ในช่วงปิดเทอม ผู้ปกครองมักมองหากิจกรรมให้บุตรหลานเรียนรู้ เพิ่มทักษะและเสริมประสบการณ์ด้านต่างๆ
คุณธรรม จริยธรรมและศีลธรรม เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ผู้ปกครองเล็งเห็นความสำคัญ ค่ายรู้ทันใจ Self Discovery Camp จากการร่วมมือของ สำนักพิมพ์พรีมา และฮอร์สชู พอยท์ กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นสำหรับเด็กไทยที่เรียนในโรงเรียนนานาชาติ มุ่งเน้นการส่งเสริมการเรียนรู้ธรรมะสำหรับเด็ก พร้อมสอดแทรกความสนุกสนาน ฝึกสติและสมาธิ สอนให้เด็กๆ รู้เท่าทันใจตัวเอง ภายใต้การดูแลของ คุณกนิษฐะวิริยา ต.สุวรรณ หรือ คุณครูชมพู
ในค่ายรู้ทันใจ เน้นสอนให้เด็กๆ รู้จัก "การหยอดกระปุกบุญ" ด้วยการทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนา และสอนให้เด็กๆ เรียนรู้กฎแห่งกรรมอย่างมีเหตุผลตลอดทั้งวัน ไม่ว่าเด็กๆ จะทำกิจกรรมใดๆ ครูชมพูจะสอนว่าทุกสิ่งทุกอย่างมาแล้วก็ไปเดี๋ยวมากเดี๋ยวน้อย เพียงแค่เรารู้ให้ทันใจตัวเองว่ากำลังรู้สึกอย่างไร
และเมื่อมี "ผีในใจ" ทั้งผีขี้โกรธ ผีขี้หลง ผีขี้โลภ มาเยี่ยมก็ให้รู้ทันใจตัวเอง เพื่อจะได้เห็นว่าทุกอย่างในชีวิตอยู่กับเราเพียงชั่วคราว กระทั่งผีต่างๆ ความสุขความทุกข์ต่างๆ บังคับบัญชาไม่ได้ ไม่ใช่ของเรา
คำว่า "ผี" ที่ครูชมพูสอนนี้คือคำที่ใช้แทนกิเลสในใจ ที่เด็กๆ ต้องเฝ้ารู้ เฝ้าดู และรู้ทันใจตัวเอง เพื่อนำไปสู่การรักษาศีล 5 เพราะเด็กที่รู้สึกตัวจะเป็นเพียงผู้รู้ผู้ดู ไม่ถูกผีในใจฉุดลากไปทำผิดศีล 5
การอบรมของคุณครูจะเน้นสอนเด็กๆ ในลักษณะสบายๆ ให้เด็กๆ รู้สึกผ่อนคลาย ไม่ถูกยัดเยียดให้เรียนธรรมะ และสิ่งที่ครูชมพูพร่ำสอนก็คือ "เด็กๆ ต้องชาร์จแบตเตอรี่ทุกเช้า-เย็น คือการทำสมาธินั่นเอง เมื่อมีบททดสอบอะไรผ่านมา สติซึ่งเปรียบเหมือนพระเอกของเราจะรู้เท่าทันใจตนเอง เพียงเท่านี้เราก็ไม่ตกเป็นทาสผีในใจของตนเองแล้ว"
ครูแอน คุณ ลภาภิดา หล่อกิติยะกุล หนึ่งในครูผู้อบรมน้องๆ ในค่าย กล่าวว่า ผู้ปกครองต้องหมั่นรดน้ำเรื่อยๆ คือ ให้เด็กค่อยๆ ซึมซับด้วยการสวดมนต์ หรือชักชวนกันนั่งสมาธิอย่างสม่ำเสมอ เพราะไม่เช่นนั้นแล้วน้องๆ จะค่อยๆ ลืม ที่สำคัญต้องเปิดโอกาสให้เด็กสัมผัสกับธรรมชาติ เช่น ไปเที่ยวต่างจังหวัด หยิบยื่นความรักความเข้าใจให้เด็กๆ สอนให้เขายอมรับการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้เขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ ควบคุมอารมณ์ของตนเองได้
ทางด้านผู้ปกครองที่ส่งน้องๆ เข้าอบรมในค่ายรู้ทันใจครั้งนี้ ต่างพอใจกับผลที่ได้กับบุตรหลาน อาทิ คุณรังสิมา ภักดีภูมิ คุณแม่น้องบุ๋น และ น้องบง กล่าวว่า เป็นครั้งที่ 3 แล้วที่ส่งน้องเข้าค่ายจะเห็นการเปลี่ยนแปลงได้เลยว่าอย่างน้อยเวลาที่เขามีอารมณ์โกรธขึ้นมา เราจะบอกเขาว่าตอนนี้ถ้ารู้สึกโกรธก็อย่าเพิ่งคุยกัน รอให้อารมณ์เย็นแล้วค่อยมาคุยกัน สักพักเราก็จะเตือนสติให้เขารู้ตัว เหมือนกับที่นี่สอนว่าให้รู้เท่าทันใจตัวเอง ไม่ผิดที่จะรู้สึกโกรธ หรือรู้สึกไม่ดี แต่ให้เรารู้ว่าตอนนั้นเรารู้สึกอย่างไร และจะระงับอารมณ์นั้นได้ด้วยวิธีไหน น้องก็จะเข้าใจ
คุณไพศาล และ คุณอาภาพร ติยะรังสีนุกูล คุณพ่อคุณแม่น้องเอิร์นเอิร์น กล่าวว่า อยากให้น้องรู้จักการช่วยเหลือตนเอง รู้จักการใช้ชีวิตกับผู้อื่น การเข้าสังคมและทักษะการร่วมทำงานเป็นกลุ่ม หลังจากที่น้องเข้าร่วมอบรมแล้วเห็นได้ชัดเจนเลยว่าเขามีพัฒนาการในเรื่องการช่วยเหลือตนเองและทำงานร่วมกับผู้อื่น ปกติเวลาอยู่บ้านเราจะสอนเขาให้รู้จักการสวดมนต์นั่งสมาธิอยู่แล้ว แต่ตอนนี้รู้สึกว่าลูกจะนั่งสมาธิได้นานขึ้นและชอบสวดมนต์มากขึ้น
คุณกรรณิการ์ โชติกวานิช คุณแม่น้องแพมและน้องพิงค์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ไม่ค่อยรู้เรื่องเกี่ยวกับธรรมะ ไม่เคยสอนให้กราบพระเลย ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรก ได้มาเห็นว่าน้องคุ้นเคยกับการสวดมนต์มากขึ้น ทั้งที่ไม่เคยทำมาก่อน ก็ดีใจค่ะ ถึงแม้ว่าตอนนี้จะยังซนอยู่บ้างตามประสาเด็ก
ในส่วนของน้องๆ ที่ได้มาเรียนรู้และเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในค่ายต่างสนุกสนานที่ได้ร่วมทำกิจกรรมกับเพื่อนๆ อย่างเช่น น้องมีมี่ ที่เข้าร่วมค่ายรู้ทันใจเป็นครั้งแรก กล่าวว่า "หนูชอบทำอาร์ต ประเภทเปเปอร์มาเช่ ระบายสี ทำให้เราได้ฝึกสติ ถ้าเรามีสติเราก็จะระบายสวย ถ้าไม่มีสติ เราก็จะระบายออกนอกเส้น และระบายไม่สวย หนูชอบเดินจงกรม เพราะหนูรู้สึกว่าเดินจงกรมเดินง่ายมากกว่า เวลาเดินก็นึกถึงเรื่องสมาธิด้านน้องพิงค์ กล่าวว่า "หนูชอบเดินจงกรม เดินตลอด ไม่ได้ทำอะไรเลย เดินอย่างเดียว ตอนเดินเราจะรู้สึกสบาย"
น้องเอิร์นเอิร์น บอกว่า "ค่ายรู้ทันใจทำให้หนูนั่งสมาธิได้นานขึ้น และรู้จักการทำงานเป็นกลุ่ม หนูชอบสวดมนต์มากที่สุด เพราะหนูจำบทสวดมนต์ได้ ส่วนกิจกรรมอื่นๆ หนูชอบเล่นเกมในสระว่ายน้ำกับขี่ม้าค่ะ"
สนใจส่งบุตรหลานเข้าร่วมค่ายรู้ทันใจครั้งต่อไป ซึ่งเปิดรับเด็กๆ เยาวชนอายุ 7-11 ขวบ ในระหว่างวันที่ 19-23 ต.ค.นี้ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 0-2717-5111, 08-6984-9977 หรือ www.primapublishing.co.th