User :
Password :
สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน

ข่าวธรรมะ

ประวัติพระเกจิอาจารย์

ท่องเที่ยวทำบุญไหว้พระ

สถานที่ปฏิบัติธรรม

ดูดวง

ตำแหน่งโฆษณา
หมวด » นิทานธรรมะ » นิทานชาดก

 

พระเตมีย์ถูกนำไปฝังทั้งเป็น

พระเตมีย์ถูกนำไปฝังทั้งเป็น
 
พระราชาตรัสเรียกพราหมณ์ผู้ทำนายลักษณะมาถามว่า "เมื่อแรกที่ลูกเราเกิด พวกท่านบอกเราว่าพระกุมารสมบูรณ์ด้วยบุญลักษณะอันประเสริฐ   อันตรายนานาประการไม่สามารถแผ้วพานพระกุมารได้  บัดนี้  พระกุมารเป็นง่อยเปลี้ย    เป็นใบ้ ทั้งหูหนวกแล้ว  พวกท่านจะว่าอย่างไร"
 
 พวกพราหมณ์เห็นการณ์ผิดไปจากนิมิตที่ตนทำนายไว้เช่นนั้น เกรงราชทัณฑ์จึงกราบทูลแก้ว่า "พระอาญามิพ้นเกล้า พวกข้าพระองค์เห็นนิมิตทั้งหลายจนหมดสิ้น  แต่เพราะพระกุมารนี้เป็นโอรสที่ราชตระกูลทั้งหลายปรารถนาจึงได้มา เมื่อพวกข้าพระองค์กราบทูลว่าเป็นกาลกิณีตั้งแต่แรกประสูติ  พระองค์ก็จะเสียใจ  เพราะเหตุนั้น พวกข้าพระองค์จึงไม่กราบทูลให้ทราบเสียตั้งแต่แรก"

   พระราชาตรัสถามเหล่าพราหมณ์ว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป พราหมณ์เหล่านั้นได้ช่องจึงกราบทูลว่า  "ข้าแต่พระมหาราชเจ้า     ถ้าพระกุมารยังอยู่ในราชมณเฑียรต่อไป    จะเกิดอันตรายร้ายแรงถึง   ๓   ประการด้วยกัน   คือ   พระองค์จะถึงแก่ชีวิต     เศวตฉัตรจะถึงกาลล่มสลาย และพระอัครมเหสีจะถึงแก่ชีวิต ควรที่พระองค์จะชักช้าไม่ได้  ขอได้โปรดเตรียมรถอวมงคล เทียมด้วยม้าอวมงคล   นำพระราชกุมารบรรทมบนรถอวมงคลนั้นออกทางประตูทิศตะวันตก  ไปฝังเสียในป่าช้าผีดิบ" พระเจ้ากาสิกราชสดับคำของพราหมณ์เหล่านั้นแล้ว ทรงหวาดกลัวภยันตราย จึงมีบัญชาให้นำพระโอรสไปฝังตามคำของพราหมณ์
 
พระนางจันทาเทวีพระมารดาทราบดังนั้น จึงรีบเสด็จเข้าเฝ้าพระราชา กราบทูลทวงพรที่เคยฝากไว้คืน พระราชาให้เลือกขอพรได้ตามปรารถนา พระนางกราบทูลขอราชสมบัติให้พระโอรส  พระราชาไม่ทรงยินยอม พระเทวีทูลถามถึงสาเหตุที่ไม่ทรงยินยอม พระราชาตรัสว่าลูกของเราเป็นกาลกิณี   พระนางทูลว่าถ้าไม่พระราชทานตลอดชีวิต   ก็ขอได้โปรดพระราชทานราชสมบัติ ๗ ปี  พระราชาไม่ทรงยินยอม  พระเทวีจึงขอให้พระโอรสครองราชสมบัติลดลง ๖ ปี ๕ ปี ๔ ปี  ปี ๓ ปี ๒ ปี ๑ ปี ตามลำดับ แม้เช่นนั้นพระราชาก็ไม่ทรงยินยอม จึงทูลขอ ๗ เดือน  ๖ เดือน   ๕  เดือน  ๔ เดือน ๓  เดือน  ๒  เดือน  ๑  เดือน  จนถึง ๗ วัน    พระราชาจึงทรงยินยอม
 
พระราชาอนุญาตให้ประดับตกแต่งพระโอรสแล้ว ประกอบพิธีราชาภิเษก ป่าวประกาศไปทั่วพระนครว่า "ราชสมบัตินี้เป็นของพระเตมีย์ ราชกุมาร" ให้ประดับพระนครทั้งสิ้น นำพระโอรสประทับบนคชธาร ยกเศวตฉัตรขึ้นเหนือพระเศียร  จัดริ้วขบวนแห่ทำประทักษิณรอบพระนคร  ครั้นเสร็จพิธีราชาภิเษกแล้ว ให้พระโอรสบรรทมบนพระยี่ภู่อันมีสิริ 
 
พระราชมารดาตรัสวิงวอนตลอด ๕ วัน ๕ คืนว่า "เตมีย์ ลูกแม่    แม่ไม่เป็นอันหลับนอนร้องไห้มาถึง ๑๖ ปีเพราะลูก   ดวงตาทั้งสองของแม่ฟกช้ำ     หัวใจแม่เจ็บปวดเพราะความทุกข์โศก     แม่รู้ว่าลูกไม่ใช่คนง่อยเปลี้ย  ลูกอย่าทำให้แม่ไร้ที่พึ่งเช่นนี้เลย ครั้นถึงวันที่ ๖ ที่ลูกครองราชสมบัติ พระราชาจะรับสั่งให้เรียกนายสารถีชื่อสุนันทะมาเข้าเฝ้าตรัสสั่งว่า   "สุนันทะ พรุ่งนี้    จงเทียมม้าอวมงคลคู่หนึ่งที่รถอวมงคลแต่เช้าตรู่   นำลูกเรานอนบนรถนั้นออกจากพระนครไปทางประตูทิศตะวันตก ประกาศให้ผู้คนทั้งหลายทราบว่า คนกาลกิณีจะไปป่าช้าผีดิบ จงขุดหลุมฝังลูกเราที่ป่าช้าผีดิบนั้น  ลูกจะตายแต่เช้าพรุ่งนี้นะลูก"
 
พระเตมีย์ฟังดังนั้น   ก็มีจิตใจแช่มชื่นยินดี   ทรงดำริว่า  "เตมีย์  ความพยายามที่ทำมาตลอดระยะเวลา ๑๖ ปี    จะถึงที่สุดแห่งมโนรถของเจ้าในวันพรุ่งนี้แล้ว"   เมื่อพระมหาสัตว์ทรงดำริอยู่อย่างนี้     ก็เกิดปีติขึ้นภายในจิตใจอย่างมากมาย  ส่วนพระหฤทัยของพระมารดา กลับทุกข์ระทมเจ็บปวดเหมือนจะแตกสลาย  แม้เมื่อเป็นเช่นนั้นพระโพธิสัตว์ก็ทรงดำริว่า "ถ้าพูดอะไรออกไป    ความตั้งใจของเราจะไม่สำเร็จผล"  จึงไม่ยอมตรัสกับพระชนนีเลย 
 
ราตรีนั้นผ่านไปจนรุ่งเช้า พระเทวีสรงสนานพระโอรส  ตกแต่งแล้วให้โอรสประทับนั่งบนพระเพลา  ทรงสวมกอดพระโอรสร้องไห้ปิ่มจะขาดใจ  
 
เช้าวันนั้น นายสารถีลุกขึ้นเทียมรถแต่ย่ำรุ่ง ด้วยพระบารมีของพระโพธิสัตว์  เทวดาที่สถิตอยู่ในราชมณเฑียรดลใจให้นายสารถีนั่งรถมงคลที่เทียมด้วยม้ามงคล ขับออกมาหยุดอยู่ที่ประตูพระราชนิเวศน์     เข้าสู่ห้องบรรทมพระกุมารถวายบังคมพระเทวีแล้วกราบทูลว่า    "พระเทวี   ขอพระองค์อย่าได้กริ้วเลย   ข้าพระองค์รับพระราชบัญชามา" กราบทูลดังนี้แล้ว เอามือกันพระเทวีซึ่งนั่งร้องไห้สวมกอดพระโอรสอยู่ให้ถอยห่างออกไป อุ้มพระกุมารลงจากปราสาท 
 
พระนางจันทาเทวีสยายพระเกศา  ทุบทรวง  ทรงปริเทวนาการ ร้องไห้คร่ำครวญเจียนจะขาดใจ ท่ามกลางความเศร้าสลดของนางสนมในปราสาท
 
                 พระเตมีย์ทอดพระเนตรเห็นพระมารดากันแสงเหมือนพระทัยจะแตกทำลาย ก็ทรงดำริว่าเมื่อไม่พูด พระชนนีจะต้องมีพระทัยทำลายวายชนม์ จึงใคร่จะพูดด้วย  แต่ทรงดำริต่อไปว่า  "ถ้าเราพูดกับพระชนนี  ความพยายามที่ทำมาตลอด ๑๖ ปี   ก็เปล่าประโยชน์   เมื่อไม่พูดก็จะเป็นประโยชน์แก่ตนเอง  แก่พระชนก พระชนนี   และแก่มหาชนเป็นอันมาก"   ดำริเช่นนี้แล้วสู้อดกลั้นความโศกไว้ ไม่ตรัสอะไรกับพระชนนี
 
นายสุนันทสารถีนำพระราชกุมารขึ้นรถแล้ว ตั้งใจจะขับรถตรงไปประตูทิศตะวันตก ซึ่งเป็นที่ตั้งป่าช้าผีดิบ แต่ถูกเทวดาดลใจให้ขับรถตรงไปประตูทิศตะวันออก 
 
ครั้นล้อรถกระทบธรณีประตูออกนอกพระนคร   พระโพธิสัตว์สดับเสียงนั้นแล้วทรงดำริว่า  ความปรารถนาของเราสำเร็จแล้ว   เกิดแช่มชื่นเบิกบานใจอย่างประหลาด   รถแล่นออกจากพระนครไปไกลถึง ๓ โยชน์    ล่วงเข้าสู่ราวป่าอันรกชัฏแห่งใดแห่งหนึ่ง นายสารถีกลับรู้สึกไปว่าเป็นป่าช้าผีดิบ  พิจารณาดูเห็นว่าที่นี่เหมาะ   จึงหยุดรถเปลื้องเครื่องทรงแต่งองค์พระราชกุมารออกห่อวางไว้ใกล้ราชรถ       แล้วลงมือขุดหลุมไม่ห่างไกลจากราชรถนัก
 
พระเตมีย์ดำริว่า "เราไม่ได้ขยับเนื้อขยับตัวมาเป็นเวลานานถึง ๑๖ ปี เรายังมีกำลังอยู่หรือเปล่า"  จึงทดลองลุกขึ้นเอาพระหัตถ์ขวาลูบพระหัตถ์ซ้าย  พระหัตถ์ซ้ายลูบพระหัตถ์ขวา แล้วนวดพระบาททั้งสองข้าง  ทรงคิดจะลงจากราชรถ  แผ่นดินก็กลับสูงขึ้นเสมอท้ายราชรถจนเกยพระบาท
 
พระเตมีย์เสด็จลงจากราชรถ  เดินกลับไปกลับมาหน่อยหนึ่ง  ก็ทรงสัมผัสได้ถึงพละกำลังที่เต็มเปี่ยมสามารถเดินได้ไกลถึง ๑๐๐ โยชน์ภายในวันเดียว  เมื่อทรงพิจารณาต่อไปว่าหากนายสารถีทำร้ายจะมีกำลังพอที่จะสู้ได้หรือไม่ จึงทดลองจับท้ายรถแล้วยกขึ้นกวัดแกว่งไปมาเหนือพระเศียร  เหมือนยกรถของเล่นเด็ก    ครั้นทรงพิจารณาเห็นว่าพระองค์มีกำลังพอจะสู้กับนายสารถีได้  จึงประสงค์จะได้เครื่องประดับองค์
 
ท้าวสักกเทวราชก็ทราบพระประสงค์ ได้ให้วิสสุกรรมเทวบุตรนำเครื่องประดับทิพย์ไปประดับพระโพธิสัตว์   โพกพระเศียรด้วยผ้าทิพย์เหมือนท้าวสักกเทวราช
 
พระเตมีย์เสด็จไปยืนใกล้หลุมที่นายสารถีกำลังขุดอยู่  ตรัสถามว่า  "นายสารถี    ท่านก้มหน้าก้มตาขุดหลุม ๔ เหลี่ยมทำไม  ท่านจะใช้หลุมทำอะไร"
 
         นายสารถีได้ยินเสียงคนทักอยู่ไม่ไกล  แต่มิได้เงยหน้าขึ้นดูยังคงขุดหลุมต่อไป   พลางตอบว่า "พระโอรสของพระราชาเรา เป็นใบ้ หูหนวก ง่อยเปลี้ย    เหมือนคนไม่มีจิตใจ     พระราชารับสั่งให้เรานำมาฝังในป่าช้าผีดิบนี้"
 
พระเตมีย์ตรัสว่า "นายสารถี   พระราชาสั่งท่านให้ฝังพระโอรส ผู้เป็นใบ้ หูหนวก ง่อยเปลี้ย  แต่เราไม่ใช่คนหูหนวก    ไม่ใช่คนใบ้   ไม่ใช่คนง่อยเปลี้ย   และไม่ได้มีอวัยวะพิกลพิการแต่อย่างไร  ถ้าท่านฝังเราซึ่งไม่ได้เป็นเช่นนั้นในป่า   ท่านก็ทำสิ่งที่ไม่เป็นธรรม" 
 
พระเตมีย์เห็นนายสารถี   แม้ฟังคำนั้นแล้วก็ยังไม่แลดูพระองค์ ยังคงก้มหน้าก้มตาขุดหลุมต่อไป   ทรงประสงค์จะให้นายสารถีทราบว่าพระองค์ คือ พระเตมีย์กุมารไม่ได้หูหนวก   ไม่ได้เป็นใบ้   ไม่ได้ง่อยเปลี้ย  จึงตรัสว่า "หากคิดว่าเราง่อยเปลี้ยก็จงดูขาทั้งสองข้างของเราสินายสารถี  เป็นเหมือนลำกล้วยทองคำ แม้แขนทั้งสองข้างของเรา ก็มีผิวพรรณดังใบกล้วยทองคำ ได้ยินคำอันไพเราะของเราไหม เมื่อท่านเห็นแล้ว ยังใจดำฝังเราเสียในป่าได้  ท่านก็ทำสิ่งที่ไม่เป็นธรรม"
 
นายสารถีคิดว่าใครกันนี่  พอมาถึงก็ยกยอปอปั้นตนเองอยู่ได้ จึงหยุดขุดหลุมเงยหน้าขึ้นดู  ได้เห็นรูปร่างพระโพธิสัตว์  เกิดประหลาดใจไม่ทราบว่าชายผู้นี้เป็นมนุษย์หรือเทวดา จึงถามว่า "ท่านเป็นใครกัน เป็นเทวดา คนธรรพ์ หรือท้าวสักกเทวราช  ท่านเป็นลูกเต้าเหล่าใคร จึงมายืนยกยอปอปั้นตนเองอยู่เช่นนี้"
 
พระโพธิสัตว์จึงตรัสว่า "เราไม่ใช่เทวดา ไม่ใช่คนธรรพ์   ไม่ใช่ท้าวสักกะแต่อย่างไร เราเป็นโอรสพระเจ้ากาสิกราชที่ท่านกำลังขุดหลุมฝัง เป็นโอรสของพระราชาที่ท่านพึ่งพระบารมีเลี้ยงชีพอยู่ในเวลานี้   จงฟังเราเถิดนายสารถี   ถ้าท่านฝังเราเสียในป่า  ท่านก็ทำสิ่งที่ไม่เป็นธรรม  ผู้ใดอาศัยนั่งหรือนอนใต้ร่มไม้  ไม่ควรหักรานกิ่งต้นไม้นั้น  เพราะเขาผู้นั้นจะได้ชื่อว่าเป็นคนเนรคุณมิตร  เป็นคนหยาบช้า    พระราชาเป็นเหมือนต้นไม้   เราผู้เป็นโอรสเป็นเหมือนกิ่งไม้  ส่วนท่านเล่าเป็นเหมือนคนอาศัยร่มไม้  ถ้าท่านฝังเราเสียในป่า  ท่านก็ทำสิ่งที่ไม่เป็นธรรม"
 
ถึงแม้พระโพธิสัตว์จะตรัสอย่างนี้ นายสารถีก็ยังไม่เชื่อว่าพระองค์คือพระเตมีย์    แต่เพราะถ้อยคำพระโพธิสัตว์อ่อนโยนไพเราะจับใจ  จึงทำให้นายสารถียืนฟังอยู่

เขียนเมื่อ : 09 มิ.ย. 2554,18:02   เข้าชม : 1060 ครั้ง

นิทานธรรมะ » นิทานชาดกอื่นๆที่น่าสนใจ
ปัญหาที่ ๑๐ ถามลักษณะศรัทธา
“ ข้าแต่พระนาคเสน ศรัทธา เป็นลักษณะอย่างไร ? ” “ มหาราชะ ศรัทธามีความผ่องใส เป็นลักษณะ และ มีการแล่นไป เป็นลักษณะ ขอถวายพระพร ”
กามชาดก
ลิงเจ้าปัญญา
ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวันเมืองสาวัตถี ทรงปรารภความพยายามเพื่อปลงพระชนม์พระองค์ของพระเทวทัต ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธกว่า…
กุณาลชาดก 1 - นางนกดุเหว่า
กุณาลชาดก - นางนกดุเหว่า โทษของกามราคะ
นิทานชาดก 500 ชาติ ตอน หริตมาตชาดก-ชาดกว่าด้วยผู้มีอิสรภาพ
หริตมาตชาดก-ชาดกว่าด้วยผู้มีอิสรภาพ ณ แคว้นโกศล พระเจ้ามหาโกศลได้พ...
นิทาน ธรรมะ ตัณฑุลนาฬิ ชาดก1
นิทาน ธรรมะ ตัณฑุลนาฬิ ชาดก1.
พระราชกุมารผู้อัจฉริยะ
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิดเป็นราชกุมารของพระเจ้าชนสันธะ ผู้ครองเมืองพาราณสี มีหน้าตาสดใสงดงามมากจึงถูกขนานนามว่าอาทาสมุขกุมาร พอมีอายุได้ ๗ ขวบเท่านั้นพระชนกก็สวรรคต
หริตชาดก
ชาดกว่าด้วย ผู้มีอิสระภาพ
สุวรรณหังสชาดก - นิทานชาดก 500 ชาติ
ชาดกว่าด้วย โลภมากมักลาภหาย.
นิทานชาดก 500 ชาติ ตอน มโนชชาดก-ชาดกว่าด้วยคบคนชั่วไม่ได้ความสุขที่ยั่งยืน
มโนชชาดก-ชาดกว่าด้วยคบคนชั่วไม่ได้ความสุขที่ยั่งยืน สมัยนั้นมีสหายสองคนผู้เป็นชาวเมืองราชคฤห์ ในสองสหายนั้น คนหนึ่งบวชในสำนักของพระศาสดาอีกคนหนึ่งบวชในสำนักข...
แพะรับบาป
ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้า ประทับอยู่วัดเชตวัน เมืองสาวัตถี ทรงปรารภมตกภัต ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธกว่า…
นิทาน ชาดก หนุ่มน้อยเจ้าปัญญา
http://www.dmc.tv จุลลกเศรษฐีชาดก :: สาเหตุที่ตรัสชาดก :: .... ในสมัยพุทธกาล มีธิดาของเศรษฐีผู้หนึ่ง ในกรุงราชคฤห์ ลอบได้เสียกับทาสชายในบ้าน แล้วจึงพากันหนีไ...
แสดงความคิดเห็น เรื่อง : พระเตมีย์ถูกนำไปฝังทั้งเป็น

 

คำค้น
16 พ.ค.2531 2553___สำหรับคนเกิดปี_จอ 2553___สำหรับคนเกิดปี_วอก 2554___สำหรับคนเกิดปี_วอก 2555___สำหรับคนเกิดปี_วอก กลอนธรรมะ กลอนธรรมะเกี่ยวกับพระคุณแม่ การ์ตูนพุทธสุภาษิต คนไม่มีเวลา จ่อยนายแน่มาก ถ้ำจักรพรรดิ์ ธรรมะ นิทานพระมหากัสสปะ นิยายรักอมตะครั้งพุทธกาล พระปิดตาหลวงปู่ พระปิดตาหลวงปู่โต๊ะ พระมหาโฆคคัลลานเถระ พระสมเด็จ วัดระลวงพ่อโต พระอรหันต์16พระองค์ พระอาจารย์ตี๋เล็ก_เขาสุนะโม มะแม รูปป่า ลัทธิไสยศาสตร์ วันอังคาร หลวงปู่ศรี ถาวโร หลวงปู่ศรี_ถาวโร หลวงปู่เณรคำ อิติปิโส 2554

ธรรมะ  
 
Copyright 2010, All Rights Reserved. สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
ติดต่อเรา e-mail dhammavarietyแอดhotmailดอทco.th