|
|
ทรงแสดงวิธีทำปุพพเปตพลี
พระเจ้าพิมพิสาร ทรงทำปุพพเปตพลี คือ การทำบุญอุทิศบรรพบุรุษ ภายหลังจากพระองค์ทรงนับถือพระพุทธศาสนาแล้ว |
|
|
|
คัมภีร์ของพระพุทธศาสนา
เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จปรินิพพานได้ 3 เดือน สาวกผู้ได้เคยสดับฟังคำสั่งสอนของพระองค์จำนวน 500 รูป ก็ประชุมทำสังคายนากัน ณ ถ้ำสัตบรรณคูหา ใกล้เมืองราชคฤห์ แคว้นมคธ สอบปากคำกันอยู่ 7 เดือน |
|
|
|
|
|
พระนามของพระพุทธเจ้า
พระพุทธเจ้าในที่นี้หมายถึงพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราทั้งหลายหรือพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันนั้นเอง มีคำเรียกกล่าวนามพระพุทธเจ้าของเรามากมาย ซึ่งพอจะนำมาประมวลไว้ได้ ดังต่อไปนี้ |
|
|
|
พระพุทธศาสนา
พระพุทธศาสนา เป็น ศาสนาแห่งความรู้ เพราะเกิดจากพระปัญญาตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นพระบรมศาสดาองค์สำคัญยิ่งพระองค์หนึ่งของโลก พระพุทธเจ้านั้นเป็นพระโอรสของพระเจ้าสุทโธทนะ |
|
|
|
ทรงพระดำริหาคนผู้สมควรรับเทศนา
ครั้นพระองค์ทรงตัดสินพระหฤทัย เพื่อจะแสดงพระธรรมเทศนาอย่างนั้นแล้ว ครั้งแรก ทรงคิดถึงอาฬารดาบสและอุทกดาบส ซึ่งเป็นผู้ฉลาด |
|
|
|
ทรงมอบให้สงฆ์เป็นใหญ่ในกิจ
วันหนึ่ง พระศาสดาประทับอยู่ที่วิหารเชตวัน อารามของอนาถปิณฑิกเศรษฐี เมืองสาวัตถี แคว้นโกศล มีพราหมณ์ชราคนหนึ่งศรัทธามาขอบวช จึงทรงมอบให้พระสารีบุตรบวชให้ โดยทำพิธีเป็นการสงฆ์ |
|
|
|
ปลงอายุสังขาร
เมื่อพระศาสดาตรัสรู้แล้ว และได้เสด็จพระพุทธดำเนินสัญจรสั่งสอนเวไนยสัตว์ในคาม นิคม ชนบท ราชธานี มีเมืองราชคฤห์ แคว้นมคธ เป็นต้น จนประดิษฐานพระพุทธศาสนามี ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก และอุบาสิกา ซึ่งเรียกว่า บริษัท ๔ |
|
|
|
สังคายนาครั้งที่ ๒
เมื่อพระศาสดาปรินิพพานได้ ๑๐๐ ปี ภิกษุวัชชีบุตร ชาวเมืองเวสาลี แสดงวัตถุ ๑๐ ประการ อันผิดพระธรรมวินัย |
|
|
|
ประสูติได้ ๗ วัน พระมารดาสิ้นพระชนม์
ฝ่ายพระนางเจ้ามายาผู้เป็นพระมารดา พอประสูติพระโอรสได้ ๗ วัน ก็สิ้นพระชนม์ พระเจ้าสุทโธทนะจึงทรงมอบพระราชโอรสนั้นแก่พระนางปชาบดีโคตมี พระมาตุจฉาเลี้ยงต่อมา
|
|
|
|
|
|
ก่อนพระพุทธเจ้าเสด็จอุบัติ ทรงเลือก ๕ อย่าง
ในกาลนั้น พระบรมโพธิสัตว์เจ้า บังเกิดเป็นสันตุสิตเทวราชเสวยทิพยสมบัติอยู่ในรัตนวิมานสวรรค์ ชั้นดุสิตเทวโลก ครั้งนั้นท้าวมหาพรหม และเทวราชในสวรรค์ทั้ง ๖ ชั้นฟ้า ชวนกันไปเผ้ากราบทูลอาราธนาพระบรมโพธิสัตว์เจ้า |
|