|
ตำแหน่งโฆษณา
|
|
|
 |
|
|
หมวด »
ภาพธรรมะ »
รูปต้นไม้ในประพุทธศาสนา
|
บุนนาค สวยทั้งใบ หอมชื่นใจทั้งดอก
 
|
|
ธรรมะ, นิทานชาดก, นิทานธรรมะ, สมาธิ, กรรมฐาน, เกจิอาจารย์, พระไตรปิฎก พระพุทธเจ้า, พระสาวก, พระเครื่อง, ฟังเพลงธรรมะ, แนะนำสถานที่ปฏิบัติธรรม ข่าวธรรมะ
“ต้นบุนนาค” หรือ “ต้นนาค” มีชื่อพื้นเมืองที่เรียกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่นของไทย คือ นาคบุตร, ปะนาคอ, สารภีดอย, ก๊าก่อ, ก้ำก่อ เป็นต้น มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า “Mesua ferrea Linn.” อยู่ในวงศ์ Guttiferae
ต้นบุนนาค หรือต้นนาค เป็นไม้ยืนต้น ไม่ผลัดใบ สูงประมาณ 15-25 เมตร ลำต้นเปลาตรง เปลือกเรียบสีน้ำตาลปนเทา เรือนยอดเป็นพุ่มทึบ ใบเป็นใบเดี่ยว รูปหอกหรือรูปขอบขนาน ออกตรงข้ามกัน ปลายใบแหลม โคนใบมน เนื้อใบเหนียวและค่อนข้างแข็งเป็นมัน
ยามเมื่อผลิใบอ่อนจะเป็นสีชมพูสดใสสวยงาม เมื่อใบแก่จะมีสีเขียวเข้ม ดอกเป็นดอกเดี่ยว ออกเป็นกลุ่มตามซอกใบ ดอกใหญ่สีขาว มี 4 กลีบกลีบดอกหนา มีกลิ่นหอมมาก กลางดอกมีเกสร ตัวผู้สีเหลืองสดจำนวนมาก ส่วนเกสรตัวเมียจะมีสีขาว ช่วงเวลาออกดอกราวเดือนมีนาคม-กรกฎาคม ส่วนผลเป็นรูปไข่ ปลายผลแหลม เปลือกหนาแข็ง ภายในมีเมล็ด สีดำแข็ง ราว 1-4 เมล็ด
นอกจากจะมีกลิ่นหอมมากแล้ว บุนนาคยังมีสรรพคุณ ด้านพืชสมุนไพรมากมาย กล่าวคือ ใบใช้แก้เสมหะและพอกสมานแผลสด, ดอกใช้ปรุงเป็นยาบำรุงโลหิต บำรุงธาตุ บำรุงหัวใจ แก้อาการร้อนอ่อนเพลีย ขับเสมหะ ขับลม แก้กระหายน้ำ ระงับกลิ่นตัว, ผลมีฤทธิ์ช่วยขับเหงื่อ และฝาดสมาน, เมล็ดแก้โรคปวดตามข้อ รักษาโรคผิวหนัง, รากใช้เป็นยาขับลมในลำไส้
สำหรับประโยชน์ด้านอื่นๆ ก็มีมากเช่นเดียวกันคือ ลำต้นใช้ทำไม้หมอนรางรถไฟ งานก่อสร้าง ต่อเรือ และเครื่องเรือนต่างๆ เปลือกลำต้นบดเป็นผงใช้แต่งกลิ่นธูป หอมน้ำที่กลั่นได้จากดอกใช้แต่งกลิ่นสบู่ และน้ำมันจากเมล็ดใช้จุดตะเกียง และทำเครื่องสำอาง

ในพระไตรปิฎก ฉบับธรรมทาน หัวข้อ ‘ปุนนาคปุปผิยเถราปทาน’ ได้กล่าวถึง ผลแห่งการถวาย ‘ดอกบุนนาค’ บูชาของพระปุนนาคปุปผิยเถระ ไว้ว่า
“เราเป็นพรานเข้าไป (หยั่งลง) ยังป่าใหญ่ เราได้พบต้นบุนนาคมีดอกบาน จึงระลึกถึงพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด ได้เลือกเก็บดอกบุนนาคนั้น เอาแต่ที่มีกลิ่นหอมสวยงาม แล้วก่อสถูปบนเนินทรายบูชาแด่พระพุทธเจ้าในกัลปที่ 92 แต่กัลปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้ใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา ในกัลปที่ 91 แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิพระองค์หนึ่งทรงพระนามว่า ตโมนุทะ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว 7 ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือปฏิสัมภิทา 4 วิโมกข์ 8 และอภิญญา 6 เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้”
และในหัวข้อ ‘คิริปุนนาคิยเถราปทาน’ ได้กล่าวถึง ผลแห่งการถวาย ‘ดอกบุนนาค’ บูชาของพระคิริปุนนาคิยเถระ ไว้ว่า
“ครั้งนั้น พระสัมพุทธเจ้าพระนามว่าโสภิตะ ประทับอยู่ที่ภูเขาจิตตกูฏ เราได้ถือเอาดอกบุนนาคเข้ามาบูชาพระสยัมภูในกัลปที่ 94 แต่กัลปนี้เราได้บูชาพระสัมพุทธเจ้า ด้วยการบูชานั้นเราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้”
การเป็นมงคล คนไทยโบราณเชื่อว่า บ้านใดปลูกต้นบุนนาคไว้ประจำบ้านจะทำให้เป็นผู้มีความประเสริฐและมีบุญ เพราะบุนนาคคือผู้มีบุญผู้ประเสริฐ และยังเชื่ออีกว่ายังสามารถป้องกันภัยอันตรายจากภายนอกได้อีกด้วย เพราะใบของบุนนาคสามารถรักษาพิษสัตว์ต่างๆ ได้ เช่น พิษงู นอกจากนี้แล้ว นาคยังหมายถึงพญานาค ซึ่งเป็นพญาสัตว์ชนิดหนึ่งในสมัยพุทธกาล ที่มีแสนยานุภาพในอันที่จะปกป้องและคุ้มครองพิษภัยได้
ปัจจุบัน บุนนาคเป็นพันธุ์ไม้มงคลพระราชทานประจำจังหวัดพิจิตร

|
|
|
เขียนเมื่อ : 27 ต.ค. 2553,22:06
เข้าชม : 1051 ครั้ง
|
|
 |
ภาพธรรมะ » รูปต้นไม้ในประพุทธศาสนาอื่นๆที่น่าสนใจ |
 |
|
|
|
ต้นมะเดื่อ (ต้นอุทุมพร)
มะเดื่อ มีถิ่นกำเนิดในประเทศศรีลังกา จีนตอนใต้ เอเชียใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สายพันธุ์มะเดื่อที่มีอยู่ในโลก ซึ่งทางพฤกษศาสตร์ได้มีการรวบรวมไว้นั้นมีประมาณ 600 สายพันธุ์ แต่สายพันธุ์ที่บ้านเรารู้จักกันดี คือ มะเดื่อชุมพร มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า “Ficus r |
|
|
|
บัว
ดอกบัวสัญลักษณ์แห่งความรู้สึก สงบ.. เย็น..
ดอกบัวเป็นสัญลักษณ์แห่งความงดงาม ที่คอยแต่งแต้มให้โลกใบนี้มีสีสัน
ดอกบัวสัญลักษณ์แห่งความงดงามล้ำค่ายิ่ง แม้จะไม่ฉูดฉาด สะดุดตา
ความงามของดอกบัวดูเพียงเผินๆสามารถมองหาความงามได้โดยง่ายดาย
ดอกบัว คือ ดอกไม้ |
|
|
|
ดอกเข้าพรรษา งามสง่าในลีลา ‘หงส์เหิน’
ดอกไม้ที่ชาวอำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี นำมาใช้ตักบาตรในประเพณีนี้ จึงเรียกขานกันว่า ‘ดอกเข้าพรรษา’ หรือ ‘ดอกหงส์เหิน’ เพราะลักษณะของดอกและเกสรประดุจดังตัวหงส์ ที่กำลังเหินบินด้วยท่วงท่าลีลาอันสง่างามนั่นเอง |
|
|
|
ต้นมะพลับ (ต้นพิมพชาละ)
ต้นมะพลับ ในภาษาบาลีเรียกว่า “ต้นพิมพชาละ” หรือ “ต้นพิมพละ” อยู่ในวงศ์ Ebenaceae ซึ่งทางพฤกษศาสตร์ได้มีการรวบรวมไว้นั้นมีหลายสายพันธุ์ แต่สายพันธุ์ที่บ้านเรารู้จักกันดี |
|
|
|
|
|
น้ำเต้า ไม้เถาในพระสุบิน “พระเจ้าปเสนทิโกศล”
น้ำเต้า มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า “Lagenaria siceraria Standl.” อยู่ในวงศ์ Cucurbitaceae เป็นไม้เถาล้มลุกขนาดใหญ่ ลำต้นเป็นเหลี่ยม เมื่อเถาอ่อนจะมีสีเขียวอมเหลือง และเมื่อเถาแก่จะมีสีเทา ใบเป็นใบเดี่ยวรูปหัวใจกว้าง 10-25 เซนติเมตร ออกเรียงสลับ ขอบใบหยัก ดอกเป็ |
|
|
|
ต้นไทรหรือกร่าง (ต้นนิโครธ)
“ต้นนิโครธ” เป็นชื่อภาษาบาลีของต้นไทรหรือต้นกร่างชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นพันธุ์ไม้ที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า “Ficus benghalensis Linn.” อยู่ในวงศ์ Moraceae รู้จักกันดีในภาษาสันสกฤตว่า “บันยัน” (banyan) และในภาษาฮินดูว่า “บาร์คาด” (bargad) ตามพระพุทธประวัติกล่าว |
|
|
|
กำยาน “ความหอมอมตะ”
คำว่า ‘กำยาน’ มาจากภาษามลายูว่า ‘Kamyan’ มีชื่อพื้นเมืองที่เรียกกันต่างไปในแต่ละท้องถิ่นของไทย เช่น สะด่าน, สาดสมิง, เขว้ เป็นต้น |
|
|
|
ต้นกุ่ม (ต้นกักกุธะ)
ในพระไตรปิฎกเล่มที่ 33 พระสุตตันตปิฎก เล่ม 25 ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ อโนมทัสสีพุทธวงศ์, สิขีพุทธวงศ์ และปิยทัสสีพุทธวงศ์ กล่าวไว้ว่า
พระพุทธเจ้า 3 พระองค์ คือ พระพุทธเจ้าองค์ที่ 10 พระนามว่า พระอโนมทัสสีพุทธเจ้า ทรงบำเพ็ญเพียรอยู่ 10 เดือนเต็ม, พระพุทธเจ |
|
|
|
คัดเค้า บานทั้งเช้า บานทั้งเย็น
คัดเค้า มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Oxyceros horridus Lour. หรือชื่อเดิม Randia siamensis Craib อยู่ในวงศ์ Rubiaceae มีชื่อเรียกอื่นๆ ตามท้องถิ่น เช่น คัดเค้าเครือ, คัดเค้าหนาม, หนามเล็บแมว, เค็ดเค้า, พญาเท้าเอว เป็นต้น คัดเค้าเป็นไม้พุ่มรอเลื้อย ลำต้นซึ่งเป็นเถ |
|
|
|
ดอกสาละ
ดอกไม้ในพระพุทธศาสนา ถวายเป็นพุทธบูชา |
|
|
|
ต้นแคฝอย (ต้นปาตลี)
ในคัมภีร์ทางพุทธศาสนา ตำราชินกาลมาลีปกรณ์ กล่าวไว้ว่า พระพุทธเจ้าองค์ที่ 3 พระนามว่า “พระสรณังกรพุทธเจ้า” และในพระไตรปิฎกเล่มที่ 33 พระสุตตันตปิฎก เล่ม 25 ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ วิปัสสีพุทธวงศ์ กล่าวไว้ว่า พระพุทธเจ้าองค์ที่ 22 พระนามว่า “พระวิปัสสีพุทธเจ้า” |
|
|
|
 |
|
 |
|
|