่ากันตายเพราะพูดผิดหูเพียงประโยคเดียว หรือไม่ก็ด่าว่ากันเพียงคำเดียวก็มีให้ได้ยินถมไป ยิ่งการพูดโกหกมดเท็จ ประเภทปากกับใจไม่ตรงกันด้วยแล้ว พวกนี้ถือว่า “คบไม่ได้” เพราะถือว่าเป็นพวกไม่
บอกเก่าเล่ากรรม_ดร.ผาณิต ตอน 11_17
http://sbbtv999.com * http://sanghathannews.net http://www.fm8925.net * http://sanghathan.net http://www.dhamma999.net
บอกกล่าวเล่ากรรม แม่ชีสำราญ 7_7.flv
http://sbbtv999.com * http://sanghathannews.net http://www.fm8925.net * http://sanghathan.net http://www.dhamma999.net
ความหลังครั้งหนึ่ง
ถ้าจะนับย้อนหลังจาก พ.ศ. ๒๕๐๓ ไปประมาณสิบกว่าปี ยังจำได้ คืนหนึ่งซึ่งข้าพเจ้าได้ทราบเรื่องราวของท่านผู้มีอายุผู้หนึ่ง เป็นเรื่องที่ออกจะพิสดารอยู่มาก คืนนั้นอยู่ในเดือนพฤศจิกายน เป็นคืนข้างขึ้นเดือนหงาย เราเพื่อนๆ หลายคนได้ไปดูหนังที่ศาลาเฉลิมกรุง หนังเลิ
แก้ดวง แก้กรรม ทำอย่างไร ? (๓๓)
การพูดจาให้ร้ายผู้อื่นให้ได้รับทุกข์ทั้งร่างกายและจิตใจ หรือเรียกกันง่าย ๆ ว่า “พวกใส่ร้ายป้ายสี” นั้น ถือเป็นกรรมหนักอย่างหนึ่ง คำพูดที่ไม่จริงแม้เพียงคำเดียวสามารถฆ่าคน หรือทำให้ประสบกับความหายนะ
แก้ดวง แก้กรรม ทำอย่างไร ?ตอนที่ ๑๕
สัปดาห์นี้เราจะได้มาดูตัวอย่างของผู้ที่หลงผิด แล้วกลับตัวกลับใจ “แก้กรรม” ที่ตนก่อไว้ เสียใหม่ ด้วยการทิ้งสิ่งเลวร้ายที่กระทำมาทั้งหลาย แล้วหันกลับมาสร้างแต่กุศลคุณงามความดีทดแทน เป็นเรื่องของกรรมที่เกิดขึ้นในยุคสมัยปัจจุบัน เป็นตัวอย่างที่ดีที่หาดูได้ยาก
บอกกล่าวเล่ากรรม น้ามุก ตอนที่ 25_30.flv
http://sbbtv999.com * http://sanghathannews.net http://www.fm8925.net * http://sanghathan.net http://www.dhamma999.net
บอกเก่าเล่ากรรม_ดร.ผาณิต ตอน 08_17
http://sbbtv999.com * http://sanghathannews.net http://www.fm8925.net * http://sanghathan.net http://www.dhamma999.net
บอกกล่ากรรม ธนพนดาวดึง ตอนที่ 02_20.flv
http://sbbtv999.com * http://sanghathannews.net http://www.fm8925.net * http://sanghathan.net http://www.dhamma999.net
แก้ดวง แก้กรรม ทำอย่างไร ?ตอนที่ ๑๔
สวัสดีปีใหม่ ๒๕๔๖ ทุกท่าน ปีเก่าผ่านไป ปีใหม่ผ่านเข้ามา เป็นเรื่องธรรมดา เป็นเรื่องของกาลเวลาที่ปรับเปลี่ยนหมุนเวียนไป ภายใต้กฎเกณฑ์ของธรรมชาติ และกฎแห่งกรรม ซึ่งเราท่านทั้งหลายก็คงต้องยอมรับความจริง ยอมรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ถ้าหลีกไม่ได้ เลี่ยงไม
แสดงความคิดเห็น เรื่อง : แก้ดวง แก้กรรม ทำอย่างไร ? (๕๐)

 

คำค้น
16 พ.ค.2531 2553___สำหรับคนเกิดปี_จอ 2553___สำหรับคนเกิดปี_วอก 2554___สำหรับคนเกิดปี_วอก 2555___สำหรับคนเกิดปี_วอก กลอนธรรมะ กลอนธรรมะเกี่ยวกับพระคุณแม่ การ์ตูนพุทธสุภาษิต คนไม่มีเวลา จ่อยนายแน่มาก ถ้ำจักรพรรดิ์ ธรรมะ นิทานพระมหากัสสปะ นิยายรักอมตะครั้งพุทธกาล พระปิดตาหลวงปู่ พระปิดตาหลวงปู่โต๊ะ พระมหาโฆคคัลลานเถระ พระสมเด็จ วัดระลวงพ่อโต พระอรหันต์16พระองค์ พระอาจารย์ตี๋เล็ก_เขาสุนะโม มะแม รูปป่า ลัทธิไสยศาสตร์ วันอังคาร หลวงปู่ศรี ถาวโร หลวงปู่ศรี_ถาวโร หลวงปู่เณรคำ อิติปิโส 2554

ธรรมะ  
 
Copyright 2010, All Rights Reserved. สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
ติดต่อเรา e-mail dhammavarietyแอดhotmailดอทco.th