User :
Password :
สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน

ข่าวธรรมะ

ประวัติพระเกจิอาจารย์

ท่องเที่ยวทำบุญไหว้พระ

สถานที่ปฏิบัติธรรม

ดูดวง

ตำแหน่งโฆษณา
หมวด » พระสาวก » พระสาวก

 

พระรัฏฐปาลเถระ

พระรัฏฐปาลเถระ

พระรัฏฐปาลเถระ

    ท่านพระรัฏฐปาล เป็นบุตรของรัฏฐปาลเศรษฐี ผู้เป็นหัวหน้าในหมู่ชนชาวถุลลโกฏฐิตนิคม แคว้นกุรุ สมัยหนึ่ง พระบรมศาสดา เสด็จจาริกไปในแคว้นกุรุพร้อมด้วยภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ บรรลุถึงถุลลโกฏฐิตนิคม ได้ทราบว่า พระบรมศาสดาเสด็จมา จึงพากันมาเข้า ไปเฝ้า บางพวกถวายบังคม บางพวกเป็นแต่พูดจาปราศรัย บางพวกเป็นแต่ประนมมือ บางพวกร้องประกาศชื่อและโคตรของตน บางพวกนิ่งอยู่ ทุกหมู่นั้นพากันนั่งอยู่ ณ ที่อันสมควรแห่งหนึ่ง พระบรมศาสดาทรงแสดงพระธรรมเทศนา ให้เกิดความเลื่อมใสแล้วทูลลา กลับไป ส่วนรัฏฐปาละ ครั้นได้ฟังธรรมเทศนาแล้วเกิดความเลื่อมใสใคร่จะบวช พอพวกชาวนิคมนั้นกลับไปแล้ว จึงเข้าไปเฝ้า พระบรมศาสดา ทูลขอบรรพชา ครั้นได้ทราบว่าพระบรมศาสดา ไม่ทรงบวชกุลบุตรที่มารดาบิดาไม่อนุญาต รัฏฐปาละก็พูดอ้อนวอน เป็นหลายครั้ง มารดาบิดาไม่ยอม รัฏฐปาละเสียใจลงนอนไม่ลุกขึ้น อดอาหารเสียไม่กิน คิดว่าจักตายในที่นี้ หรือจักบวชเท่านั้น มารดาบิดาปลอบให้ลุกขึ้นกินอาหาร รัฏฐปาละก็นิ่งเสีย มารดาบิดาจึงไปหาสหายรัฏฐปาละขอให้ช่วยห้ามปราม สหายเหล่านั้นก็ไป ช่วยห้ามปราม เมื่อเห็นว่ารัฏฐปาละไม่ยอม จึงคิดว่า ถ้ารัฏฐปาละไม่บวชจักตายแล้ว หาเกิดคุณอย่างหนึ่งอย่างใดไม่ถ้ารัฏฐปาละ ได้บวช มารดาบิดาและเราจักได้เห็นรัฏฐปาละตามเวลาที่สมควร อนึ่ง เมื่อรัฏฐปาละบวชแล้ว หากเบื่อหน่ายในการประพฤติ เช่นนั้นก็จักกลับมาที่นี้อีก ครั้นคิดอย่างนั้นแล้ว จึงเข้าไปหามารด บิดาของรัฏฐปาละ ชี้แจงเหตุผลให้ฟัง มารดาบิดาของรัฏฐปาละ เห็นด้วยแล้ว ก็ยอมตาม แต่ว่าบวชแล้วขอให้กลับมาเยี่ยมบ้าง สหายเหล่านั้นก็กลับไปบอกความนั้นแก่รัฏฐปาละ ๆ ทราบว่ามารดาบิดา อนุญาตแล้ว ดีใจลุกขึ้นเช็ดตัว แล้วอยู่บริโภคอาหารพอร่างกายมีกำลังไม่กี่วันแล้ว ไปเฝ้าพระบรมศาสดา ทูลว่าบิดามารดาอนุญาตแล้ว พระองค์ก็โปรดให้บวชเป็นภิกษุในพระพุทธศาสนา ครั้นพระรัฏฐปาละบวชแล้วไม่นาน ประมาณกึ่งเดือน พระบรมศาสดาเสด็จจาก ถุลลโกฏฐิตนิคม ไปประทับอยู่ที่กรุงสาวัตถี ส่วนพระรัฏฐปาละตามเสด็จไปด้วย ท่านตั้งอยู่ในความไม่ประมาท บำเพ็ญสมณธรรม เจริญวิปัสสนา ได้สำเร็จพระอรหัตผลถึงที่สุดของพรหมจรรย์แล้ว ถวายบังคมลาออกจากสาวัตถี เที่ยวจาริกไปถึงถุลลโกฏฐิตนิคม พักอยู่ที่มิคจิรวัน พระราชอุทยานของพระเจ้าโกรัพยะ ซึ่งเป็นพระเจ้าแผ่นดินกุรุ ในเวลาเช้าท่านเข้าไปบิณฑบาตในนิคมนั้น จนถึงที่ใกล้เรือนของท่าน นางทาสีเห็นท่านแล้วก็จำได้ จึงบอกเนื้อความนั้นให้แก่มารดาบิดาของท่านทราบ มารดาบิดาของท่าน จึงได้นิมนต์ท่านไปฉันในเรือนในวันรุ่งขึ้น แล้วอ้อนวอนให้ท่านกลับมาครอบครองสมบัติอีก ก็ไม่สมประสงค์ เมื่อท่านรัฏฐปาละฉันเสร็จ แล้วก็กล่าวคาถาอนุโมทนา พอเป็นทางให้เกิดสังเวชในร่างกายแล้วจึงกลับมิคจิรวันฯ

ธรรมุทเทศ

ส่วนพระเจ้าโกรัพยะเสด็จไปประพาสพระราชอุทยาน ทอดพระเนตรเห็นรัฏฐปาละ ทรงจำได้ เพราะทรงรู้จักแต่เดิมมา เสด็จเข้าไปใกล้ ตรัสปราศรัยและประทับ ณ ราชอาสน์ ตรัสถามว่า รัฏฐปาละผู้เจริญ ความเสื่อมมีกี่อย่าง ที่คนบางจำพวก ต้องประสบเข้าแล้วจึงออกบวช คือ แก่ชรา, เจ็บ, สิ้นโภคทรัพย์, สิ้นญาติ ความเสื่อมสี่อย่างนี้ไม่มีแก่ท่าน ท่านรู้เห็นหรือได้ฟังอย่างไร จึงได้ออกบวช ท่านทูลว่า มหาบพิตร มีอยู่ ธรรมุทเทศ (ธรรมที่แสดงขึ้นเป็นหัวข้อสี่ข้อ) ที่พระบรมศาสดาซึ่งเป็นผู้รู้เห็น เป็นพระอรหันต์ตรัสรู้เองโดยชอบ ทรงแสดงขึ้นแล้วจึงออกบวช ธรรมุทเทศสี่ข้อนั้นคือ

ข้อที่หนึ่งว่า โลกคือหมู่สัตว์ อันชราเป็นตัวนำเข้าไปใกล้ความตาย ไม่ยั่งยืนฯ

ข้อที่สองว่า โลกคือหมู่สัตว์ ไม่มีผู้ป้องกัน ไม่เป็นใหญ่จำเพาะตนฯ

ข้อที่สามว่า โลกคือหมู่สัตว์ ไม่มีอะไรเป็นของ ๆ ตน จำต้องละทิ้งสิ่งทั้งปวงไปฯ

ข้อที่สี่ว่า โลกคือหมู่สัตว์พร่องอยู่เป็นนิตย์ ไม่รู้จักอิ่ม เป็นทาสแห่งตัณหาฯ

เอตทัคคะ

ครั้นท่านพระรัฏฐปาละทูลเหตุที่ตนออกบวชแก่พระเจ้าโกรัพยะอย่างนี้แล้ว พระมหากษัตริย์ก็ทรงเลื่อมใส ตรัสอนุโมทนาธรรมีกถาแล้วเสด็จกลับไป ส่วนท่านพระรัฏฐปาละ เมื่อพำนักอาศัยอยู่ในนิคมนั้นพอสมควรแล้ว ก็กลับมาอยู่ในสำนัก ของพระบรมศาสดา อาศัยคุณที่ท่านเป็นผู้บวชด้วยศรัทธามาแต่เดิม และกว่าจะบวชได้ก็แสนยากลำบากนัก พระบรมศาสดาจึงทรง ยกย่องว่า เป็นเลิศกว่าภิกษุทั้งหลายผู้บวชด้วยศรัทธา ท่านพระรัฏฐปาละดำรงเบญจขันธ์อยู่โดยสมควรแก่กาล แล้วก็ดับขันธ์ปรินิพพาน
 


ที่มา www.dhammathai.org/monk/monk45.php

เขียนเมื่อ : 07 ต.ค. 2553,22:33   เข้าชม : 1910 ครั้ง

พระสาวก » พระสาวกอื่นๆที่น่าสนใจ
ประวัติ พระสารีบุตรเถระ
การศึกษา ได้สำเร็จศิลปศาสตร์หลายอย่าง เพราะเป็นผู้มีปัญญาเฉียบแหลม ศึกษาได้รวดเร็ว อุปติสสะมีชื่อที่ชาวบ้านเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า สารีบุตร เพราะเป็นบุตรของนางสารี แต่เมื่อเข้ามาบวชในพระพุทธศาสนา
พระโมฆราชเถระ
ท่านพระโมฆราช เป็นบุตรพราหมณ์ ในพระนครสาวัตถี เมื่อเจริญวัยแล้วได้ไปฝากตัวเป็นศิษย์ของพราหมณ์พาวรี ผู้เป็นปุโรหิตของพระเจ้าปเสนทิโกศล เพื่อศึกษาศิลปวิทยาตามประเพณีพราหมณ์ ครั้นพราหมณ์พาวรีมีความเบื่อหน่ายในฆราวาส ได้ทูลลาพระเจ้าปเสนทิโกศลออกจากหนย้าที่ปุโ
พระมหาโสภิตเถระ
ท่านพระโสภิตะ ถือกำเนิดในตระกูลพราหมณ์ ในเมืองสาวัตถี มีนามว่า โสภิตมาณพ เมื่อเติบโตได้ไปศึกษาอักษรสมัยในลัทธิพราหมณ์อยู่มาวันหนึ่งได้ไปสู่สำนักพระบรมศาสดา สดับธรรมีกถา ที่พระองค์ทรงแสดง เกิดศรัทธาเลื่อมใส ได้บรรพชาอุปสมบทในพระธรรมวินัย ครั้นได้อุปสมบทแล้
ประวัติ พระอานนทเถระ
พระอานนทเถระ นามเดิม อานนท์ มีความหมายว่า เกิดมาทำให้พระประยูรญาติต่างยินดี พระบิดา พระนามว่า สุกโกทนะ พระกนิฏฐภาดาของพระเจ้าสุทโธทนะ (แต่อรรถกถาส่วนมาก กล่าวว่า เป็นโอรสของพระเจ้าอมิโตทนะ) พระมารดา พระนามว่า กีสาโคตมี
พระมหาโกฏฐิตเถระ
พระมหาโกฏฐิตะ เป็นบุตรของอัสสลายนมหาพราหมณ์กับนางจันทวดีพราหมณี ในนครสาวัตถี ซึ่งสมบูรณ์ด้วยทรัพย์สมบัติ เมื่อเจริญเติบโตแล้ว ได้ศึกษาศิลปวิทยาตามลัทธิของพราหมณ์จนจบไตรเพท
พระกังขาเรวตะเถระ
ท่านพระกังขาเรวตะ เกิดในตระกูลอันบริบูรณ์ด้วยทรัพย์สมบัติ เป็นอันมากในพระนครสาวัตถี เดิมชื่อว่า เรวตะ เป็นคนมีศรัทธา วันหนึ่งในเวลาหลังภัตตาหาร มหาชนชวนกันไปสู่พระเชตวันมหาวิหารเพื่อจะฟังพระธรรมเทศนา เรวตุนั้นก็ได้ไปกับมหาชน ครั้นถึงแล้วได้นั่งอยู่ท้ายสุด
พระเมตตคูเถระ
ท่านพระเมตตคู เป็นบุตรของพราหมณ์ ในนครสาวัตถี เมื่อเจริญวัยแล้วได้ไปมอบตัวเป็นศิษย์พราหมณ์พาวรี ผู้เป็นปุโรหิตของพระเจ้าปเสนทิโกศล เพื่อศึกษาศิลปวิทยา ครั้นต่อมาพราหมณ์พาวรีออกบวชเป็นชฏิล
ประวัติ พระลกุณฏกภัททิยะ
พระลกุณฏกภัททิยะ นามเดิม ภัททิยะ แต่เพราะร่างกายของเขาเตี้ยและเล็ก จึงเรียกว่า ลกุณฏกภัททิยะ (ลกุณฏกะ - เล็ก, เตี้ย) บิดาและมารดาไม่ปรากฏชื่อ เป็นคนวรรณะแพศย์ มีทรัพย์มาก เป็นชาวเมืองสาวัตถี
พระภัคุเถระ
พระภคุเกิดในตระกูลศากยวงศ์ในกรุงกบิลพัสดุ์ เมื่อสมเด็จพระบรมศาสดาเสด็จมาโปรดพระประยูรญาติ แล้วเสด็จออกจาก กรุงกบิลพัสดุ์ไปประทับอยู่ที่อนุปิยนิคมอันพวนารามของมัลลกษัตริย์ ในเวลานั้นมีศากยกุมารผู้มีชื่อเสียงโด่งดังออก
พระขทิรวนิยเรวตเถระ
ท่านพระเรวตเถระเป็นบุตรของวังคันตพราหมณ์ และนางสารีพราหมณี ในตำบลบ้านชื่อว่านาลันทะ เป็นบุตรคนสุดท้อง น้องชายของพระสารีบุตร เดิมชื่อว่า เรวตมาณพ เมื่อบวชแล้ว ท่านได้พำนักอาศัยอยู่ในป่าไม้ตะเคียนด้วยเหตุนั้นท่านจึงยึดเอาชื่อของป่านั้นนำหน้าชื่อตนว่า ขทิรวน
พระชตุกัณณีเถระ
ท่านพระชตุกัณณี เป็นบุตรพราหมณ์ ในนครสาวัตถี เมื่อเจริญวัยแล้วได้ไปฝากตัวเป็นศิษย์ศึกษาเล่าเรียนศิลปวิทยา ในสำนักของ พราหมณ์พาวรี ผู้เป็นปุโรหิตของพระเจ้าปเสนทิโกศล ครั้นต่ามาพราหมณ์พาวรี
พระกาฬุทายเถระ
พระกาฬุทายีเป็นบุตรมหาอำมาตย์ในกรุงกบิลพัสดุ์ เป็นสหชาติ คือ เกิดพร้อมกับพระมหาบุรุษ เดิม ชื่อว่า อุทายี ท่านกล่าวว่า อุทายีกุมารนั้นเป็นคนมีผิวพรรณค่อนข้างดำ ดังนั้น ชนทั้งหลายจึงเรียกว่า กาฬุทายี
แสดงความคิดเห็น เรื่อง : พระรัฏฐปาลเถระ

 

คำค้น
16 พ.ค.2531 2553___สำหรับคนเกิดปี_จอ 2553___สำหรับคนเกิดปี_วอก 2554___สำหรับคนเกิดปี_วอก 2555___สำหรับคนเกิดปี_วอก กลอนธรรมะ กลอนธรรมะเกี่ยวกับพระคุณแม่ การ์ตูนพุทธสุภาษิต คนไม่มีเวลา จ่อยนายแน่มาก ถ้ำจักรพรรดิ์ ธรรมะ นิทานพระมหากัสสปะ นิยายรักอมตะครั้งพุทธกาล พระปิดตาหลวงปู่ พระปิดตาหลวงปู่โต๊ะ พระมหาโฆคคัลลานเถระ พระสมเด็จ วัดระลวงพ่อโต พระอรหันต์16พระองค์ พระอาจารย์ตี๋เล็ก_เขาสุนะโม มะแม รูปป่า ลัทธิไสยศาสตร์ วันอังคาร หลวงปู่ศรี ถาวโร หลวงปู่ศรี_ถาวโร หลวงปู่เณรคำ อิติปิโส 2554

ธรรมะ  
 
Copyright 2010, All Rights Reserved. สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
ติดต่อเรา e-mail dhammavarietyแอดhotmailดอทco.th