User :
Password :
สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน

ข่าวธรรมะ

ประวัติพระเกจิอาจารย์

ท่องเที่ยวทำบุญไหว้พระ

สถานที่ปฏิบัติธรรม

ดูดวง

ตำแหน่งโฆษณา
หมวด » นิทานธรรมะ » นิทานชาดก

 

พระเตมีย์อธิษฐานจิตตั้งปณิธาน

พระเตมีย์อธิษฐานจิตตั้งปณิธาน
 
         ภายหลังจากนั้น พระเจ้ากาสิกราชดำริว่าพระโอรสควรจะได้กุมาร  ๕๐๐มาเป็นบริวารจะได้เบิกบานใจ จึงรับสั่งให้นำกุมารเหล่านั้นมาเลี้ยงในราชสำนักของพระเตมีย์กุมาร กุมารทั้งหลายต่างร้องดื่มนมกระจองอแง แต่พระเตมีย์กุมารกลับนิ่งเฉยไม่ทรงกันแสง  เพราะถูกสะกดด้วยภาพนรกอันน่าหวาดกลัว  ทรงครุ่นคิดว่า  "จากวันนี้เป็นต้นไป แม้เลือดเนื้อจะเหือดแห้งไป แม้ร่างกายจะแตกดับ เราจะไม่ทำลายปณิธาน" 
 
เหล่านางนมเห็นผิดปกติจึงกราบทูลให้พระนางจันทาเทวีทราบ  พระนางกราบทูลแด่พระราชา พระราชารับสั่งให้เรียกประชุมเหล่าพราหมณ์ ตรัสถามถึงความผิดปกติของพระโอรส พราหมณ์กราบทูลพระราชาให้นางนมถวายนมพระกุมารช้ากว่าปกติ เมื่อทำเช่นนี้ก็จะทำให้พระกุมารทรงกันแสงขอดื่มนมเอง   
 
นางนมทั้งหลายก็ปฏิบัติตาม ได้ถวายน้ำนมแด่พระเตมิยกุมารช้ากว่าปกติ  บางครั้งถวายนมช้ากว่ามื้อหนึ่ง  บางครั้งไม่ถวายตลอดทั้งวัน แม้พระเตมิยกุมารจะหิวแสนหิวพระวรกายจะเหี่ยวแห้งไป  ก็ไม่ทรงกันแสงร้องขอเสวยนม 
 
พระมารดาเห็นพระโอรสอดนมนานขนาดนั้นก็สงสาร ทรงร้อนพระทัยจึงให้เสวยน้ำนมจากพระถันของตนเอง  ทารกคนอื่นเมื่อได้ดื่มนมช้ากว่าเวลาบ้าง ไม่ได้นอนตามเวลาบ้างต่างก็ร้องไห้ระงมไปทั่ว แต่พระเตมิยกุมารไม่ทรงกันแสง ไม่ทรงคร่ำครวญ ไม่คู้พระหัตถ์และพระบาท  ไม่ส่งเสียงใดๆ 
 
นางนมทั้งหลายวิเคราะห์กันว่า  มือและเท้าของคนง่อยเปลี้ยก็ตาม ปลายคางของคนใบ้ก็ตาม ช่องหูของคนหูหนวกก็ตามไม่น่าจะเป็นอย่างนี้ จะต้องมีสาเหตุอะไรสักอย่างทำให้พระกุมารกลายเป็นเช่นนี้    จึงคิดกันว่าจะทดลองพระกุมารเรื่องน้ำนมก่อน แล้วไม่ถวายน้ำนมพระกุมารตลอดทั้งวัน แม้ร่างกายพระเตมีย์จะเหี่ยวแห้งก็ไม่ทรงกันแสงร้องขอเสวยนม แม้นางนมจะทดลองไม่ถวายน้ำนมตลอดทั้งวันอย่างนี้เป็นเวลาปีหนึ่ง  ก็ไม่เห็นพิรุณของพระกุมารแต่อย่างใด
 
 
 
พระเตมีย์ถูกทดลอง
 
เมื่อพระเตมีย์อายุได้ ๑ ชันษา อำมาตย์ทั้งหลายกราบทูลพระราชาว่า "ธรรมดาทารกที่มีอายุขวบหนึ่งชอบขนม และของเคี้ยว     พวกข้าพระองค์จะทดลองพระกุมารด้วยนมและของเคี้ยว" จึงทดลองนำเด็กทั้ง  ๕๐๐  คนซึ่งเป็นบริบารมานั่งห้อมล้อมพระราชกุมาร   ให้นำขนมและของเคี้ยวชนิดต่างๆ ไปวางไว้ใกล้ๆ พระเตมิยกุมาร  ปล่อยให้เด็กทั้ง ๕๐๐ คนยื้อแย่งกันกินขนมตามชอบใจ  ส่วนอำมาตย์ทั้งหลายพากันยืนแอบดูอยู่  เด็กคนอื่นๆ ทั้งทะเลาะทั้งยื้อแย่งกันกินขนม 
 
ส่วนพระเตมีย์ แม้จะหิวแสนหิวก็ทรงอดกลั้นบอกตัวเองว่า    "เตมิยะ  ถ้าอยากไปนรก ก็จงกินขนมและของเคี้ยวนั้น" เพราะกลัวภัยในนรกซึ่งปรากฏอยู่ในห้วงสำนึก จึงไม่ทอดพระเนตรดูขนมและของเคี้ยวเลย   แม้พระเตมิยกุมารถูกทดลองด้วยขนมและของเคี้ยวอยู่เช่นนี้เป็นเวลานานแรมปี  ก็ไม่เห็นพิรุธพระเตมีย์แต่อย่างใด
 
เมื่อพระเตมีย์อายุได้ ๒ ชันษา อำมาตย์ทั้งหลายกราบทูลพระราชาว่า "ทารกอายุ ๒ ขวบชอบผลไม้ต่างๆ   พวกข้าพระองค์จะทดลองพระกุมารด้วยผลไม้" จึงนำผลไม้ชนิดต่างๆ ไปวางไว้ใกล้ๆ  พระเตมีย์ซึ่งห้อมล้อมด้วยบริวารทั้ง ๕๐๐ คน  ปล่อยให้ยื้อแย่งกันกินผลไม้ตามชอบใจ  แล้วพากันยืนแอบดูอยู่  เด็กคนอื่นๆ ต่างต่อสู้ทุบตีกัน ยื้อแย่งผลไม้เคี้ยวกิน
 
พระเตมีย์บอกตัวเองว่า "เตมีย์  ถ้าอยากไปนรก ก็จงกินผลไม้ชนิดต่างๆนั้นเถิด" เพราะความกลัวต่อภัยในนรกคุกคาม   จึงไม่ทอดพระเนตรดูผลไม้ชนิดต่างๆ นั้นเลย   แม้พระกุมารถูกทดลองด้วยผลไม้อยู่เช่นนี้เป็นเวลานานแรมปี  ก็ไม่เห็นพิรุธพระเตมีย์แต่อย่างใด
 
เมื่อพระเตมีย์อายุได้ ๓ ชันษา อำมาตย์ทั้งหลายกราบทูลพระราชาว่า "ทารกอายุ ๓ ขวบชอบของเล่นต่างๆ   พวกข้าพระองค์จะทดลองพระกุมารด้วยของเล่น" จึงทดลองนำของเล่นชนิดต่างๆ  เช่น รูปช้างปั้น รูปม้าปั้น และรูปปั้นสัตว์ชนิดต่างๆ ไปวางไว้ใกล้ พระเตมิยกุมารซึ่งห้อมล้อมด้วยบริวารทั้ง ๕๐๐ คน   ปล่อยให้ยื้อแย่งกันตามชอบใจ บริวารคนอื่นๆ ต่างต่อสู้ทุบตีกัน  ยื้อแย่งของเล่นที่ตนชอบ ส่วนพระเตมิยกุมารทรงอดกลั้นไม่ทอดพระเนตรดูเลย แม้พระกุมารถูกทดลองอยู่เช่นนี้เป็นเวลานานแรมปี ก็จับพิรุธพระเตมีย์ไม่ได้
 
เมื่อพระเตมีย์อายุได้ ๔ ชันษา อำมาตย์ทั้งหลายกราบทูลพระราชาว่า "ทารกอายุ ๔ ขวบชอบโภชนาหารมีรสต่างๆ  พวกข้าพระองค์จะทดลองพระกุมารด้วยโภชนาหาร" จึงทดลองนำโภชนาหารชนิดต่างๆ มากมาย ไปวางไว้ใกล้ๆ พระเตมิยกุมารซึ่งห้อมล้อมด้วยบริวารทั้ง ๕๐๐ คน  ปล่อยให้ยื้อแย่งกินกันตามชอบใจ  บริวารคนอื่นๆ ต่างทำโภชนหารเป็นคำๆ กินกันอย่างเอร็ดอร่อย  ส่วนพระเตมิยกุมารทรงอดกลั้น หาได้ชายพระเนตรดูโภชนาหารเหล่านั้นไม่   พระองค์บอกตัวเองว่า "เตมีย์  ร่างกายของเจ้าที่ไม่ได้กินอาหารนับไม่ถ้วน" พระมารดาเห็นเช่นนั้นเหมือนพระทัยจะแตกสลายลงให้ได้ จึงให้พระโอรสเสวยโภชนาหารด้วยพระหัตถ์ของพระองค์เอง แม้พระกุมารถูกทดลองอยู่เช่นนี้เป็นเวลานานแรมปี  ก็จับพิรุธพระเตมีย์ไม่ได้
 
เมื่อพระเตมีย์อายุได้ ๕ ชันษา อำมาตย์ทั้งหลายกราบทูลพระราชาว่า "ทารกอายุ ๕ ขวบกลัวไฟ พวกข้าพระองค์จะทดลองพระกุมารด้วยไฟ" จึงทดลองด้วยการปลูกเรือนใหญ่ไว้ที่ท้องสนามหลวง  เรือนนั้นมุงด้วยใบตาล มีประตูเข้าออกหลายบาน ให้นำพระกุมารและบริวารเข้าไปอยู่ในเรือนนั้นแล้วจุดไฟเผา เมื่อเด็กทั้งหลายเห็นไฟลุกไหม้ต่างก็สะดุ้งกลัวร้องไห้เสียงดังลั่นวิ่งหนีออกมา ส่วนพระเตมีย์ทรงรำพึงว่า "ความร้อนแห่งเปลวเพลิงนี้   ยังประเสริฐกว่าความร้อนที่ถูกเผาไหม้ด้วยไฟในนรก" พระองค์มิได้หวั่นไหวต่อเปลวเพลิงที่กำลังปะทุไหม้นั้นเลย ครั้นเมื่อเพลิงลุกลามเข้ามาใกล้   อำมาตย์ทั้งหลายก็อุ้มพระกุมารออกไป   แม้จะทดลองอยู่เช่นนี้เป็นเวลานานแรมปี  ก็จับพิรุธพระเตมีย์ไม่ได้
 
  เมื่อพระเตมีย์อายุได้ ๖ ชันษา อำมาตย์ทั้งหลายกราบทูลพระราชาว่า "ทารกอายุ ๖ ขวบกลัวช้างตกมัน พวกข้าพระองค์จะทดลองพระกุมารด้วยช้างตกมัน"  จึงทดลองนำพระกุมารไปประทับนั่งที่ท้องสนามหลวง  แวดล้อมด้วยบริวาร ให้ปล่อยช้างเชือกหนึ่งซึ่งถูกฝึกหัดอย่างดีแล้วออกมา ช้างนั้นส่งเสียงร้องกึกก้องโกญจนาท เอางวงตีแผ่นดินฝุ่นตลบแสดงอาการดุร้ายร้องแปร๋แปร๋นมา เด็กทั้งหลายเห็นช้างตกมันแผดเสียงร้องทำกิริยาดุร้ายเช่นนั้น  ต่างก็ตกใจกลัวตายร้องไห้วิ่งหนีหัวซุกหัวซุนไปคนละทิศละทาง  
 
พระเตมีย์คิดว่า "เราตายเสียที่งาช้างตกมันที่ดุร้ายนี้ยังประเสริฐกว่าถูกเผาไหม้ในนรกอันร้ายกาจ" จึงสงบนิ่งมิได้หวั่นไหว ช้างที่ฝึกดีแล้วนั้นแล่นตรงเข้ามา เอางวงจับพระองค์เหมือนจับกำดอกไม้กวัดแกว่งไปมา  ทำให้พระกุมารได้รับลำบากยิ่งนัก  พวกราชบุรุษจึงเข้าไปรับพระกุมารมาจากช้าง พระราชาตรัสถามพวกราชบุรุษว่า "ขณะที่พวกท่านรับพระกุมารมา พระกุมารได้ขยับมือหรือเท้าบ้างหรือไม่"  ราชบุรุษทั้งหลายกราบทูลว่ามิได้แสดงอาการใดๆ เลย   แม้จะทดลองด้วยช้างตกมันเช่นนี้เป็นเวลานานาแรมปี  ก็จับพิรุธไม่ได้
 
เมื่อพระเตมีย์อายุได้ ๗ ชันษา อำมาตย์ทั้งหลายกราบทูลพระราชาว่า "ทารกอายุ ๗ ขวบกลัวงูพิษ พวกข้าพระองค์จะทดลองพระกุมารด้วยงู" จึงทดลองนำพระกุมารไปประทับนั่งที่ท้องสนามหลวงพร้อมทั้งบริวาร ปล่อยงูพิษที่ถอนเขี้ยวเย็บปากแล้วเข้าไปกลางที่กลุ่มทารกซึ่งนั่งห้อมล้อมพระเตมีย์อยู่   เด็กบริวารเห็นงูพิษต่างก็พากันร้องลั่นวิ่งหนีไปด้วยความตกใจกลัว  
 
พระเตมีย์พิจารณาภัยในนรกแล้วดำริว่า "ความพินาศไปในปากของงูพิษร้ายนี้   ยังดีกว่าพินาศไปในนรกอันร้ายกาจ"     งูพิษเลื้อยตรงเข้ารัดรอบพระวรกายแผ่พังพานเหนือพระเศียรพระกุมาร แม้เช่นนั้นพระเตมีย์ก็มิได้หวั่นไหว แม้จะทดลองด้วยงูพิษร้ายเป็นเวลานานแรมปีเช่นนี้  ก็จับพิรุธพระเตมีย์ไม่ได้
 
เมื่อพระเตมีย์อายุได้ ๘ ชันษา อำมาตย์ทั้งหลายกราบทูลพระราชาว่า "กุมารอายุ ๘ ขวบชอบฟ้อนรำขับร้อง พวกข้าพระองค์จะทดลองพระกุมารด้วยการฟ้อนรำขับร้อง" จึงทดลองนำพระกุมารไปประทับนั่งที่ท้องสนามหลวงพร้อมทั้งบริวาร แล้วจัดให้มีการแสดงมหรสพฟ้อนรำอย่างตระการตา เด็กบริวารคนอื่นๆ เห็นการแสดงมหรสพฟ้อนรำ ต่างก็แสดงอาการร่าเริงยินดีพากันหัวเราะเฮฮาสนุกสนาน
 
พระเตมีย์พิจารณาว่า "ในนรก ความรื่นเริงหรือความยินดี แม้ชั่วขณะหนึ่งก็ไม่มี" จึงนิ่งเฉยมิได้ทอดพระเนตรดูอะไรๆ เลย  แม้จะทดลองเช่นนี้เป็นเวลานานแรมปี   ก็จับพิรุธพระเตมีย์ไม่ได้
 
เมื่อพระเตมีย์อายุได้ ๙ ชันษา อำมาตย์ทั้งหลายกราบทูลพระราชาว่า "กุมารอายุ ๙ ขวบกลัวศัตราวุธ พวกข้าพระองค์จะทดลองพระกุมารด้วยศัตราวุธ" จึงทดลองนำพระกุมารไปประทับนั่งที่ท้องสนามหลวงพร้อมทั้งบริวาร ในขณะเด็กบริวารกำลังเล่นสนุกสนานกันอยู่   พลันชายคนหนึ่งก็ปรากฏกายขึ้น ถือดาบคมวาววับดังแก้วผลึกกวัดแกว่ง โลดเต้นเข้ามาตะโกนขู่ตวาดว่า   "ใครเป็นโอรสพระเจ้ากาสิกราช  คนกาลกิณี    เราจักตัดศีรษะเสียด้วยดาบเดี่ยวนี้"  แล้ววิ่งแหวกกลุ่มเด็กตรงเข้าไปยังพระกุมาร  บริวารเห็นดังนั้นต่างร้องลั่นวิ่งหนีไปคนละทิศละทาง 
 
พระเตมีย์ทรงรำพึงว่า "ให้เราพินาศย่อยยับเสียในคมดาบ ยังจะประเสริฐกว่าพินาศในอุสสุทนรก" ชายผู้นั้นเอาดาบจ่อลงที่พระศอตะโกนขู่ว่า "เราจะตัดศีรษะเดี่ยวนี้" แม้เช่นนี้ก็ไม่สามารถทำให้พระองค์สะดุ้งได้ พระเตมีย์ถูกทดลองเช่นนี้เป็นเวลานานแรมปีก็จับพิรุธไม่ได้
 
         เมื่อพระเตมีย์อายุได้ ๑๐ ชันษา อำมาตย์ทั้งหลายกราบทูลพระราชาว่า "กุมารอายุ ๑๐ ขวบกลัวเสียงดัง ควรจะใช้เสียงทดลองพระกุมารว่าหูหนวกหรือไม่"  จึงทดลองด้วยการให้คนเป่าสังข์นั่งอยู่ใต้ที่บรรทม ให้เอาม่านกั้นที่บรรทมเพื่อไม่ให้พระกุมารมองเห็น ทำช่องไว้ทั้งสี่ข้างสำหรับสังเกต  เมื่อนางนมนำพระกุมารไปบรรทมแล้ว พวกคนเป่าสังข์ก็เป่าขึ้นอย่างดังพร้อมกัน พวกอำมาตย์ที่แอบดูตามช่องม่าน  ก็ไม่เห็นพระองค์เผลอสติขยับพระหัตถ์  พระบาทหรืออวัยวะอื่นใด   พระเตมีย์ถูกทดลองเช่นนี้เป็นเวลานานแรมปี   ก็จับพิรุธไม่ได้
 
         เมื่อพระเตมีย์อายุได้ ๑๑ ชันษา อำมาตย์ทั้งหลายกราบทูลพระราชาว่า "กุมารอายุ ๑๑ ขวบกลัวเสียงกลอง ควรจะทดลองพระกุมารด้วยเสียงกลอง"  เมื่อล่วงไปหนึ่งปี  อำมาตย์ทั้งหลายก็จับพิรุธไม่ได้
 
         เมื่อพระเตมีย์มีพระชนม์ได้ ๑๒ ชันษา อำมาตย์ทั้งหลายกราบทูลพระราชาว่า "กุมารอายุ ๑๒ ขวบย่อมกลัวประทีป ควรจะทดลองพระกุมารด้วยประทีป" จึงทดลองให้พระกุมารบรรทมในที่มืด ในเวลากลางคืน คิดว่าพระกุมารจะขยับพระหัตถ์หรือพระบาทบ้าง จึงจุดประทีปดวงหนึ่ง  และดับอีกดวงหนึ่งสลับกันไป ครั้นปล่อยให้พระโพธิสัตว์บรรทมไปได้หน่อยหนึ่งในที่มืด ก็ยกแท่นบรรทมขึ้นไปใกล้หม้อประทีปน้ำมันอันลุกโชติช่วง จุดไฟให้สว่างพร้อมกันทีเดียว แล้วสังเกตดูอาการพระกุมาร แต่ก็มิได้เห็นการขยับพระหัตถ์หรือพระบาท แต่อย่างใด   เมื่อล่วงไปหนึ่งปี อำมาตย์ทั้งหลายก็จับพิรุธไม่ได้
 
เมื่อพระเตมีย์อายุได้ ๑๓ ชันษา อำมาตย์ทั้งหลายกราบทูลพระราชาว่า "กุมารอายุ ๑๓ ขวบเกลียดแมลงวัน ควรจะทดลองพระกุมารด้วยแมลงวัน" จึงเอาน้ำอ้อยทาทั่วร่างกายพระกุมาร แล้วให้บรรทมในที่มีแมลงวันชุกชุม ฝูงแมลงวันได้กลิ่นน้ำอ้อยก็ตอมกินน้ำอ้อยตามร่างกายพระกุมาร พระกุมารรู้สึกเจ็บแสบเหมือนถูกแทงด้วยเข็ม แต่ก็ทรงดำริว่า  "เราตายในปากแมลงวันทั้งหลาย ยังจะดีเสียกว่าตายในนรกอเวจี"  สู้อดกลั้นทุกขเวทนานิ่งเสียไม่หวั่นไหว  เมื่อล่วงไปหนึ่งปี  อำมาตย์ทั้งหลายก็จับพิรุธไม่ได้
 
เมื่อพระเตมีย์อายุได้ ๑๔ ชันษา อำมาตย์ทั้งหลายกราบทูลพระราชาว่า "เมื่อกุมารมีอายุ ๑๔ ปีก็นับได้ว่าเป็นหนุ่มแล้ว คนหนุ่มทั้งหลายรักสวยรักงาม รังเกียจสิ่งสกปรกโสโครก พวกข้าพระองค์จะทดลองพระกุมารด้วยสิ่งสกปรกโสโครก" ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา  จึงทดลองปล่อยพระกุมารไม่สรงน้ำ ไม่จัดที่ถ่ายอุจจาระปัสสาวะ ไม่นำเสด็จลุกออกจากที่บรรทม พระกุมารก็ถ่ายอุจจาระปัสสาวะบรรทมเกลือกกลั้วปฏิกูลอันเหม็นขื่นคาวและสกปรกอยู่ในที่บรรทมนั่นเอง หมู่แมลงวันบินตอมกันหึ่งอยู่รอบพระวรกาย
 
พระชนกพระชนนีประทับนั่งข้างๆ สุดแสนที่จะเวทนา ตรัสว่า "เตมีย์ ลูกเอ๋ย บัดนี้ลูกก็โตเป็นหนุ่มแล้ว ใครเขาจะประคับประคองลูกได้ตลอดไป  ลูกไม่ละอายหรอกหรือ  ลูกนอนอยู่ทำไม ลุกขึ้นอาบน้ำทำความสะอาดร่างกายเถอะลูก" แล้วตัดพ้อบริภาษโดยประการต่างๆ   
 
แม้พระโพธิสัตว์จมอยู่ในกองคูถซึ่งปฏิกูลน่าขยะแขยงเหม็นขื่นคาวเช่นนั้น  ก็ทรงวางใจเป็นกลาง  พิจารณากลิ่นเหม็นของคูถนรก     ซึ่งสามารถฟุ้งตลบขึ้นในใจของผู้ที่ยืนอยู่ในที่ไกลแสนไกลถึง ๑๐๐ โยชน์  ว่าเหม็นกว่าคูถนี้มากมายนักจึงนิ่งเสีย เมื่อล่วงไปหนึ่งปี   อำมาตย์ทั้งหลายก็จับพิรุธไม่ได้
 
เมื่อพระเตมีย์อายุได้ ๑๕ ชันษา อำมาตย์ทั้งหลายกราบทูลพระราชาว่า "เมื่อกุมารมีอายุ ๑๕ ปีกลัวความร้อน พวกข้าพระองค์จะทดลองพระกุมารด้วยถ่านเพลิง"   อำมาตย์ทั้งหลายคิดกันว่า พอพระกุมารถูกความร้อนแผดเผาได้รับความทุกขเวทนา เมื่ออดกลั้นไม่ได้    ก็จะขยับพระหัตถ์หรือพระบาทเอง จึงนำถาดใส่ถ่านเพลิงจนเต็มมาวางไว้ใต้พระแท่นบรรรทมของพระเตมีย์
 
เปลวไฟลุกโพลงร้อนแรงรอบพระวรกายพระเตมีย์ พระองค์บอกตัวเองว่า "เตมีย์  ความร้อนในนรกอเวจี ร้อนแรงแผ่ไปไพศาลไกลตั้ง ๑๐๐ โยชน์ สามารถทำลายดวงตาของผู้ที่ยืนดูอยู่ในรัศมี ๑๐๐โยชน์ได้ ความร้อนแห่งเพลิงนี้ยังน้อยกว่าความร้อนในนรกนั้นตั้งร้อยเท่าพันเท่า"   สู้อดกลั้นความร้อนนั้นไม่หวั่นไหว
 
พระชนกพระชนนีทอดพระเนตรเห็นพระกุมารได้รับความทุกข์ทรมารเช่นนั้น  พระหฤทัยแทบแตกสลาย   จึงแหวกฝูงชนเข้าไปนำพระกุมารออกมา แล้วตรัสวิงวอนว่า  "เตมีย์ ลูกเอ๋ย   พ่อกับแม่รู้ว่าลูกมิใช่คนง่อยเปลี้ยเสียขา    เพราะมือ  เท้า ปาก และช่องหูของคนพิการไม่ได้เป็นอย่างนี้  พ่อกับแม่ปรารถนาลูกจึงได้ลูกสมปรารถนา   ลูกอย่าทำให้พ่อกับแม่ฉิบหายเลย     จงปลดเปลื้องพ่อกับแม่จากข้อครหาของพระราชาทั่วชมพูทวีปเถิด" แม้พระชนกพระชนนีจะวิงวอนถึงอย่างนี้ เตมีย์ก็ยังบรรทมนิ่งเหมือนเหมือนไม่ได้ยินพระวาจานั้น  พระชนกพระชนนีทั้งสองต่างก็ทรงกันแสงเสด็จหลีกไป
 
บางคราวพระชนกเสด็จไปวิงวอนเพียงพระองค์เดียว บางคราวพระชนนีเสด็จเข้าไปวิงวอนพระองค์เดียว บางคราวก็เสด็จทั้งสองพระองค์  เมื่อล่วงไปหนึ่งปี ก็จับพิรุธไม่ได้

 ในกาลเมื่อพระเตมีย์อายุได้ ๑๖ พรรษา  เหล่าอำมาตย์และพราหมณ์ต่างเห็นพร้องกันว่า  แม้พระกุมารจะเป็นง่อยเปลี้ยก็ตาม  เป็นใบ้ก็ตาม  เป็นคนหนวกก็ตาม หรือไม่เป็นก็ตาม  บัดนี้วัยพระกุมารเปลี่ยนไปแล้ว  อารมณ์กำหนัดยินดีในกามย่อมมีเป็นธรรมดาของมนุษย์ เปรียบเหมือนบุปผาชาติ เมื่อถึงคราวบานก็ต้องแย้มบาน พวกเราจะให้นางสนมฟ้อนรำบำเรอพระกุมาร
 
พระเจ้ากาสิกราชรับสั่งให้เรียกสนมนักฟ้อนรุ่นดรุณ  สัดส่วน เรือนร่าง ทรวดทรงงดงามสมส่วนมาตรัสว่า  "หญิงใดสามารถทำให้พระกุมารร่าเริง    หรือผูกพันพระกุมารไว้ได้  เราจะอภิเษกหญิงนั้นให้เป็นอัครมเหสีของพระกุมาร"   
 
นางนมทั้งหลายสรงสนานพระกุมารด้วยน้ำหอม  ตกแต่งราวกับเทพบุตร  ให้บรรทมบนพระสิริไสยาสน์ที่ตกแต่งไว้ดีแล้ว  อบห้องให้มีกลิ่นหอม ประดับตกแต่งด้วยช่อดอกไม้และเครื่องอบต่างๆ แล้วออกไป   จากนั้น  หญิงเหล่านั้นได้พากันแวดล้อมพระเตมีย์    พยายามให้พระเตมีย์อภิรมย์ด้วยการฟ้อนรำบ้าง ด้วยการขับร้องอันไพเราะบ้าง พระโพธิสัตว์มิได้ทอดพระเนตรดูหญิงเหล่านั้นเลย ทรงอธิษฐานว่า   "หญิงเหล่านั้นอย่าได้ถูกต้องเนื้อตัวเราเลย"  แล้วทรงกลั้นลมหายใจเข้าออก  พระสรีระของพระองค์ก็กลับแข็งกระด้างทันที หญิงเหล่านั้นตกใจกลัวคิดว่า  พระกุมารไม่ใช่มนุษย์ พระกุมารเป็นยักษ์ร่างกายจึงแข็งกระด้าง  จึงพากันแตกตื่นหนีไป
 
พระราชาตรัสถามหญิงสาวทั้งหลายว่า ลูกเราหัวเราะกับพวกเธอบ้างหรือไม่ หญิงสาวทั้งหลายกราบทูลตามความเป็นจริง ทำให้พระราชาทรงท้อพระหฤทัยเป็นอย่างยิ่ง  เมื่อล่วงไปหนึ่งปี อำมาตย์ทั้งหลายก็จับพิรุธไม่ได้
 
แม้พระกุมารจะถูกอำมาตย์ พราหมณ์   และพระราชาทดลองอย่างหนักถึง ๑๖ ครั้ง   และด้วยการทดลองอย่างอื่นอีกมากครั้ง ตลอดระยะเวลา ๑๖ ปี  ก็ไม่อาจจับพิรุธพระเตมีย์ได้
 
เขียนเมื่อ : 09 มิ.ย. 2554,18:01   เข้าชม : 819 ครั้ง

นิทานธรรมะ » นิทานชาดกอื่นๆที่น่าสนใจ
ราชสีห์ตกหล่ม
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิดเป็นราชสีห์อาศัยอยู่ในถ้ำแห่งหนึ่งกับตัวเมียอีกตัวหนึ่ง วันหนึ่ง ราชสีห์นั้นออกหากินได้ขึ้นไปยืนอยู่บนยอดเขามองดูสัตว์น้อยใหญ่ที่มาหากินอยู่ข้างสระใหญ่ข้างล่าง
นิทาน ชาดก นกพิราบ กับ กาเจ้าเล่ห์
http://www.dmc.tv กโปตกชาดก สาเหตุที่ตรัสชาดก .....พระภิกษุรูปหนึ่งมีนิสัยโลเล ปฏิบัติธรรมไม่สม่ำเสมอ จึงไม่สามารถบรรลุธรรมใดๆ เพื่อนพระภิกษุจึงพามาเฝ้าพระสั...
ฤาษีกินเหี้ย
ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้า ประทับอยู่วัดเชตวัน เมืองสาวัตถี ทรงปรารภภิกษุผู้หลอกลวงรูปหนึ่ง ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธกว่า…
มหาวานิชชาดก พ่อค้าเกวียน
นิทานชาดก เนื้อเรื่องโดย อาจารย์นิลุบล ศิริวรวุฒิ.
นิทาน ชาดก พระมหาสีลวราช ตอนที่ 3
http://www.dmc.tv มหาสีลวชาดก :: สาเหตุที่ตรัสชาดก :: .....ในสมัยพุทธกาล พระภิกษุรูปหนึ่งเมื่อบวชก็ตั้งใจปฏิบัติธรรม แต่ยังไม่บรรลุมรรคผลใดๆ ต่อมาจึงประพฤติป...
วาทศิลป์
ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวันเมืองสาวัตถี ทรงปรารภบิณฑบาตอันมีรสอร่อยที่พระสารีบุตรให้แก่พวกภิกษุผู้ดื่มยาถ่าย ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธกว่า…
ชาดก 500 ชาติ สาลิยชาดก Force8949
กัลยาณธรรมชาดก 2
นิทานชาดก เสรีววาณิชชาดก จองเวรข้ามชาติเพราะถาดทองคำ Sub Eng
การ์ตูนนิทานชาดก http://www.happynitan.com/chadok003 เป็นแฟนเพจกับเราได้ที่ https://www.facebook.com/happynitan.
นิทานชาดก 500 ชาติ ตอน วาตมิคชาดก-ชาดกว่าด้วยอำนาจของรส
วาตมิคชาดก-ชาดกว่าด้วยอำนาจของรส ครั้งเมื่อมคธรัฐปรากฎเเสงธรรมะซึ...
กำเนิดสุรา
ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวัน เมืองสาวัตถีทรงปรารภหญิงนักดื่มสุรา ๕๐๐ คน ผู้เป็นสหายของนางวิสาขามหาอุบาสิกา ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธก ว่า…
มหากัณหชาดก สุนัขดำกินคน.
นิทานชาดก:มหากัณหชาดก นิทานชาดก 500 ชาติ เป็นเรื่องในอดีตชาติของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่แสดงแก่พระภิกษุในโอกาสต่างๆ เพื่อเป็นแบบแผนในการทำความดี หลักธรรมที่ได้...
แสดงความคิดเห็น เรื่อง : พระเตมีย์อธิษฐานจิตตั้งปณิธาน

 

คำค้น
16 พ.ค.2531 2553___สำหรับคนเกิดปี_จอ 2553___สำหรับคนเกิดปี_วอก 2554___สำหรับคนเกิดปี_วอก 2555___สำหรับคนเกิดปี_วอก กลอนธรรมะ กลอนธรรมะเกี่ยวกับพระคุณแม่ การ์ตูนพุทธสุภาษิต คนไม่มีเวลา จ่อยนายแน่มาก ถ้ำจักรพรรดิ์ ธรรมะ นิทานพระมหากัสสปะ นิยายรักอมตะครั้งพุทธกาล พระปิดตาหลวงปู่ พระปิดตาหลวงปู่โต๊ะ พระมหาโฆคคัลลานเถระ พระสมเด็จ วัดระลวงพ่อโต พระอรหันต์16พระองค์ พระอาจารย์ตี๋เล็ก_เขาสุนะโม มะแม รูปป่า ลัทธิไสยศาสตร์ วันอังคาร หลวงปู่ศรี ถาวโร หลวงปู่ศรี_ถาวโร หลวงปู่เณรคำ อิติปิโส 2554

ธรรมะ  
 
Copyright 2010, All Rights Reserved. สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
ติดต่อเรา e-mail dhammavarietyแอดhotmailดอทco.th