|
|
ปัจฉิมโอวาท
ลำดับนั้น สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายมา ประทานปัจฉิมโอวาทว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้เราขอเตือนทั้งหลายว่า สังขารทั้งหลายมีความเสื่อมความสิ้นไปเป็นธรรมดา |
|
|
|
ทรงแสดงอาทิตตปริยายสูตร
พระศาสดาประทับอยู่ที่ตำบลอุรุเวลา ตามสมควรแก่พุทธอัธยาศัยแล้ว พร้อมด้วยภิกษุหมู่ชฏิลเหล่านั้น เสด็จไปยังตำบลคยาสีสะ ใกล้แม่น้ำคยา ทรงแสดงธรรมว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เป็นของร้อน |
|
|
|
ใต้ร่มมุจจลินท์ ๗ วัน
จากต้นอชปาลนิโครธนั้น ได้เสด็จไปยังต้นไม้จิก ชื่อว่า มุจจลินท์ เสวยวิมุตติสุข ๗ วัน ทรงเปล่งอุทานว่า ความสงัดเป็นสุขของบุคคลผู้มีธรรมได้สดับแล้วยินดีอยู่ในที่สงัด รู้เห็นตามเป็นจริง ฯ
|
|
|
|
ทรงได้พระอัครสาวก
วันหนึ่ง พระอัสสชิหนึ่งในปัญจวัคคีย์ เข้าไปบิณฑบาตในเมืองราชคฤห์ สารีบุตรปริพพาชกเห็นท่านมีกิริยาอาการที่น่าเลื่อมใส จึงติดตามไป ครั้นเห็นท่านกลับจากบิณฑบาต |
|
|
|
คัมภีร์ของพระพุทธศาสนา
เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จปรินิพพานได้ 3 เดือน สาวกผู้ได้เคยสดับฟังคำสั่งสอนของพระองค์จำนวน 500 รูป ก็ประชุมทำสังคายนากัน ณ ถ้ำสัตบรรณคูหา ใกล้เมืองราชคฤห์ แคว้นมคธ สอบปากคำกันอยู่ 7 เดือน |
|
|
|
|
ทรงแสดงมหาปเทส ฝ่ายพระสูตร ๔
เมื่อพระศาสดาประทับอยู่ ณ อานันทเจดีย์ ในเขตโภคนคร ตรัสเทศนามหาปเทส ๔ ฝ่ายพระสูตรว่า ถ้ามีผู้มาอ้างพระศาสดา สงฆ์ |
|
|
|
มหาบุรุษ ลักษณะ ๓๒ ประการ
ผู้ที่มีมหาบุรุษลักษณะ เป็นคำที่ใช้เรียกพระพุทธเจ้าเมื่อก่อนตรัสรู้ ลักษณะของมหาบุรุษมี ๓๒ ประการ คือ |
|
|
|
ถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ
เมื่อพระศาสดาปรินิพพานได้ ๗ วัน มัลลกษัริย์ทั้งหลายได้อัญเชิญพระสรีระไปประดิษฐาน ณ มกุฏพันธนเจดีย์ |
|
|
|
ความฝัน ๕ เรื่องของพระบรมโพธิสัตว์
เมื่อพระบรมโพธิสัตว์ทรงเลิกละทุกรกิริยาแล้ว ก็ทรงเริ่มทำความเพียรทางจิตต่อไป จนถึงราตรีขึ้น ๑๔ ค้ำ เดือน ๖ ปีระกา คืนก่อนจะได้ตรัสรู้เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงสุบินเรียกว่า “ปัญจมหาสุบิน” คือความฝัน ๕ เรื่องของพระบรมโพธิสัตว์มีความว่า
|
|
|
|
บ่อเกิดของพระพุทธศาสนา
แม้ชาวพุทธจะมีความสำนึกว่า สัมมาสัมพุทธเจ้าได้มีมาแล้วมากมายในอดีต และจะมีอีกมากมายต่อไปในอนาคต แต่อย่างไรก็ตาม คำสอนของอดีตพระพุทธเจ้าไม่เหลือหลักฐานไว้ให้ศึกษาได้อีกแล้ว |
|
|