พระครูวิสุทธิกาญจนคุณ (ปริญญา ญาณวิสุทฺโธ) เจ้าอาวาส
พระครูวิสุทธิกาญจนคุณ (เจ้าอาวาส) 081-736-2303 พระอดุลย์ อตุโล (กองเลขานุการ) 086-165-0092, 086-337-1931 วัดมโนธรรมาราม (วัดนางโน) ได้รับแต่งตั้งให้เป็นสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดกาญจนบุรี แห่งที่ 4 ตามมติที่ประชุมมหาเถรสมาคม และเป็นวัดพัฒนาตัวอย่างของกรมการศาสนา ประจำปี พ.ศ.2537 วัดตั้งอยู่ห่างจากศาลากลางจังหวัดประมาณ 17 กิโลเมตร ทางวัดมีการจัดโครงการประชุมปฏิบัติธรรมบวชเนกขัมมะถือธุดงควัตร, โครงการอบรมปฏิบัติธรรมสำหรับข้าราชการและสาธุชนทั่วไป และโครงการปฏิบัติธรรมในงานประจำปีของวัด ฯลฯ เป็นประจำอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี
ประวัติวัดมโนธรรมาราม (วัดนางโน) เป็นวัดเก่าแก่สร้างมาแล้วหลายร้อยปี แต่หลักฐานการก่อสร้างไม่ปรากฏชัดว่าสร้างมาตั้งแต่ พ.ศ. ใด หากมีศิลปกรรมภายในวัดคือพระปรางค์ สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น วัดนางโนมีเนื้อที่ประมาณ 30 ไร่ ด้านฝั่งตะวันตกของวัดติดลำน้ำแม่กลอง ต.ม่วงชุม อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี สันนิษฐานกันว่าเดิมทีวัดนี้มีความเจริญรุ่งเรืองมาก่อน แต่ครั้งเกิดสงครามไทยกับพม่า ชาวบ้านจึงอพยพหลบหนีไปที่อื่น วัดจึงตกอยู่ในสภาพเป็นวัดร้างเช่นเดียวกับอีกหลายๆ วัดในเขตเมืองกาญจนบุรี
ครั้นสงครามสงบลง ชาวบ้านจึงได้กลับถิ่นฐานเดิมและบูรณะซ่อมแซมวัด แล้วจึงนิมนต์พระภิกษุให้มาจำพรรษา ในครั้งนั้นมีผู้หญิงท่านหนึ่งชื่อ
“โน” เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการบูรณปฏิสังขรณ์วัด เมื่อทุกอย่างสำเร็จลงแล้ว ชาวบ้านจึงได้เรียกวัดนี้ว่า
“วัดนางโน” เรื่อยมาจนกระทั่งได้ชื่อเป็นทางการว่า
“วัดมโนธรรมาราม” เมื่อวันที่ 27 กันยายน พ.ศ.2502
วัดแห่งนี้เป็นแหล่งรวมสิ่งศักดิ์สิทธิ์ 9 อย่างในที่เดียวกัน ดังคำขวัญ “ชมวังมัจจฉา แม่ย่านางโน หลวงพ่อสมเด็จโต พระนอนโบราณ มนัสการหลวงพ่อแบนยึดแน่นวิปัสสนา ขอพรเมตตาพระแม่กวนอิม ได้บุญเต็มอิ่มพระสังกัจจายน์ สัพเคราะห์สูญหายพระพรหมประกาศิต ร่ำรวยในชีวิตขอพรแม่พระธรณี ล้มละลายเรื่องที่ขอพรพระประธาน”
ปูชนียวัตถุและโบราณวัตถุที่สำคัญที่ยังมีปรากฏอยู่ในปัจจุบัน มีดังนี้
1. พระพุทธไสยาสน์ (พระนอน)
2. พระปรางค์
3. พระพุทธรูปศิลาแลง
4. พระอุโบสถหลังเก่า

จากหนังสือวรรณคดีไทยเรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนกำเนิดกุมารทอง บุตรนางบัวคลี่ ตอนที่ว่า
“อุ้มเอาทารกยกจากท้อง กุมารทองมาเถิดไปกับพ่อ
หยิบเอาย่ามใหญ่ใส่สวมคอ เอาผ้าห่อลูกชายสะพายไป
เปิดประตูจู่ออกมานอกบ้าน รีบเดินผ่านป่าตัดเข้าวัดใต้
ปิดประตูวิหารลั่นดาลใน ลิ่มกลอนซ่อนใส่ไว้ตรึกตรา”
หนังสือสมุดราชบุรีของสยามรัฐพิพิธภัณฑ์ พุทธศักราช 2468 กล่าวไว้ในตำนานเรื่องเมืองกาญจนบุรี เกี่ยวกับการการปกครองท้องที่ในระเบียบใหม่เมื่อ ร.ศ.114 ถึง ร.ศ.116 ได้แบ่งอาณาเขตเมืองกาญจนบุรีไว้เป็น 3 อำเภอ คือ (1) อำเภอเมืองกาญจน์ (2) อำเภอใต้ (3) อำเภอเหนือ
- อำเภอใต้ที่ว่านี้ ที่ว่าการอำเภอตั้งอยู่ที่ท่าไม้รวก ตำบลม่วงชุม ริมแม่น้ำแม่กลอง
- ร.ศ.120 ย้ายที่ว่าการอำเภอไปอยู่ที่ตำบลท่าม่วงฝั่งซ้ายริมแม่น้ำแม่กลอง เปลี่ยนชื่อเป็นตำบลวังขนาย
- พ.ศ.2490 ที่ว่าการอำเภอย้ายไปตั้งที่ริมถนนแสงชูโต ในเขตตำบลท่าม่วง เปลี่ยนชื่อเป็นอำเภอท่าม่วง จนถึงปัจจุบันนี้
ดังนั้นจึงสันนิษฐานว่า วัดใต้ ที่กล่าวในวรรณคดีไทยเรื่องขุนช้างขุนแผน ก็คือ วัดนางโน นั่นเอง
กฎเกณฑ์สำหรับผู้เข้ามาพำนักปฏิบัติธรรม ณ สำนักปฏิบัติธรรมวัดมโนธรรมาราม (วัดนางโน) ๑. เมื่อเข้ามาอยู่ภายในวัด ต้องปฏิบัติตามกิจวัตรและกฎเกณฑ์ของสำนัก
๒. ทางสำนักรับเฉพาะผู้ที่เชื่อฟังและให้ความเคารพในคณะสงฆ์ โดยมีครูอาจารย์เป็นประธาน
๓. ทางสำนักรับเฉพาะผู้ที่ต้องการฝึกฝนตนเองเพื่อความพ้นทุกข์
ตามแนวทางของสำนักด้วยความสอดคล้องในพระธรรมวินัยของพระพุทธเจ้า
๔. ทางสำนักไม่ต้องการรับบุคคลที่ดีแล้วเก่งแล้ว ไม่ยอมรับกฎเกณฑ์คำสั่งสอน
ขอนิมนต์หรือเรียนเชิญไปโปรดสัตวของท่านด้วยความสวัสดีเถิด
๕. ทางสำนักไม่รับผู้ที่แทรกแซงหน้าที่ผู้อื่น หรือกระทำปฏิกิริยาใดๆ
ที่แทรกแซงหรือทำลายผู้อื่นด้วยกายและวาจา
๖. ทางสำนักไม่รับผู้ที่ปฏิบัติอาการใดๆ ที่เป็นการลบหลู่ในพระรัตนตรัยและกฎเกณฑ์ของสำนัก
๗. ถ้าคณะสงฆ์มิได้แต่งตั้งให้ท่านทำหน้าที่เป็นครูอาจารย์ของสำนัก
ขอให้ท่านจงเก็บความรู้ของท่านเอาไว้ที่ท่านไม่ต้องแสดงแทรกแซงหน้าที่ของครูอาจารย์
๘. จะต้องทราบว่าวัดมโนธรรมาราม (วัดนางโน) แห่งนี้ เป็นสถานลานปฏิบัติธรรม
ไม่ใช่สถานที่เลี้ยงสุกรและงูเหลือม พร้อมทั้งไม่ใช่สถานที่พักตากอากาศ
เพราะฉะนั้นกลางวันไม่ใช่เวลานอน ๓ ทุ่ม ถึง ๔ ทุ่ม จึงเป็นเวลาพักผ่อนสำหรับเรา
๙. ห้ามกระทำการใดๆ ที่เป็นไปซึ่งความแตกแยกความสามัคคีของหมู่คณะ
๑๐. ถ้าหากไม่ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์
ครั้งที่ ๑ ให้พระเจ้าหน้าที่หัวหน้าแม่ชีตักเตือน
ครั้งที่ ๒ ให้ลงโทษโดยอยู่ในขอบเขตพระธรรมวินัย
ครั้งที่ ๓ ให้นิมนต์หรือเรียนเชิญออกจากพื้นที่การปฏิบัติธรรมของสำนัก
๑๑. ถ้าหากมีความจำเป็นที่ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ไม่ได้ในวาระใด
ให้แจ้งเหตุผลต่อพระเจ้าหน้าที่หัวหน้าแม่ชีทุกครั้ง
๑๒. กฎเกณฑ์ทุกข้อเป็นหน้าที่ของทุกท่านที่ต้องปฏิบัติตาม
ยกเว้นเฉพาะบุคคลที่คณะสงฆ์พิจารณาแล้วสั่งยกไว้
สภาพโดยทั่วไป : วัดตั้งอยู่ห่างจากเขื่อนวชิราลงกรณ์ (เขื่อนแม่กลอง) ประมาณ 3 กิโลเมตร อยู่บริเวณริมแม่น้ำ เป็นวัดเก่าแก่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น ทางวัดรับบวชพรามหณ์ทั้งชายและหญิง การปฏิบัติธรรมในวัดไม่เคร่งเครียดมากนัก เหมาะสำหรับการบวชแก้บน หรือบวชหาความสงบในระยะสั้นๆ (อยู่ระยะยาวต้องคุยกับเจ้าอาวาส) สำหรับชุดขาวต้องนำมาเอง หรือซื้อได้จากร้านค้าสหกรณ์ของทางวัด สามารถบริจาคเงินช่วยทางวัดได้ตามความเหมาะสมของแต่ละท่าน
กิจวัตรประจำวัน : ๐๔:๐๐ น. ฝึกกรรมฐานนั่งสมาธิ และทำวัตรเช้า
๐๘:๐๐ น. รับประทานอาหารเช้า
๑๑:๐๐ น. รับประทานอาหารเพล
๑๘:๐๐ น. ฝึกกรรมฐานนั่งสมาธิ และทำวัตรเย็น
ในวันพระจะต่างไปเล็กน้อย - รับประทานอาหารเช้าเวลาประมาณ ๐๖:๓๐ น.
- ร่วมทำบุญและฟังธรรมประมาณ ๐๙:๐๐ น. (ผู้ที่บวชพราหมณ์จะรับพัตรเตรียมไว้สำหรับเพล)
การติดต่อขอเข้าบวชพราหมณ์ : ติดต่อที่วิหารหลวงปู่แบน (ถ่ายสำเนาบัตรประชาชนหรือบัตรข้าราชการมาด้วย) ทำพิธีบวชและลาศีลที่กุฎิเจ้าอาวาสทุกวัน ห้ามนำโทรศัพท์มือถือติดตัวมา (หรือปิดโทรศัพท์)
การเดินทาง : - โดยรถโดยสารประจำทาง รถโดยสารประจำทางผ่านทางเข้าอย่างน้อย 2 สาย คือ สายกรุงเทพฯ<->กาญจนบุรี และสายราชบุรี<->กาญจนบุรี ลงรถที่หน้าทางเข้าเขื่อนแม่กลอง (หอนาฬิกา) ที่ท่าม่วง แล้วนั่งเมล์เครื่อง (มอร์เตอร์ไซต์รับจ้าง) เข้าไป
- โดยรถยนต์ส่วนตัว เข้าทางเขื่อนแม่กลอง เลยเขื่อนแล้วตรงไป จะมีป้ายบอกทางเป็นระยะๆ
พระแม่ธรณี ณ วัดมโนธรรมาราม (วัดนางโน)