User :
Password :
สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน

ข่าวธรรมะ

ประวัติพระเกจิอาจารย์

ท่องเที่ยวทำบุญไหว้พระ

สถานที่ปฏิบัติธรรม

ดูดวง

ตำแหน่งโฆษณา
หมวด » ธรรมะน่ารู้ » ธรรมะน่ารู้

 

นานสักเท่าใด...?

นานสักเท่าใด...?
 
การปฏิบัติธรรมนั้น...ต้องใช้เวลานานสักเท่าใด จึงจะได้ผล

คนส่วนมากมักจะถามว่า...การปฏิบัติธรรมนั้นจะต้องใช้เวลา
ในการนั่งหลับตาภาวนานานสักเท่าไหร่...โดยเข้าใจเอาเองว่า
การนั่งหลับตาได้นานๆ คือผลของการปฏิบัติ หาใช่ไม่!!

การปฏิบัติธรรมนั้น เป็นเรื่องของ...'จิตใจ' มิใช่กาลเวลาจะนั่ง
นานหรือไม่นาน นั่นมิใช่ผลที่จะนำมาเป็นเครื่องตัดสินได้ สำคัญ
อยู่ที่ว่า ในการนั่งแต่ละครั้งนั้น จิตตนสงบไหม จิตตั้งมั่นอยู่กับ
ปัจจุบันได้จริงไหม เช่นนี้ต่างหาก

>>บุคคลใด...แม้จะนั่งได้นิดเดียวหรือนั่งได้นานก็ตาม แต่จิตสงบ
ได้ตลอดสาย นั่นดีมาก
>>บุคคลใด...นั่งได้นานๆแต่จิตสงบบ้าง ไม่สงบบ้าง นั่นดีพอใช้
>>บุคคลใด...นั่งได้นานๆ แต่จิตไม่สงบเลย นั่นยังใช้ไม่ได้เลย
และมักจะถามต่ออีกว่า การปฏิบัติธรรมนั้น จะต้องใช้เวลานานกี่ปี
จึงจะได้ผล จึงจะสำเร็จ??

การปฏิบัติธรรมนั้น ไม่เกี่ยวกับกาลเวลา เป็น...อกาลิโก เหนือกาล
เวลา ไม่จำกัดกาล ไม่มีกำหนดระยะเวลาเหมือนการศึกษาในทาง
โลก ซึ่งจะต้องมีกำหนดเวลาว่าเรียนกี่ปีจึงจะจบหลักสูตร

ขออนุญาตอธิบายว่า...จุดหมายปลายทาง คือระยะทางเดินนั้นยาว
เท่ากันหมดทุกคน หมายความว่า...ให้จิตนั้นออกจากความโลภ
ความโกรธ ความหลง ให้ได้ ให้หมดสิ้น ใครพยายามละความโลภ
ความโกรธ ความหลง ได้มากกว่า ได้น้อยกว่า ก็อิสระก่อน

>>ใครขยันเดินก็ถึงก่อน...
>>ใครเดินบ้างหยุดบ้างก็ถึงช้า...
>>ใครไม่เดินก็ไม่ถึง...

ทุกอย่างอยู่ที่การกระทำของตนเอง คือของใครของมันเท่านั้นเอง
ที่จะเป็นเครื่องตัดสินกาลเวลาว่าใครจะถึงจุดหมายปลายทางก่อนกัน

ซึ่งใครก็ไม่สามารถที่จะรู้ได้ชัด เท่ากับตนเองที่จะรู้ตนเอง เห็นตน
เองที่เรียกว่า...'ปัจจัตตัง' คือ...บุคคลพึงรู้ได้ด้วยตนเองเฉพาะตน
เท่านั้น

ผู้ที่จะตัดสินได้อย่างแท้จริง คือธรรมที่ตนรู้ตน ว่าหมดหรือไม่หมด
ย่อมจริงและชัดที่สุด นี้คือ "สัจธรรม"

สิทธิ์ใครก็สิทธิ์มัน รีบเร่งกันให้ไวๆ ใครมีสิทธิ์ได้ขอเพียงให้ดูดีๆ
ใครเพียรย่อมถึงก่อน ใครผัดผ่อนย่อมโศกี เพราะว่าชีวิตนี้ มิรู้ที่
ตายเมื่อไร...ฯ

~ขอขอบคุณที่มา : หนังสือเรื่อง..."ธรรมะกับการปฏิบัติธรรม"~
ขอนอบน้อมแด่คุณพระพุทธ คุณพระธรรม คุณพระสงฆ์...ฯ
 
เขียนเมื่อ : 11 ส.ค. 2553,22:56   เข้าชม : 427 ครั้ง

ธรรมะน่ารู้ » ธรรมะน่ารู้อื่นๆที่น่าสนใจ
กรรมแห่งความริษยา
ท่านพระมหาโมคคัลลานะ
ท่านพระมหาโมคคัลลานะ ได้กล่าวกับพระภิกษุทั้งหลาย ว่า ภิกษุพึงเทียบเคียงตน ด้วยตนเอง อย่างนี้ว่า.- บุคคลที่ยกตนข่มผู้อื่น ก็หาเป็นที่รักใคร่พอใจของเราไม่ ก็หากเราจะพึงเป็นคน ยกตนข่มผู้อื่นบ้างเล่า เราคงไม่เป็นที่รักใคร่พอใจของคนอื่น
ที่มาจุลกฐิน ช่อง NBT
รู้-ตื่น-เบิกบานระหว่างวัน
เจ้าโทสะตั้งแต่เกิด
ชวนแม่พ้นทุกข์ NBT 12 20 03 40
รู้เอง เห็นเอง (หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน)
พลิกความคิดก็สุขได้แล้ว
สรรพสิ่งคือของใช้ อย่าเข้าใจว่าเป็นของฉัน (ว.วชิรเมธี)
วัฏจักร กงกรรมกงเกวียน
หน้าที่ของลูกในการตอบแทนคุณพ่อแม่
หน้าที่ของลูกในการตอบแทนคุณพ่อแม่
อย่าเอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่ผู้อื่น
อย่าเอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่ผู้อื่น
แสดงความคิดเห็น เรื่อง : นานสักเท่าใด...?

 

คำค้น
16 พ.ค.2531 2553___สำหรับคนเกิดปี_จอ 2553___สำหรับคนเกิดปี_วอก 2554___สำหรับคนเกิดปี_วอก 2555___สำหรับคนเกิดปี_วอก กลอนธรรมะ กลอนธรรมะเกี่ยวกับพระคุณแม่ การ์ตูนพุทธสุภาษิต คนไม่มีเวลา จ่อยนายแน่มาก ถ้ำจักรพรรดิ์ ธรรมะ นิทานพระมหากัสสปะ นิยายรักอมตะครั้งพุทธกาล พระปิดตาหลวงปู่ พระปิดตาหลวงปู่โต๊ะ พระมหาโฆคคัลลานเถระ พระสมเด็จ วัดระลวงพ่อโต พระอรหันต์16พระองค์ พระอาจารย์ตี๋เล็ก_เขาสุนะโม มะแม รูปป่า ลัทธิไสยศาสตร์ วันอังคาร หลวงปู่ศรี ถาวโร หลวงปู่ศรี_ถาวโร หลวงปู่เณรคำ อิติปิโส 2554

ธรรมะ  
 
Copyright 2010, All Rights Reserved. สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
ติดต่อเรา e-mail dhammavarietyแอดhotmailดอทco.th