User :
Password :
สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน

ข่าวธรรมะ

ประวัติพระเกจิอาจารย์

ท่องเที่ยวทำบุญไหว้พระ

สถานที่ปฏิบัติธรรม

ดูดวง

ตำแหน่งโฆษณา
หมวด » ธรรมะน่ารู้ » ธรรมะน่ารู้

 

Step Up 3

Step Up 3

  

เหตุของแต่ละคนสร้างมาแตกต่างกันไป แนวทางการปฏิบัติของแต่ละคนจึงแตกต่างกันไปตามเหตุของแต่ละคน เนื่องจากความไม่รู้ยังมีอยู่ จึงมีการแบ่งแยกแนวทางปฏิบัติว่าอันนี้ดี อันนี้ไม่ดี แต่โดยสภาวะตามความเป็นจริง ไม่มีอะไรดีหรือไม่ดี มีแต่การให้ค่าตามอุปทานที่ยังยึดมั่นถือมั่นในรู้ของแต่ละคนที่คิดว่าตัวเองนั้นเอง มันมีอยู่นั่นเอง นี่แหละเหตุ ตราบใดที่ยังมีเหตุ ผลก็ย่อมมีเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ตามเหตุปัจจัยของแต่ละคน

ได้ดูหนังเรื่อง Step Up 3 เป็นหนังอีกหนึ่งเรื่องที่รู้สึกชื่นชอบเป็นพิเศษ ชื่นชอบในการแสดงของแต่ละคน ชื่นชอบในการได้แสดงออกของแต่ละคน ได้ติดตามดูมาตั้งแต่เวอร์ชั่นที่ 1 จนมาถึงเวอร์ชั่นนี้ ดูแล้วได้แง่คิดมากมาย เมื่อก่อนดูแล้วเห็นแต่ความสนุก ความเบิกบานของแต่ละตัวละคร ตอนนี้ดูแล้วเห็นเรื่องการปฏิบัติ

การเต้น หากไม่มีสติ สัมปชัญญะ ไม่มีสมาธิ การเต้นแบบนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย โดยเฉพาะการอยู่ร่วมกัน การเต้นร่วมกับคนอื่นๆที่ประสานท่วงท่า ท่วงทำนองไปด้วยกัน ใจประสานใจ

นี่เป็นอีกหนึ่งเหตุของการเจริญสติ ทำให้มีความรู้สึกตัวทั่วพร้อมได้ในระดับหนึ่ง แต่ไม่อาจจะคาดเดาได้เลยว่า ผลของการเจริญสติของแต่ละคนนั้นได้ผลแค่ไหน ตัวเขาเท่านั้นที่จะรู้ได้ด้วยตัวเอง

ทุกๆคนจะสามารถรู้ผลของการเจริญสติได้ด้วยตัวเอง ว่าปฏิบัติแล้วได้ผลมากน้อยแค่ไหน อันดับแรก ต้องยอมรับตามความเป็นจริงในสิ่งที่ตัวเองนั้นเป็นอยู่และมีอยู่จริง คือ กิเลสในใจที่มีอยู่และที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนั้นๆ

ตัววัดผลหรือตัวสอบอารมณ์คือ สิ่งที่เกิดขึ้นหรือตัวมากระทบนั่นเอง สภาวะนี้แหละคือคำตอบที่ถูกต้องและเป็นตัววัดผลของจิตแต่ละคน เหตุของใคร ผลของคนนั้น เพียงแต่จะยอมรับได้ไหมเท่านั้นเอง

หากยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้นได้ สภาวะย่อมจบลงได้ไว เมื่อไม่มีการต่อยอด คือ ไม่มีการตอบโต้ใดๆ มีแต่การยอมรับ เหตุใหม่ย่อมไม่มีเกิดขึ้น เมื่อเหตุเก่าหมดลงไป เหตุใหม่ไม่สร้างขึ้นมาอีก ผลที่จะเกิดขึ้นใหม่ย่อมไม่มี เมื่อไม่มีผล เหตุที่จะเกิดขึ้นใหม่ย่อมไม่มี ภพชาติจึงสั้นลงไปเรื่อยๆเพราะเหตุดังนี้นี่เอง

เมื่อผู้ใดเข้าใจในเรื่องราวของสภาวะได้ ย่อมเข้าใจในเรื่องเหล่านี้ เราจึงไม่มีมาว่ากัน มีแต่จะยอมรับซึ่งกันและกัน ใครจะเป็นอะไรยังไงนั่นคือเหตุของเขา
ผลที่ได้รับของเขานั้น จึงแสดงเหตุออกมาให้เห็นเป็นแบบนั้น เราจึงไม่ควรไปว่ากัน ว่ากันมากเท่าไหร่ ติติงผู้อื่นมากเท่าไหร่ ผลที่ได้รับยิ่งส่งให้กลายเป็นเหตุใหม่ให้เกิดมากขึ้นเรื่อยๆแก่คนๆนั้น

นี่แหละความไม่รู้ จึงก่อเหตุลงไปด้วยความไม่รู้ เมื่อรู้แล้ว จะไม่มีการมาว่ากันเลย มีแต่จะเป็นเพื่อนพึ่งพา เป็นกัลยาณมิตรซึ่งกันและกัน เมื่อเข้าใจ เมื่อรู้ในตัวเองได้ ย่อมเข้าใจและรู้ในตัวผู้อื่นเช่นกัน เพราะเขา,เรานั้น ไม่มีความแตกต่างกันเลย แม้แต่สักนิดเดียว

เหตุที่ทำให้ทุกคนแตกต่างกันไป เพราะกิเลสในใจของแต่ละคนนั่นเองที่เป็นเหตุให้ทุกคนแตกต่างกันไป สภาวะของแทุกๆคนเหมือนกันหมด ไม่มีแตกต่างกันเลย มันมีแต่กิเลส

ไม่ว่าจะทำก่อนหรือทำที่หลังก็ตาม สภาวะของทุกๆคนเสมอกัน เพียงแต่ ใครจะมีสติ สัมปชัญญะ รู้อยู่กับปัจจุบันได้ทันเท่านั้นเอง เราจึงต้องมาฝึกเจริญสติเพราะเหตุนี้ เพื่อมีสติ สัมปชัญญะเป็นที่พึ่งพา เพื่อควบคุมจิตได้ในระดับหนึ่ง แต่ไม่สามารถไปบังคับจิตให้เป็นไปดั่งใจที่ต้องการได้

มีกำลังของสติ สัมปชัญญะมากแค่ไหน ย่อมมีขอบเขตการควบคุมได้แค่นั้นเอง แค่ตามกำลังที่มีอยู่ จึงจำเป็นต้องมีกำลังเสริมมาช่วย หรือตัวช่วยพิเศษ คือ สมาธิ หากกำลังของ สติ สัมปชัญญะอ่อนตัวลง กิเลสย่อมเกิดขึ้นในจิตได้อย่างง่ายดาย

แต่หากมีกำลังของสมาธิหล่อเลี้ยงอยู่ จะเปรียบเสมือนมีกำแพงแก้วอีกหนึ่งชั้น ที่คอยควบคุมจิตอีกชั้นหนึ่ง เป็นเหตุให้ กิเลสไม่สามารถเข้ามาแทรกแซงในจิตได้ในระดับหนึ่ง สภาวะของแต่ละคนจึงแปรเปลี่ยนตลอดเวลา เพราะกิเลสไร้รูปแบบตายตัวแน่นอน มีตั้งแต่หยาบๆ จนกระทั่งละเอียดสุดๆ ยากที่จะคาดเดาได้

เขียนเมื่อ : 01 ก.ค. 2558,15:24   เข้าชม : 569 ครั้ง

ธรรมะน่ารู้ » ธรรมะน่ารู้อื่นๆที่น่าสนใจ
อดีตชาติ นางจิญจมานวิกา
หรือ ท้าวเทวทัตกลับมาเกิดอีกหน เป็นเวรกรรมไม่รู้จบ สองคนนี้เคยเป็นสามีภรรยากันในสมัยก่อนพุทธกาลคือในชาติสุดท้ายของพระพุทธเจ้าช่วงที่ท่านจุติเป็นพระเวทสันดร
โครงการบันทึก ๒ แผ่นดิน คณลดา รุธิลกนก
อย่าตกเป็นเหยื่อ
อย่าตกเป็นเหยื่อ...!! สุข...เกิดจากความลุ่มหลงทางเนื้อหนังหรือวัตถุนั้น....... หาใช่ความสุขเย็นไม่...ที่แท้เป็นแต่ความสุกไหม้...เป็นมายา เพราะเผาลนเจ้าของ...ยิ่งปรารถนาให้ประณีตลึกซึ้งสูงสุด กันมากยิ่งขึ้นเพียงใด...ก็ยิ่งทำให้เกิดการตกเป็นทาสของ
ถ้ามนุษย์ไม่มีธรรมะ
ถ้ามนุษย์ไม่มีธรรมะ
สงครามตัวตน
ทำชั่ว..ไม่มีวันหนีพ้น..
เบญจธรรม
ปัญจธรรม หรือ ธรรมห้า หมายถึง ข้อ พึงปฏิบัติ ห้า ประการ ตาม คำสอนใน พุทธศาสนา ซึ่งถือว่า เป็น สิ่งที่ดีงาม เป็น เหตุให้ผู้ปฏิบัติ เจริญก้าวหน้า ปลอดเวร ปลอดภัย เพิ่มพูน ความดี แก่ผู้ทำ
เจตนา กรรมมี...เจตนาไม่มี กรรมไม่มา
สิ่งใดที่เคยทำผิดพลาดไปแล้ว
สิ่งใดที่เคยทำผิดพลาดไปแล้ว พระพุทธเจ้าทรงบอกว่า ให้ลืมเสียทุกอย่าง ไม่ตามนึกถึงมัน มุ่งหน้าเฉพาะความดี ที่ให้ภาวนา พุทโธ ธัมโม สังโฆ นี้ให้นึกถึงความดีอย่างเดียว
ปล่อยสัตว์อย่างไรให้ได้บุญ ..ว.วชิรเมธี
การทำบุญปล่อยชีวิตสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์เล็กสัตว์ใหญ่ เราจะต้องทำด้วยจิตมุ่งเป็นกุศลจริง ๆหมายความว่าเราอยากจะช่วยเหลือเกื้อกูลสัตว์จริง ๆ แต่ ว่าถ้าเราเอาสัตว์มาปล่อย แล้วเราก็อธิษฐานว่า สาธุ ขอให้การปล่อยนี้นะทำให้ฉันอายุยืนหน่อยเถอะ ขอให้ถูกเลข
ศีลของพระสงฆ์ที่ชาวบ้านควรรู้
ในคำสอนของพระพุทธศาสนา ศีลเป็นระบบการควบคุมชีวิตด้านนอกเกี่ยวด้วยการแสดงออกทางกาย วาจา
ชีวิตเสรี-จิตอิสระจึงไร้ทุกข์
คนเราทุกข์ใจ เพราะไปยอมรับในสิ่งที่ต้องแก้ไข และไปแก้ไข ในสิ่งที่ต้องยอมรับ ทุกคนต้องมีสิ่งที่บกพร่องไม่ประการใดก็ประการหนึ่งไม่ว่าจะเป็นข้อบกพร่องของความคิด การกระทำ คำพูด
แสดงความคิดเห็น เรื่อง : Step Up 3

 

คำค้น
16 พ.ค.2531 2553___สำหรับคนเกิดปี_จอ 2553___สำหรับคนเกิดปี_วอก 2554___สำหรับคนเกิดปี_วอก 2555___สำหรับคนเกิดปี_วอก กลอนธรรมะ กลอนธรรมะเกี่ยวกับพระคุณแม่ การ์ตูนพุทธสุภาษิต คนไม่มีเวลา จ่อยนายแน่มาก ถ้ำจักรพรรดิ์ ธรรมะ นิทานพระมหากัสสปะ นิยายรักอมตะครั้งพุทธกาล พระปิดตาหลวงปู่ พระปิดตาหลวงปู่โต๊ะ พระมหาโฆคคัลลานเถระ พระสมเด็จ วัดระลวงพ่อโต พระอรหันต์16พระองค์ พระอาจารย์ตี๋เล็ก_เขาสุนะโม มะแม รูปป่า ลัทธิไสยศาสตร์ วันอังคาร หลวงปู่ศรี ถาวโร หลวงปู่ศรี_ถาวโร หลวงปู่เณรคำ อิติปิโส 2554

ธรรมะ  
 
Copyright 2010, All Rights Reserved. สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
ติดต่อเรา e-mail dhammavarietyแอดhotmailดอทco.th