|
ตำแหน่งโฆษณา
|
|
|
 |
|
|
หมวด »
ภาพธรรมะ »
รูปต้นไม้ในประพุทธศาสนา
|
กัลปพฤกษ์ ต้นไม้สารพัดนึก
 
|
|
ธรรมะ, นิทานชาดก, นิทานธรรมะ, สมาธิ, กรรมฐาน, เกจิอาจารย์, พระไตรปิฎก พระพุทธเจ้า, พระสาวก, พระเครื่อง, ฟังเพลงธรรมะ, แนะนำสถานที่ปฏิบัติธรรม ข่าวธรรมะ
จากข้อมูลในพจนานุกรมศัพท์ศิลปกรรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน ได้พูดถึงเรื่อง ‘กัลปพฤกษ์’ ไว้ว่า “ตามคติโบราณเชื่อกันว่า ต้นกัลปพฤกษ์มีอยู่ในแดนสวรรค์ หากผู้ใดปรารถนาสิ่งใด ก็อาจจะไปนึกเอาจากต้นไม้นี้ได้
ดังนั้น สมัยโบราณจึงได้มีการทำรูปแบบจำลองต้นกัลปพฤกษ์ต้นไม้สารพัดนึกขึ้น โดยเกี่ยวเนื่องกับงานที่เป็นพิธีหลวง บางโอกาสเพื่อใช้เป็นที่ติดเงินปลีกสำหรับทิ้งทานให้แก่คนยากจน ตัวอย่างเช่น งานพระราชทานเพลิงพระศพหรือศพ เช่น การพระราชทานเพลิงศพท้าวสมศักดิ์ ที่วัดสุวรรณาราม ในรัชกาลที่ 1 มีหมายรับสั่งว่า
“อนึ่ง ให้สมุห์บัญชีจัตุสดมภ์เบิกไม้ไปทำโรงโขนโรงหุ่น แล้วให้จัดแจงต้นกัลปพฤกษ์ไม้เสียบลูกกัลปพฤกษ์ แลกระไดขึ้นต้นกัลปพฤกษ์ให้พร้อม” กับ “ให้เกณฑ์ผลมะกรูด ผลมะนาว ขุนหมื่นเข้าส้มทิ้งทาน ตำรวจรักษาต้นกัลปพฤกษ์วันละ 2 ต้น”
ทั้งนี้ โครงพุ่มของต้นกัลปพฤกษ์ โดยทั่วไปมักทำเป็นโครงไม้ผูกเป็นพุ่มทรงข้าวบิณฑ์ แต่ละชั้นจะติดลูกมะนาว มะกรูด ซึ่งเจาะให้เป็นรูใส่เงินปลีกไว้ข้างใน ใต้พุ่มทำยกพื้นขึ้นเสมอระดับตา ใช้เป็นที่ยืนทิ้งทาน
เมื่อถึงเวลาทิ้งทาน พนักงานซึ่ง “นุ่งสมปักลายเสื้อครุย สวมลอมพอก” จะพาดกระไดขึ้นไปยืนอยู่บนยกพื้นใต้พุ่มต้นกัลปพฤกษ์ แล้วดึงลูกส้ม มะนาว มะกรูด ที่เสียบปลายไม้ที่เหลาเรียวยาวคล้ายคันเบ็ด วัดเหวี่ยงให้ลูกส้มปลิวไปตกห่างๆ ต้นกัลปพฤกษ์ คนที่รออยู่ข้างล่างก็จะกลุ้มรุมเข้าชิงลูกส้มกันอย่างสนุกสนาน กัลปพฤกษ์หรือต้นไม้สารพัดนึกจำลองนี้ จัดเป็นสิ่งปลูกสร้างประกอบด้วยศิลปลักษณะประเภทหนึ่ง เป็นประเพณีนิยมที่มีแต่โบราณ แล้วค่อยเสื่อมความนิยมลงในตอนปลายรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว”

ต่อมาในระยะหลังๆ ก็ยังจัดทำต้นกัลปพฤกษ์จำลองขึ้นอีก ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับงานศพแล้ว แต่จะเป็นงานเทศกาลรื่นเริง เช่น ปีใหม่ ก็จะนำสลากของขวัญไปติดไว้ที่ต้นกัลปพฤกษ์ ให้ผู้ร่วมงานได้สอยกัลปพฤกษ์รับของขวัญกันเป็นที่สนุกสนาน
สำหรับปัจจุบัน ต้นไม้ที่เรียกกันว่า กัลปพฤกษ์ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cassia bakeriana Craib อยู่ในวงศ์ Leguminosae มีชื่อพื้นเมืองที่เรียกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่นของไทย คือ กัลปพฤกษ์ (ภาคกลาง, ภาคเหนือ), กานล์ (เขมร-สุรินทร์), ชัยพฤกษ์ (ภาคเหนือ) เป็นต้น
เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง ผลัดใบ สูงราว 12-15 เมตร เรือนยอดแผ่กว้าง เปลือกสีเทา ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก ปลายคู่เรียงสลับมีขนนุ่มปกคลุมทั้งสองด้าน และจะทิ้งใบหมดยาม
ออกดอกระหว่างเดือนมกราคม-เมษายน เป็นไม้ขนาดเล็กที่มีดอกดกมาก ออกเป็นพวงห้อยลง หรือเป็นช่อตั้งขึ้นตามกิ่งหรือซอกใบ ดอกมี 5 กลีบมีเกสรตัวผู้สีเหลืองอยู่ตรงกลาง ออกดอกสะพรั่งทั่วทุกกิ่งก้าน แลดูสวยงามไปทั้งต้น มีกลิ่นหอม ยามแรกบานเป็นสีชมพูอ่อนสดใสและค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีขาว ไปเรื่อยๆ จนใกล้ร่วงโรย
ส่วนผลเป็นฝักกลม สีน้ำตาลดำ ยาวประมาณ 20-30 ซม. ภายในมีเมล็ดแบนๆ กลมรีสีน้ำตาลเป็นมันเรียงตัวอยู่ราว 30-40 เมล็ด
เนื่องจากกัลปพฤกษ์มีดอกดกสวยงาม จึงมักปลูกเป็นไม้ประดับตามอาคารบ้านเรือน และถนนหนทางต่างๆ แต่ประโยชน์ทางด้านพืชสมุนไพรก็มีเช่นกัน โดยเฉพาะเนื้อในฝัก ใช้เป็นยาระบายอ่อนๆ, เมล็ด ใช้บำรุงธาตุ แก้ไข้จับสั่น หืด ริดสีดวง แน่นหน้าอก ขับลม โลหิตพิการ ถ่ายพยาธิ และแก้ปวดแสบปวดร้อนตามผิวหนัง และร่างกาย เป็นต้น
ปัจจุบัน ต้นกัลปพฤกษ์เป็นพันธุ์ไม้พระราชทานประจำจังหวัดขอนแก่น

|
|
|
เขียนเมื่อ : 27 ต.ค. 2553,22:04
เข้าชม : 2223 ครั้ง
|
|
 |
ภาพธรรมะ » รูปต้นไม้ในประพุทธศาสนาอื่นๆที่น่าสนใจ |
 |
|
|
|
ต้นอ้อยช้างใหญ่ (ต้นมหาโสณกะ)
พระพุทธเจ้า 3 พระองค์ คือ พระพุทธเจ้าองค์ที่ 11 พระนามว่า พระปทุมพุทธเจ้า ทรงบำเพ็ญเพียรอยู่ 8 เดือนเต็ม, พระพุทธเจ้าองค์ที่ 12 พระนามว่า พระนารทพุทธเจ้า ทรงบำเพ็ญเพียรอยู่ 7 วัน และ พระพุทธเจ้าองค์ที่ 24 พระนามว่า พระเวสสภูพุทธเจ้า ทรงบำเพ็ญเพียรอยู่ 6 เ |
|
|
|
มะม่วงไม่รู้หาว มะนาวไม่รู้โห่ คือ หนามแดง
ย้อนอดีตไปเมื่อหลายสิบปีก่อน ละครแนวจักรๆ วงศ์ๆ เรื่อง ‘นางสิบสอง’ และ ‘พระรถ-เมรี’ ที่ฉายให้ดูกันทางโทรทัศน์บ้านเรา นับเป็นละครยอดฮิตของผู้ชมทุกวัยตั้งแต่ลูกเด็กเล็กแดงจนถึงปู่ย่าตายาย |
|
|
|
ต้นมะขามป้อม (ต้นอามัณฑะ)
ต้นมะขามป้อม มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า “Phyllanthus emblica Linn.” อยู่ในวงศ์ “Euphorbiaceae” ในภาษาบาลีเรียกว่า “ต้นอามัณฑะ” หรือ “ต้นอามลกะ” มีถิ่นกำเนิดอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ชาวฮินดูเรียกกันว่า “อะมะลา (AMLA)” แต่บ้านเรารู้จักกันทั่วไปในชื่อ “มะขา |
|
|
|
ต้นกรรณิการ์ (ต้นกณิการระ)
ต้นกรรณิการ์ ในภาษาบาลีเรียกว่า “ต้นกณิการระ” หรือ “ต้นกัณณิการะ” ในบ้านเราเป็นพันธุ์ไม้ที่รู้จักกันดีนั้น มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Nyctanthes arbortristis (Linn.) อยู่ในวงศ์ Verbenaceae ซึ่งเอกสารเกี่ยวกับพรรณไม้หลายแห่งระบุว่า เป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก สูงประม |
|
|
|
ต้นซึก (ต้นสิรีสะ)
ต้นซึก มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า “Albizia lebbeck (L.) Benth.” อยู่ในวงศ์ “Leguminosae” ในภาษาบาลีเรียกว่า “ต้นสิรีสะ” ชาวอินเดียเรียกต้นซึก ว่า “สิริสะ (Siris หรือ Sirisha)” ส่วนบ้านเรามีชื่อพื้นเมืองที่เรียกกันมากมาย ได้แก่ พฤกษ์, มะรุมป่า, ถ่อนนา, ก้านฮุ |
|
|
|
เกด ต้นไม้สุดท้ายแห่งการเสวยวิมุตติสุข
“ต้นเกด” หรือ “ราชายตนะ” มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Manilkarahexandra (Roxb.) Dubard อยู่ในวงศ์ Sapotaceae มีถิ่นกำเนิดในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูงราว 12-25 เมตร เรือนยอดเป็นพุ่ม ลำต้นเปลาตรง เปลือกสีเทา เมื่อแก่จะแตกเป็นสะเก |
|
|
|
ต้นเลียบ (ต้นปิปผลิ)
ในพระไตรปิฎกเล่มที่ 33 พระสุตตันตปิฎก เล่ม 25 ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ ทีปังกรพุทธวงศ์ กล่าวไว้ว่า พระพุทธเจ้าองค์ที่ 4 พระนามว่า พระทีปังกรพุทธเจ้า ผู้ทรงรู้แจ้งโลกในกาลทั้งปวง ทรงบำเพ็ญเพียรอยู่ 10 เดือนเต็ม จึงได้ประทับตรัสรู้ ณ ควงไม้เลียบ |
|
|
|
กิน ‘สมอ’ ดีเสมอ
ผลสมอหรือลูกสมอ เคยเป็นผลไม้ที่เด็กๆ ในครั้งอดีตชอบรับประทาน โดยเฉพาะสมอแช่อิ่มที่มีรสชาติหวานหอม เด็กๆ จะอมเหมือนอมท็อฟฟี่ อมจนความหวานเจือจางแล้วจึงค่อยเคี้ยวเนื้อที่สุดแสนจะอร่อย แต่น่าเสียดายที่เด็กสมัยนี้ไม่ค่อยรู้จักสมอ หรือมีโอกาสได้ลองลิ้มชิมรสสมอ |
|
|
|
ดอกสวยสมชื่อ เล็บมือนาง
“เล็บมือนาง” มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า “Quisqualis Indica Linn.” อยู่ในวงศ์ Combretaceae มีชื่อเรียกอื่นๆ ที่เรียกแตกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่นของไทย เช่น เล็บนาง, มะจีมั่ง, จ้ามัง, จะมั่ง, วะดอนิ่ง, ไท้หม่อง เป็นต้น เล็บมือนางมีถิ่นกำเนิดในทวีปเอเซียเขตร้อน |
|
|
|
บุนนาค สวยทั้งใบ หอมชื่นใจทั้งดอก
“ต้นบุนนาค” หรือ “ต้นนาค” มีชื่อพื้นเมืองที่เรียกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่นของไทย คือ นาคบุตร, ปะนาคอ, สารภีดอย, ก๊าก่อ, ก้ำก่อ เป็นต้น มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า “Mesua ferrea Linn.” อยู่ในวงศ์ Guttiferae |
|
|
|
ตาล ที่มาของตาลปัตร
ตาล เป็นไม้ยืนต้นในตระกูลปาล์ม มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Borassus flabellifer Linn. อยู่ในวงศ์ Palamae มีชื่อเรียกอื่นๆ เช่น ตาลโตนด, ตาลใหญ่, ตาลนา เป็นต้น |
|
|
|
ต้นรกฟ้าขาว (ต้นอัชชุนะ)
“ต้นรกฟ้าขาว” มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า “Terminalia alata Heyne ex Roth.” วงศ์ Combretaceaee ในภาษาบาลีเรียกว่า “ต้นอัชชุนะ” มีชื่อพื้นเมืองที่เรียกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่นของไทย คือ กอง, คลี้, จะลีก, ชะลีก, เชือก, เซียก, ฮกฟ้า เป็นต้น
|
|
|
|
 |
|
 |
|
|