User :
Password :
สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน

ข่าวธรรมะ

ประวัติพระเกจิอาจารย์

ท่องเที่ยวทำบุญไหว้พระ

สถานที่ปฏิบัติธรรม

ดูดวง

ตำแหน่งโฆษณา
หมวด » พระสาวก » อุบาสก

 

หัตถกคฤหบดี

หัตถกคฤหบดี
เอตทัคคะในฝ่ายผู้สงเคราะห์บริษัทด้วยสังคหวัตถุ ๔
หัตถกคฤหบดี เป็นราชโอรสของพระเจ้าอาฬวกะ แห่งกรุงอาฬวี แคว้นอาฬวี มีพระ
นามว่า “อาฬวกะ”

ถูกยักษ์จับ
ขณะเมื่ออาฬวกุมาร ยังอยู่ในวัยเยาว์ พรเจ้าอาฆวกะผู้เป็นพระราชบิดาเสด็จประพาส
ป่าเพื่อล่าสัตว์ พระองค์ฆ่าเนื้อได้ตัวหนึ่งแล้วตัดเป็น ๒ ท่อน ผูกคล้องไว้ที่ปลายคันธนูใช้คัน
ธนูแทนคานหาบเนื้อนั้นกลับสู่พระนคร ขณะที่เสด็จกลับสู่พระนครได้เข้าไปพักเหนื่อยที่โคน
ต้นไทรใหญ่ริมทางและที่ต้นไทรนั้นมียักษ์สิงสถิตอยู่ ถ้ามีคนเข้ามาในร่มเงาของต้นไทรนั้นก็
จะต้องตกเป็นอาหารของยักษ์ทุกคน เมื่อยักษ์เห็นพระราชาประทับนั่งที่โคนต้นไทรของตน
จึงออกมาจับที่พระหัตถ์แล้วกล่าวว่า “ท่านต้องเป็นอาหารของเรา”
พระราชาสะดุ้งพระทัยหวาดกลัวภัยอย่างที่สุด ไม่เห็นอุบายอย่างอื่นที่จะให้รอดพระ
ชนม์ได้ จึงตรัสแก่ยักษ์ว่า “ถ้าท่านปล่อยเราไป เราขอให้ปฏิญญาแก่ท่านว่าจะส่งมนุษย์หนึ่ง
คนพร้อมด้วยถาดอาหารมาให้ท่านกินทุกวัน”
ยักษ์รับปฏิญญาแล้วปล่อยพระราชาไป ตั้งแต่วันนั้นพระราชาได้ส่งนักโทษในเรือน
จำไปเป็นอาหารของยักษ์ทุกวัน จนนักโทษหมดเรือนจำ เมื่อไม่มีนักโทษส่งไปแล้วจึงรับสั่งให้
จับคนแก่ไปให้ยักษ์วันละคนจนกระทั่งคนแก่ก็หมดไป ทั้งเมือง จากนั้นรับสั่งให้จับตัวเด็ก ๆ
ส่งไปให้ยักษ์ ด้วยวิธีนี้ครอบครัวพ่อแม่ที่มีลูกหลานพากันอพยพหนีไปอยู่เมืองอื่นกันหมด


พุทธานุภาพปราบยักษ์
วันหนึ่งในเวลาใกล้รุ่ง พระบรมศาสดาทรงตรวจดูสัตว์ผู้มีอุปนิสัยควรแก่การบรรลุ
มรรคผล ได้ทอดพระเนตรเห็นอุปนิสัยของอาฬวกกุมาร ผู้ซึ่งได้ตั้งความปรารถนาไว้นานถึง
แสนกัป ก็ถ้าพระราชาผู้เป็นพระบิดา เมื่อไม่มีเด็กอื่นจะส่งไปให้แก่ยักษ์แล้ว ก็จัดส่งโอรส
ของพระองค์เองไปให้ยักษ์ในวันพรุ่งนี้ ดังนั้นในเวลาเย็นวันนั้น พระพุทธองค์ได้เสด็จไปยัง
ต้นไทรที่อยู่อาศัยของอาฬวกยักษ์ประทับนั่งบนอาสนะของอาฬวกยักษ์นั้น
ขณะนั้น สาตาคิรยักษ์และเหมวตยักษ์ เหาะผ่านมาทางนั้นได้เห็นพระบรมศาสดา
ประทับนั่งในที่อยู่ของอาฬวกยักษ์ จึงเข้าไปเฝ้ากราบถวายบังคมแล้วถอยออกไปกล่าวมุทิตา
กถาแสดงความยินดีกับอาฬวกยักษ์ว่า
“ท่านอาฬวกยักษ์ ท่านมีโชคได้ลาภอันประเสริฐแล้ว ขณะนี้พระบรมโลกนาถศาสดา
เสด็จมาประทับยังที่นั่งของท่าน ขอท่านจงไปเฝ้ากราบถวายบังคมและฟังพระธรรมเทศนาเถิด”
แต่อาฬวกยักษ์ผู้เป็นมิจฉาทิฏฐิ พอได้ฟังดังนั้น ก็โกรธที่พระสมณโคดม รุกล้ำล่วงสู่
แดนของตน จึงประกาศที่จะต่อสู้เพื่อขับไล่พระสมณโคดมไปให้พ้นจากสถานที่ของตน
พร้อมทั้งชักชวนสรตาคิรยักษ์ และเหมวตยักษ์ให้ร่วมด้วยช่วยกันทำศึกในครั้งนี้ แต่ยักษ์ทั้ง
สองไม่ยอมร่วมด้วย อาฬวกยักษ์จึงประทุษร้ายขับไล่พระพุทธองค์ด้วยตนเองเพียงผู้เดียว
อาฬวกยักษ์ แม้จะรุกรานพระบรมศาสดาด้วยกำลังโดยวิธีการต่าง ๆ ก็ไม่สามารถจะ
ได้รับชัยชนะ จึงเปลี่ยนมาใช้วิธีถามปัญหา ๘ ข้อ พระพุทธองค์ทรงวิสัชนาแก้ได้ทั้งหมดเมื่อ
จบการแก้ปัญหาอาฬวกยักษ์ได้บรรลุเป็นพระโสดาบันมีศรัทธามั่นคงไม่หวั่นไหวในพระ
รัตนตรัย คลายความโกรธและหายจากความโหดร้ายกลับมีจิตเมตตาต่อผู้อื่น
วันรุ่งขึ้น ราชบุรุษทั้งหลายเมื่อไม่ได้เด็กภายนอกไปให้ยักษ์ จึงกราบทูลพระราชาให้
ทรงทราบพระราชาเมื่อไม่มีใครอื่นที่จะส่งไป ก็เกรงภัยจะมาถึงตนจึงได้ส่งอาฬวกกุมารวางลง
ที่มือของยักษ์ ฝ่ายอาฬวกยักษ์พอรับเด็กมาแล้วได้น้อมเข้าไปถวายวางลงบนพระหัตถ์ของพระ
ศาสดา พระพุทธองค์ทรงรับแล้วส่งกลับคืนในมือของยักษ์อีก อาฬวกยักษ์ได้นำเด็กไปวางใน
มือของพวกราชบุรุษที่นำมาอีกครั้งหนึ่ง พระราชกุมารนั้นโดยอาการที่ถูกส่งจากมือหนึ่งไปยัง
อีกมือหนึ่งนี้ จึงได้รับการขนานนามว่า “หัตถกอาฬวกกุมาร” และได้รอดพ้นจากการเป็น
อาหารของยักษ์ด้วยพระพุทธบารมี
หัตถกอาฬวกกุมาร นั้น เมื่อเจริญวัยขึ้นมาได้ฟังพระธรรมเทศนาจากพระบรมศาสดา
ได้บรรลุเป็นพระอนาคามี ประกาศตนเป็นอุบาสกขอถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิต
เมื่อเขาจะไปในที่ใด ๆ ก็จะมีอุบาสกผู้เป็นอริยะ ๕๐๐ คน ติดตามแวดล้อมตลอดเวลา พระบรม
ศาสดาได้ตรัสถามเขาว่า “มีหลักสงเคราะห์บริษัทบริวารอย่างไร ?”
หัตถกอาฬวกกุมาร กราบทูลว่า
“ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ข้าพระองค์สงเคราะห์ด้วยสังคหวัตถุ ๔ ประการ คือ
๑. ทาน ถ้าเขายินดีด้วยการให้ข้าพระองค์ก็สงเคราะห์ด้วยการให้
๒. ปิยวาจา ถ้าเขายินดีด้วยการพูดจาไพเราะน่ารักข้าพระองค์ก็
สงเคราะห์ด้วยวาจาไพเราะน่ารัก
๓. อัตถจริยา ถ้าเขายินดีด้วยการให้ทำกิจที่เกิดขึ้นจนสำเร็จข้าพระองค์ก็
สงเคราะห์ด้วยการช่วยทำกิจที่เกิดขึ้นจนสำเร็จ
๔. สมานัตตตา ถ้าเขายินดีด้วยการวางตนเสมอกัน ข้าพระองค์ก็สงเคราะห์
ด้วยการด้วยการวางตนเสมอกัน
พระบรมศาสดาทรงอนุโมทนาในการสงเคราะห์บริษัทบริวารของเขาแล้ว ประกาศยก
ย่องหัตถกอาฬวกกุมาร ในตำแหน่งเอตทัคคะเป็นผู้เลิศกว่าอุบาสิกาทั้งหลาย ในฝ่าย
ผู้สงเคราะห์บริษัทด้วยสัคหวัตถุ ๔

 

ที่มา  84000.org

เขียนเมื่อ : 07 ต.ค. 2553,21:03   เข้าชม : 493 ครั้ง

พระสาวก » อุบาสกอื่นๆที่น่าสนใจ
อุคคตคฤหบดี
อุคคตะ เกิดในตระกูลเศรษฐี หมู่บ้านหัตถิคาม บรรดาญาติได้ขนานนามว่า “อุคคตกุมาร” เมื่อเจริญวัยขึ้นมาได้รับการศึกษาตามสมควรแก่ฐานะ อยู่ครองชีวิตใน ฆราวาสวิสัยจวบจนบิดาล่วงลับไปได้รับตำแหน่งเศรษฐีแทนบิดา
สูรอัมพัฏฐอุบาสก
สูรอัมพัฏฐะ เกิดในตระกูลเศรษฐี บิดามารดามีศรัทธาเลื่อมใสนักบวชอัญเดียรถีย์ ตนเองเมื่อเจริญวัยขึ้นมาอยู่ในฆราวาสวิสัยก็มีใจศรัทธาเลื่อมใสให้การบำรุงอุปัฏฐาก อัญเดียรถีย์ตามบิดามารดาด้วยเช่นกัน
นกุลบิดาคฤหบดี
นกุลบิดาคฤหบดี เกิดในตระกูลเศรษฐีในเมืองสุงสุมารคิรี แคว้นภัคคะ เมื่อเจริญวัย แล้วบิดามารดาได้จัดหาคู่ครองผู้มีฐานะเสมอกันให้ ได้อยู่ครองเรือนตามฆราวาสวิสัย มีความ
ตปุสสะ-ภัลลิกะ
เมื่อพระพุทธองค์ทรงตรัสรู้พระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณใหม่ ๆ ณ ภายใต้ร่ม พระศรีมหาโพธิ์แล้ว ประทับเสวยวิมุตติสุขในสถานที่ต่าง ๆ รวม ๗ แห่ง ๆ ละ ๗ วัน และใน สัปดาห์ที่ ๗
อุบาสกสำคัญในสมัยพุทธกาล
คำว่า "อุบาสก" หมายถึงชายผู้นั่งใกล้พระรัตนตรัย คนใกล้ชิดพระศาสนา,คฤหัสถ์ชายที่แสดงตนเป็นคนนับถือพระพุทธศาสนา โดยประกาศถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะ
ชีวกโกมารภัจ
ชีวกโกมารภัจ เป็นลูกของนางสาลวดี ซึ่งเป็นหญิงโสเภณีในเมืองราชคฤห์ธรรมดา หญิงโสเภณีจะไม่เลี้ยงลูกชาย เพราะช่วยสืบสายอาชีพไม่ได้ ดังนั้นเมื่อนางคลอดลูกออกมา
อนาถปิณฑิกเศรษฐี
อนาถบิณฑิกเศรษฐี เกิดในตระกูลมหาเศรษฐี ในเมืองสาวัตถี บิดาชื่อว่า “สุมนะ” มีทรัพย์สมบัติมากมายมหาศาล เมื่อเกิดมาแล้วบรรดาหมู่ญาติได้ตั้งชื่อให้ว่า “สุทัตตะ” เป็น
อุคคคฤหบดี
อุคคะ เกิดในตระกูลเศรษฐีในเมืองเวสาลี ชื่อเดิมของท่านไม่ปรากฏเป็นที่แน่นอน แต่เมื่อเจริญวัยขึ้น ร่างกายของท่านสูงสง่างาม เปรียบประดูจว่าเสาระเนียดที่นายช่างได้ตกแต่ง
พระเจ้ามหานามศากยะ
พระเจ้ามหานามะ เป็นราชโอรสของพระเจ้าอมิโตทนะ ซึ่งเป็นพระกนิษฐาของพระ เจ้าสุทโธทนะพุทธบิดา มีพระอนุชาหนึ่งพระองค์ คือ เจ้าชายอนุรุทธะและมีพระกนิษฐภคินี หนึ่งพระองค์ คือ พระนางโรหิณี
จิตตคฤหบดี
จิตตคฤหบดี เกิดในสกุลเศรษฐี ที่เมืองมัจฉิกสัณฑะ แคว้นมคธ เมื่อบิดาล่วงลับไป แล้ว เขาได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเศรษฐีในเมืองนั้นแทนบิดา
หัตถกคฤหบดี
ถูกยักษ์จับ ขณะเมื่ออาฬวกุมาร ยังอยู่ในวัยเยาว์ พรเจ้าอาฆวกะผู้เป็นพระราชบิดาเสด็จประพาส ป่าเพื่อล่าสัตว์ พระองค์ฆ่าเนื้อได้ตัวหนึ่งแล้วตัดเป็น ๒ ท่อน ผูกคล้องไว้ที่ปลายคันธนูใช้คัน
แสดงความคิดเห็น เรื่อง : หัตถกคฤหบดี

 

คำค้น
16 พ.ค.2531 2553___สำหรับคนเกิดปี_จอ 2553___สำหรับคนเกิดปี_วอก 2554___สำหรับคนเกิดปี_วอก 2555___สำหรับคนเกิดปี_วอก กลอนธรรมะ กลอนธรรมะเกี่ยวกับพระคุณแม่ การ์ตูนพุทธสุภาษิต คนไม่มีเวลา จ่อยนายแน่มาก ถ้ำจักรพรรดิ์ ธรรมะ นิทานพระมหากัสสปะ นิยายรักอมตะครั้งพุทธกาล พระปิดตาหลวงปู่ พระปิดตาหลวงปู่โต๊ะ พระมหาโฆคคัลลานเถระ พระสมเด็จ วัดระลวงพ่อโต พระอรหันต์16พระองค์ พระอาจารย์ตี๋เล็ก_เขาสุนะโม มะแม รูปป่า ลัทธิไสยศาสตร์ วันอังคาร หลวงปู่ศรี ถาวโร หลวงปู่ศรี_ถาวโร หลวงปู่เณรคำ อิติปิโส 2554

ธรรมะ  
 
Copyright 2010, All Rights Reserved. สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
ติดต่อเรา e-mail dhammavarietyแอดhotmailดอทco.th