|
ตำแหน่งโฆษณา
|
|
|
 |
|
|
หมวด »
พระพุทธเจ้า »
พระพุทธเจ้า
|
แจกพระบรมสารีริกธาตุ
 
|
ธรรมะ, นิทานชาดก, นิทานธรรมะ, สมาธิ, กรรมฐาน, เกจิอาจารย์, พระไตรปิฎก พระพุทธเจ้า, พระสาวก, พระเครื่อง, ฟังเพลงธรรมะ, แนะนำสถานที่ปฏิบัติธรรม ข่าวธรรมะ
แจกพระบรมสารีริกธาตุ พระบรมสารีริกธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มี ๓ ขนาด ขนาดใหญ่เท่ากับเมล็ดถั่วเขียวแตก (ครึ่ง) ขนาดกลางเท่ากับเมล็ดข้าวสารแตก ขนาดเล็กเท่ากับเมล็ดผักกาด ขนาดใหญ่ ๕ ทะนาน ขนาดกลาง ๕ ทะนาน ขนาดเล็ก ๖ ทะนาน โทณพราหมณ์ ได้แบ่งให้กษัตริย์และพราหมณ์ที่มาขอท่านละ ๒ ทะนาน เอาไปประดิษฐานในสถูป ณ เมืองของตน ๘ แห่ง คือ ๑. พระนครราชคฤห์ ๒. พระนครเวสาลี ๓. พระนครกบิลพัสดุ์ ๔. อัลลกัปปนคร ๕. รามคาม ๖. นครเวฏฐทีปกะ ๗. นครปาวา ๘. นครกุสินารา ฝ่ายโทณพราหมณ์ก็ได้เชิญตุมพะ คือ ทะนานตวงพระธาตุไปก่อพระสถูปบรรจุไว้ มีชื่อว่า ตุมพสถูป กษัตริย์เมืองปิปผลิวัน เชิญพระอังคาร คือ เถ้าถ่านที่ถวายพระเพลิงไปทำพระสถูปบรรจุไว้ มีชื่อว่า พระอังคารสถูป จึงรวมพระสถูปเจดีย์สถานเมื่อปฐมกาล ๑๐ แห่งด้วยประการฉะนี้
ที่มา แม่กองธรรมสนามหลวง |
|
|
เขียนเมื่อ : 18 ต.ค. 2553,13:22
เข้าชม : 753 ครั้ง
|
|
 |
พระพุทธเจ้า » พระพุทธเจ้าอื่นๆที่น่าสนใจ |
 |
|
|
|
|
|
ทรงตัดสินพระทัยแสดงธรรม
จากร่มไม้ราชายตนะนั้น เสด็จกลับไปประทับ ณ ร่มไม้อชปาลนิโครธอีก ทรงพิจารณาถึงธรรมที่ทรงตรัสรู้ว่า เป็นคุณอันลึกซึ้ง ยากที่ผู้ยินดีในกามคุณจะตรัสรู้ตามได้ จึงไม่คิดจะทรงสั่งสอนใคร แต่ในที่สุดทรงคิดว่ามนุษย์ ก็เหมือนดอกบัว ๓ ชนิด คือ บางชนิดยังจ |
|
|
|
สหายพระยสะ ๕๔ คนบวช
ฝ่ายสหายของพระยสะ ๔ คน ชื่อ วิมละ ๑ สุพาหุ ๑ ปุณณชิ ๑ ควัมปติ ๑ เป็นบุตรเศรษฐีในเมืองพาราณสีได้ทราบข่าวว่า ยสกุลบุตรออกบวชแล้ว คิดว่า ธรรมวินัยนั้นคงเป็นสิ่งอันประเสริฐ |
|
|
|
ทรงโปรดชฏิล ๓ พี่น้อง
ส่วนพระพุทธองค์เสด็จไปยังตำบลอุรุเวลา ซึ่งเป็นที่อยู่แห่งชฏิล ๓ พี่น้อง คือ อุรุเวลกัสสปะ นทีกัสสปะ และคยากัสสปะ ทรงชี้แจงให้อุรุเวลกัสสปะเห็นว่าลัทธิของเขาไม่มีแก่นสาร |
|
|
|
ลักษณะคำสอนของพระพุทธศาสนา
ลักษณะเด่นของพระพุทธศาสนา คือ เป็นศาสนาแห่งการวิเคราะห์ กล่าวคือ เชี่ยวชาญในการวิเคราะห์ทั้งความเป็นจริงและข้อธรรมได้ดีเยี่ยมเป็นพิเศษ เช่น วิเคราะห์จิตได้ละเอียดลอออย่างน่าอัศจรรย์ใจ |
|
|
|
|
บ่อเกิดของพระพุทธศาสนา
แม้ชาวพุทธจะมีความสำนึกว่า สัมมาสัมพุทธเจ้าได้มีมาแล้วมากมายในอดีต และจะมีอีกมากมายต่อไปในอนาคต แต่อย่างไรก็ตาม คำสอนของอดีตพระพุทธเจ้าไม่เหลือหลักฐานไว้ให้ศึกษาได้อีกแล้ว |
|
|
|
ทรงได้พระอัครสาวก
วันหนึ่ง พระอัสสชิหนึ่งในปัญจวัคคีย์ เข้าไปบิณฑบาตในเมืองราชคฤห์ สารีบุตรปริพพาชกเห็นท่านมีกิริยาอาการที่น่าเลื่อมใส จึงติดตามไป ครั้นเห็นท่านกลับจากบิณฑบาต |
|
|
|
เสด็จออกบรรพชา
สิทธัตถกุมาร เสด็จอยู่ครองฆราวาสสมบัติ ตราบเท่าพระชนมายุ ๒๙ พรรษา มีพระโอรสประสูติแต่พระนางยโสธราพระองค์หนึ่ง ทรงพระนามว่า ราหุลกุมาร
|
|
|
|
ปรินิพพาน
หลังจากตรัสปัจฉิมโอวาทแล้ว พระองค์ไม่ได้ตรัสอะไรอีกเลย ทรงทำปรินิพพานบริกรรม (เตรียมปรินิพพาน) |
|
|
|
ทรงปรารภสักการบูชา
สมัยนั้น เทวดาทั้งหลายได้บูชาสักการะพระศาสดา ด้วยเครื่องบูชา มีดอกไม้ ของหอม ดนตรีทิพย์ สังคีตทิพย์ เป็นต้น |
|
|
|
โปรดสุภัททปริพาชก
สมัยนั้น ปริพาชกผู้หนึ่งชื่อ สุภัททะ อาศัยอยู่ ณ เมืองกุสินารา มีความสงสัยมานานว่า ครูทั้ง ๖ คือ ปูรณกัสสป มักขลิโคศาล อชิตเกสกัมพล ปกุทธกัจจายนะ สัญชยเวลัฎฐบุตร นิครนถนาฏบุตร ซึ่งคนเป็นอันมากสมมติกันว่าเป็นผู้ประเสริฐ ทั้ง ๖ ท่านได |
|
|
|
 |
|
 |
|
|