User :
Password :
สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน

ข่าวธรรมะ

ประวัติพระเกจิอาจารย์

ท่องเที่ยวทำบุญไหว้พระ

สถานที่ปฏิบัติธรรม

ดูดวง

ตำแหน่งโฆษณา
หมวด » ประวัติพระเกจิอาจารย์ » เกจิอาจารย์

 

หลวงปู่นอง ธมฺมโชโต วัดวังศรีทอง จ.สระแก้ว

หลวงปู่นอง ธมฺมโชโต วัดวังศรีทอง จ.สระแก้ว

หลวงปู่นอง ธมฺมโชโต วัดวังศรีทอง จ.สระแก้ว
ประวัติ – ปฎิปทา

สงฆ์ผู้มากด้วยบามีเปี่ยมด้วยเมตตาคุณหลวงปู่นอง ธมฺมโชโต วัดวังศรีทอง จ.สระแก้ว ศิษย์เอกและหลานแท้ๆหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ และเป็นศิษย์ผู้สำเร็จวิชาจากหลวงพ่อกบวัดเขาสาลิกา

วัดวังศรีทอง จ.สระแก้ว วัดแห่งนี้เป็นสถานที่บำเพ็ญภาวนาและที่พักของพระเกจิ  “ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ” รูปหนึ่ง ซึ่งได้รับความเคารพนับถือและศัทธาจากญาติโยมกันมากชื่อของท่านคือ หลวงปู่นอง ธมฺมโชโต อายุ92ปี ต้นตำรับแห่ง “ของดี” และ “ของขลัง” ที่โด่งดังด้านโชคลาภเป็นที่หนึ่ง  และเรื่องของเมตตามหานิยม ทำมาค้าขึ้น ญาติโยมทั่วสารทิศต่างดั้นด้นมากราบไหว้บูชาแต่ละวันเนืองแน่น

หลวงปู่นอง ธมฺมโชโต ประวัติเดิมเป็นชาว จ.ลพบุรี โดยกำเนิด บิดาชื่อ ช่วง ปัจจะชัย มารดาชื่อ กลาย ปัจจะชัย มีพี่น้อง ร่วมอุทรเดียวกันรวม 8 คน ท่านเป็นคนสุดท้อง โดยมารดามีศักดิ์เป็นน้องสาวของพระครูนิวาสธรรมขันธ์ (หลวงพ่อเดิม) วัดหนองโพ อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ เกจิชื่อดังแห่งภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางตอนบนพระอริยสงฆ์ผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบจนได้รับขนานนามว่าเป็น “เทพเจ้าแห่งเมืองสี่แคว” ต้นตำรับแห่งของขลัง “มีดหมองาช้าง” และวัตถุมงคลอื่นๆ ชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่เสาะหาของนักสะสม และผู้ศรัทธาจวบจนปัจจุบันนี้

ในสมัยวัยเด็ก หลวงปู่นอง หนีออกจากบ้านมาขอบวชเณรอยู่กับหลวงลุงคือ หลวงพ่อเดิม ตั้งแต่อายุเพียง 12 ขวบ เพื่อศึกษาวิชาอาคมด้านเมตตามหานิยม แคล้วคลาด คงกระพันชาตรี รวมทั้งการฝึกหัดทำมีดหมอให้มีพุทธนุภาพสูงสุด ล้วนได้รับการถ่ายทอดมาจนสิ้นและหลวงลุงยังเมตตาสักยันต์ “นะเมตตา” ติดตัวให้ด้วย

ต่อมาหลวงปู่นอง เดินทางไปฝากตัวเป็นศิษย์ “หลวงพ่อกบ” หรือ “หลวงพ่อเขาสาลิกา” แห่งสำนักปฏิบัติธรรมวัดเขาสาลิกา  อ.บ้านมี่ จ.ลพบุรี พระเถระที่ประวัติความเป็นมาไม่เหมือนใครและเคยสำแดงปฏิหาริย์ให้ผู้คนฮือฮามาหลายครั้ง เช่น ช่วงเข้าเดินบิณฑบาตโยมในกรุงเทพฯ กลับไปฉันเช้าที่วัดได้เพียงพลิบตา มีญาณหยั่งรู้อดีต อนาคต ทำนายได้แม่นยำเหลือเชื่อโดยเฉพาะวิชา  “กสิณไฟ” หลวงพ่อกบ ถ่ายทอดให้หลวงปู่นองศึกษาเจริญวิปัสสนากัมมัฏฐานจนเชี่ยวชาญ นับว่า หลวงปู่นอง เป็นศิษย์ร่วมสำนักกับพระมหาชวน (หลวงพ่อโอภาสี) แห่งอาศรมบางมด ฝั่งธนบุรี อดีตเกจิผู้บูชาไฟชื่อดัง ซึ่งเคยมาเรียนวิชาที่วัดเขาสาลิกา เช่นกัน

จวบจนเติบใหญ่หลวงปู่นองสึกจากสามเณรรับใช้ชาติเป็นทหารสังกัดกองพันเสนารักษ์กองทัพอากาศ 2 ปี ครบกำหนดปลดประจำการก็อุปสมบทเป็นพระภิกษุ โดยมี แห่งพระมหาชวน(หลวงพ่อโอภาสี) อาศรมบางมดฝั่งธนบุรี ในฐานศิษย์รู่นพี่เป็นพระอุปัชฌาย์ อยู่ใต้ร่มกาสาวพัสตร์ 4 ปี ก็ลาสิกขามาเป็น “พระเอกลิเก” ประจำคณะหอมหวล ที่ดังกระหึ่มในยุคก่อนกลายเป็นขวัญใจแม่ยกทั่วพื้นที่ สุดท้ายแต่งงาน หลังจากใช้ชีวิตทางโลกจนรู้แจ้งเห็นจริง หลวงปู่นอง เห็นว่าทุกสิ่งทุกอย่างล้วนไม่จีรังยั่งยืน  จึงหันเข้าสู่ร่มสาวพัสตร์อุปสมบทเป็นพระภิกษุอีกครั้งเมื่ออายุ 38 ปี รับใช้หลวงลุงจวบจนหลวงพ่อเดิมมรณภาพใน พ.ศ. 2482 ก็ย้ายมาจำพรรษาที่วัดเกรินกฐิน จ.ลพบุรี จึงย้ายมาจำพรรษาที่วัดได้วังศรีทอง ที่จังหวัดสระแก้ว( ช่วงที่หลวงปู่ท่านย้ายมาอยู่นั้นจังหวัดสระแก้ว ยังไม่ได้เป็นจังหวัดแต่เป็นส่วนหนึ่งของจังหวัดปราจีนบุรี  ซึ่งทุรกันดารมาก พื้นที่ส่วนใหญ่ยังคงเป็นป่ารก)และหลวงปู่นองท่านก็มาจำพรรษาที่วัดได้วังศรีทอง จนถึงปัจจุบันนี้

เมื่อสมัยที่หลวงปู่นองท่านศึกษาในสรรพวิชาต่างๆอยู่กับหลวงพ่อเดิมตั้งแต่เป็นสามเณรจนกระทั่งบวชเป็นพระภิกษุ ซึ่งหลวงพ่อเดิมท่านก็ให้เริ่มต้นศึกษาคัมภีร์มหาพุทธาคมอันเป็นแม่บทของคัมภีร์มหาพุทธาคมอันเป็นแม่บทของคัมภีร์ปถมังคัมภีร์อิทธิเจ คัมภีร์มหาราช คัมภีร์มหาราช คัมภีร์นิสิงเห ซึ่งเป็นพื้นฐานแห่งอำนาจจิตโดยเฉพาะอย่างยิ่งตำราพิชัยสงคราม อาทิ คัมภีร์นิติประกาศิตคัมภีร์ธนูเวกว่าด้วยการแต่งเครื่องครอบมนต์ในสงคราม เป็นต้น และศึกษาในธรรมวินัยศึกษาศาสตร์พิธีต่างๆจากหลวงพ่อเดิมจนหมดสิ้น หลวงปู่นองท่านจึงกราบลาหลวงลุงเพื่อออกเดินธุดงค์ และหวังกะจะเดินมาทางลพบุรีก่อนเพื่อเยี่ยมบ้านและมารดา ซึ่งในระหว่างการเดินธุดงค์ด้วยเท้าเปล่า ผ่านป่า ผ่านทุ่ง ผ่านภูเขา หลวงปู่นองท่านก็ได้ใช้ความวิริยะอุตสาหะควบคู่ไปกับการบำเพ็ญเพียรทางจิตร่ำเรียนจบหลักศาสตร์วิชาจากครูบาอาจารย์ที่ได้พบกันในระหว่างเดินธุดงค์อีก จนเกิดความแตกฉานในวิชาอย่างเชี่ยวชาญจึงออกแสวงหาประสบการณ์ที่สูงขึ้นไปอีก

เมื่อหลวงปู่นองท่านเดินธุดงค์มาถึงยังเขตลพบุรี เมื่อผ่านแถบบ้านหมี่ บ้านของโยมแม่เพื่อโปรดแก่แม่และญาติโยมแล้วหลวงปู่นองท่านก็มุ่งหน้าสู่วัดเขาสาลิกา เพื่อไปกราบนมัสการหลวงพ่อกบ และ ณ ที่นี้เองที่หลวงปู่ท่านได้มีโอกาสที่ได้ศึกษาวิชาในสายธาตุกสิณมหาสูตรคัมภีร์ตำรับฤาษีจากหลวงพ่อกบทั้งกสิณธาตุไฟคัมภีร์ และคัมภีร์การเดินธาตุหยุดลมหยุดฝน คัมภีร์เปิดนิมิตตาที่สามและคัมภีร์โอมวิติตรี และวิชาจักษุนิมิตตา  วิชาลงเลขเสกของนะโอมทนะฤาชา นะบัวบังใบ ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นวิชาในสายฤาษีแทบทั้งสิ้น

เมื่อช่วงเวลาที่หลวงปู่นองท่านมีโอกาศท่านก็จะเดินทางมากราบนมัสการหลวงพ่อโอภาสี ซึ่งเป็นทั้งศิษย์รุ่นพี่และพระอุปัชฌาย์ อยู่บ่อยๆและเมื่อได้มาถึงอาศรมบางมด ฝั่งธนบุรี หลวงปู่นองท่านจึงได้ศึกษาธรรมและปฏิบัติกรรมฐานอยู่กับหลวงพ่อโอภาสี และมีโอกาสที่จะได้ศึกษาคัมภีร์มูลกัจจายน์ไปด้วยและหลวงปู่นองท่านก็ได้สำเร็จทั้งกรรมฐานและศาสตร์วิชาในมหาคัมภีร์มูลกัจจายน์สูตรจนสำเร็จ
เมื่อสมัยก่อนนั้นจะเห็นได้ว่าพระคณาจารย์สมัยโบราณนั้นท่านเรียกจบกัจจายน์สูตรทั้งสิ้น ยกตัวอย่างเช่น สมเด็จพระสังฆราชสุกไก่เถื่อน สมเด็จพระพุฒาจารย์(โต พรหมรังสี)  หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน หลวงพ่อศุข หลวงพ่อเดิม หลวงพ่อเนียม วัดน้อย หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค และพระคณาจารย์นักปราชญ์อีกหลายๆองค์ เพราะเหตุว่าคัมภีร์มูลกัจจายน์สูตรนี้เป็นมูลฐานของวิชาอาคมการลงอักขระเลขยันต์ การลงผงวิเศษทุกตำราล้วนมาจากคัมภีร์นี้ทั้งนั้นอีกทั้งยังเป็นพื้นฐานแห่งการฝึกกระแสจิตให้มีอำนาจลึกลับแตกฉานในสมถกรรมฐานและวิปัสสนากรรมฐานยิ่งนัก เพราะในช่วงท้ายของคัมภีร์มีการเจรจากฎไตรลักษณ์ คือ ทุกขัง อนิจจัง อนัตตาพิจารณาสภาพพระนิพาน

ความเพียรและความมุ่งมั่นของหลวงปู่นองท่านนั้น ท่านก็ฝึกฝนและดำเนินรอยตามแบบบูรพาจารย์ ศึกษาในคัมภีร์มูลกัจจายน์สูตรจนครบถ้วน จากนั้นหลวงปู่นองท่านจึงกลับมาอยู่รับใช้หลวงพ่อเดิมจนกระทั่งหลวงพ่อเดิมท่านมรณภาพ ซึ่งในช่วงนั้นหลวงปู่นองท่านจะอยู่รับใช้หลวงพ่อเดิมตลอด จะได้รับการถ่ายทอดการสร้างชนวนพิเศษ “ชนวนรัตนโลหะ” ซึ่งมีอานุภาพอาถรรพณ์ที่อยู่เหนือชนวนธาตุอื่นๆ เป็นชนวนที่มีความศักดิ์สิทธิ์ในตัวอย่างมาก ตำรับวิชา “การผูก การลงเสก และผสมชนวนรัตนโลหะ”

หลวงปู่นองเป็นพระเกจิที่เชี่ยวชาญด้านไสยเวท คาถาอาคม โดยเฉพาะวิชา “กสิณไฟ” โดยวิชานี้สามารถขับไล่สิ่งชั่วร้าย ทั้งหลายทั้งปวง ล้างอาถรรพณ์ ใช้เสริมมงคลครอบจักรวาล เสริมดวงให้ดีขึ้น ช่วยเกื้อหนุนโชคลาภวาสนาได้อย่างอัศจรรย์ซึ่งหลวงปู่นองท่านจะใช้วิชาเป่ากสินไฟ ตำรับวิชาที่หลวงพ่อกบท่านถ่ายทอดให้นั้นทำพิธีให้แก่ญาติโยมลูกศิษย์ลูกหาทุกคน

และนอกจากนี้หลวงปู่ได้สร้างวัตถุมงคล เครื่องราง ที่เมื่อลูกศิษย์ลูกหาได้บูชาต่างก็เป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและครอบครัว ต่างมีโชค มีลาภ ทำมาค้าขายดี และเสริมในเรื่องหน้าที่การงาน ของดีที่หลวงปู่นองท่านได้สร้างและทำพิธีปลุกเสกเดี่ยวมาตลอดนั้นก็คือ “เศียรพ่อแก่” ที่สร้างจากเนื้อโลหะและเนื้อว่านซึ่งเศียรพ่อแก่ที่หลวงปู่ท่านได้สร้างนั้นมีหลายรุ่น คือ เศียรพ่อแก่บรมครูปู่ฤาษีนารอท รุ่นแรกสร้างเมื่อปี2547 ,เศียรพ่อแก่บรมครูปู่ฤาษีตาไฟ รุ่นแรกสร้างเมื่อปี2549.เศียรพ่อแก่บรมครูปู่ฤาษีนารอท รุ่นสอง สร้างเมื่อปี2551 คือ เศียรพ่อแก่บรมครูปู่ฤาษีนารายณ์ รุ่นแรกสร้างเมื่อปี2552 และก็มีเหรียญพุทธอรหันต์ประทานโชค,ตะกรุดตรึงไตรภาพ,รูปหล่อลอยองค์ปู่ฤาษีตาไฟ และวัตถุมงคลอีกหลายอย่างฯลฯ  และพิธีเป่ากสินไฟที่เป็นที่ล่ำลือในความศักดิ์สิทธิ์ตำรับหลวงพ่อกบ  และพิธีกระหม่อมทองด้วยวิชา “ลงทองหัวใจสิบพระเจ้าทิศ” ซึ่งเป็นวิชาที่หลวงพ่อเดิมใช้เป็นประจำ นอกจากนี้ยังเสกแป้งอิทธิเจ แป้งเสกเทวดาวิชาพระลักษมณ์หน้าทองสาลิกาลิ้นทองให้ญาติโยมและลูกศิษย์ติดตัวไว้บูชาค้าขายมีพุทธคุณทางเมตตามหานิยม มหาเสน่ห์และประสบโชคลาภร่ำรวย โดยเฉพาะดารา ศิลปินดาราหลายคนก็ยังมากราบหลวงปู่เพื่อให้หลวงปู่ท่านทำพิธีเสริมชะตาราศี เสริมเมตตามหานิยมให้ จนมีชื่อเสียงโด่งดัง และหลายท่านที่ได้มาทำพิธี  ได้บูชาของดีของหลวงปู่ไปต่างก็ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานกันทั่วหน้า

หลวงปู่ท่านจะยึดถือในการปฎิบัติตลอดชีวิตนี้เองที่ทำให้หลวงปู่มีพลังญาณบารมีที่จะเสกสิ่งใดๆก็จะศักดิ์สิทธิ์มีอานุภาพ และยิ่งหลวงปู่ท่านได้ญาณบารมีที่สัมผัสกับญาณบารมีขององค์ปู่ฤาษีได้การปลุกเสกวัตถุมงคลแต่ละครั้งยิ่งเพิ่มอำนาจของความศักดิ์สิทธิ์ให้มากยิ่งขึ้นไปอีก เพราะเมื่อหลวงปู่นองท่านทำพิธีปลุกเสกครั้งใด หลวงปู่ท่านก็จะเชิญญาณบารมีขององค์ปู่ฤาษีทุกๆลงมาประสิทธิโอมลงพลังมหาเวทกำกับวัตถุมงคลทั้งหมดในพิธีด้วยทุกครั้ง ซึ่งหลวงปู่นองท่านบอกว่าเมื่อก่อนนั้นตอนที่อยู่กับหลวงพ่อกบนั้น  หลวงพ่อกบท่านปลุกเสกเสกวัตถุมงคลนั้นหลวงพ่อกบท่านก็จะเชิญฌานปู่ฤาษีลงมาในพิธีทุกครั้งเพื่อฉลองความศรัทธาของลูกศิษย์และญาติโยมที่ศรัทธาที่จะบูชาเศียรพ่อแก่นั้น และเพื่อให้ทุกคนทุกท่านได้บูชาของแท้ของจริงกัน หลวงปู่นองท่านจึงได้สร้างเศียรพ่อบรมครูปู่ฤาษีนารายณ์ขึ้นเป็นรุ่นที่ 4 ซึ่งชนวนมวลสารในรุ่นนี้หลวงปู่นองท่านได้นำแผ่นชนวนที่ท่านจารเองกับมือกว่า 5000 แผ่นและขอเลี้ยงช้างของหลวงพ่อเดิมอีก 5 อัน มีดดาบลงอาคมของหลวงพ่อเดิมอีก 1 ด้าม มาเป็นชนวนพิเศษผสมกับระฆังลูกเล็กของหลวงพ่อกบ และที่ตะบันหมากของหลวงพ่อกบ ชนวนพิเศษทั้งหมดนี้หลวงปู่นองท่านได้นำมาหลอมรวมกันเป็น ชนวนพิเศษและนำมาสร้างเป็นเศียรพ่อแก่บรมครูปู่ฤาษีนารายณ์ รูปหล่อลอยองค์บรมครูปู่ฤาษีนารายณ์  รูปหล่อลอยองค์รูปเหมือนหลวงปู่นอง และเหรียญหล่อโบราณองค์บรมครูปู่ฤาษีตาไฟ ซึ่งวัตถุมงคลในทุกรายการที่กล่าวมาแล้วนี้ หลวงปู่นองท่านจะให้ช่างนำชนวนพิเศษนี้ลงไปผสมด้วยในทุกเนื้อ  และโดยเฉพาะเนื้อรัตนะโลหะนั้น เป็นเนื้อชนวนพิเศษในตำรับหลวงพ่อเดิม ซึ่งหลวงพ่อเดิมท่านไม่เคยที่จะถ่ายทอดให้แก่ผู้หนึ่งผู้ใดเลยนอกจากหลวงปู่นองเพียงองค์เดียวเท่านั้น เพราะชนวนเนื้อรัตนะโลหะนี้หลวงปู่นองท่านบอกว่ามีความศักดิ์สิทธิ์มาก และมีฤทธิ์อานุภาพทุกอย่างครบอยู่ในชนวนนี้แล้ว และยิ่งนำมาสร้างเป็นวัตถุมงคลใดๆก็ตามแต่และเมื่อทำพิธีปลุกเสกอีกครั้งหนึ่ง ชนวนรัตนะโลหะหรือวัตถุมงคลที่สร้างจากเนื้อรัตนะโลหะนี้จะยิ่งทวีความศักดิ์สิทธิ์ แรงด้วยอานุภาพที่มากกว่าเนื้อชนวนมวลสารอื่นๆอีกหลายเท่าตัวเลยทีเดียว


ที่มา http://www.amulet.in.th

เขียนเมื่อ : 15 พ.ค. 2553,11:13   เข้าชม : 3468 ครั้ง

ประวัติพระเกจิอาจารย์ » เกจิอาจารย์อื่นๆที่น่าสนใจ
หลวงปู่ชอบ ฐานสโม
หลวงปู่ชอบ ฐานสโม วัดป่าสัมมานุสรณ์
พระอาจารย์เล็ก ปุญฺญโก : พระผู้ถือสันโดษแห่งสายเขาอ้อ
พระอาจารย์เล็ก ปุญฺญโก เดิมชื่อ ทองแก้ว มธุรส เป็นบุตรของ นางด้วน นายร่ม มธุรส เกิดที่ บ้านควนถบ ลำปำ จ.พัทลุง เมื่อ ปี พ.ศ. ๒๔๒๒ เมื่อ อายุ ได้ ๗ ขวบ
หลวงปู่เส็ง จันทฺรังสี เทพเจ้าชาวรามัญ วัดบางนา จ.ปทุมธานี
ดินแดนย่านอำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี ในอดีตเป็นแหล่งพำนักพักพิงของชาวรามัญ ที่อพยพเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารพระมหากษัตริย์ไทย เมื่อครั้งเกิดศึกสงครามรบพุ่งกันระหว่างไทยกับพม่า
หลวงพ่อเชย วัดเสฐียรวัฒนดิษฐ์ (ท่าควาย) จ.สิงห์บุรี
วัดเสฐียรวัฒนดิษฐ์ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาด้านตะวันออก เขตตำบลบางพุทรา อำเภอเมือง จังหวัดสิงห์บุรี
พระธรรมเจดีย์ (หลวงปู่จูม พนฺธุโล)
ท่านเจ้าคุณพระธรรมเจดีย์ มีนามเดิมว่า จูม จันทรวงศ์ เกิดเมื่อวัน พฤหัสบดี ที่ 24 เมษายน พ.ศ.2431 ตรงกับวันขึ้น 6 ค่ำเดือน 6 ปีชวด สัมฤทธิศก จุลศักราช 2450 เป็นบุตรคนที่ 3 (ในจำนวน 9 คน) ของ นายคำสิงห์ และนางเขียว จันทรวงศ์ มีอาชีพทำนาทำไร่ ชาติภูมิอยู่บ้า
หลวงปู่สิม พุทธาจาโร
หลวงปู่สิม พุทธาจาโร วัดสันติสังฆาราม
เจาะประวัติ'หลวงพ่อเปี่ยม' ยอดโหราจารย์-เหรียญเข้มขลัง
วัดเกาะหลัก อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นวัดเก่าแก่ สร้างมาราวปีพ.ศ.2300 มีฐานะแรกเป็นสำนักสงฆ์ตั้งแต่สมัยอยุธยา พัฒนาเป็นวัดเกาะหลักและยกฐานะเป็นพระอารามหลวง เมื่อปีพ.ศ.2515
หลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล
หลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล วัดเลียบ
หลวงปู่ทิม อิสสริโก
พระ ครูภาวนาภิรัติ หรือที่คุ้นหูกันใน นาม หลวงปู่ทิม อิสสริโก พระเกจิชื่อดังแห่งวัดละหารไร่ ต้นตำรับวัตถุมงคลผงพรายกุมารอันเลื่องชื่อ
หลวงปู่อิน เขมเทโว
หลวงปู่อิน เขมเทโว วัดหนองเม็ก จ.สุรินทร์
"หลวงพ่อเณร" เป็น...หลวงพ่อตั้งแต่ยังเป็นเณร
หลวงปู่บุญชุบ ทินฺนโก
หลวงปู่บุญชุบ ทินฺนโก
แสดงความคิดเห็น เรื่อง : หลวงปู่นอง ธมฺมโชโต วัดวังศรีทอง จ.สระแก้ว

 

คำค้น
16 พ.ค.2531 2553___สำหรับคนเกิดปี_จอ 2553___สำหรับคนเกิดปี_วอก 2554___สำหรับคนเกิดปี_วอก 2555___สำหรับคนเกิดปี_วอก กลอนธรรมะ กลอนธรรมะเกี่ยวกับพระคุณแม่ การ์ตูนพุทธสุภาษิต คนไม่มีเวลา จ่อยนายแน่มาก ถ้ำจักรพรรดิ์ ธรรมะ นิทานพระมหากัสสปะ นิยายรักอมตะครั้งพุทธกาล พระปิดตาหลวงปู่ พระปิดตาหลวงปู่โต๊ะ พระมหาโฆคคัลลานเถระ พระสมเด็จ วัดระลวงพ่อโต พระอรหันต์16พระองค์ พระอาจารย์ตี๋เล็ก_เขาสุนะโม มะแม รูปป่า ลัทธิไสยศาสตร์ วันอังคาร หลวงปู่ศรี ถาวโร หลวงปู่ศรี_ถาวโร หลวงปู่เณรคำ อิติปิโส 2554

ธรรมะ  
 
Copyright 2010, All Rights Reserved. สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
ติดต่อเรา e-mail dhammavarietyแอดhotmailดอทco.th