User :
Password :
สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน

ข่าวธรรมะ

ประวัติพระเกจิอาจารย์

ท่องเที่ยวทำบุญไหว้พระ

สถานที่ปฏิบัติธรรม

ดูดวง

ตำแหน่งโฆษณา
หมวด » ธรรมะน่ารู้ » ธรรมะน่ารู้

 

เมื่อเชื่อมั่นในรัก อย่าปิดประตูไปจากรัก

เมื่อเชื่อมั่นในรัก อย่าปิดประตูไปจากรัก
ความรักได้สอนให้เรารู้ชัดว่า
ความชื่นชมสูงสุดของเรา
อยู่ในการสละความรู้สึกส่วนตัว
เข้ารวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับผู้อื่น

--------------


"ความรัก ที่แท้และความซื่อสัตย์นั้น ถึงแม้จะถูกผลักไสไล่ส่งสักเพียงใดก็ไม่จืดจาง เช่นเดียวกับความเท็จและความไม่จริงใจ ถึงแม้จะได้รับการทะนุถนอมสักเพียงใด ก็ไม่กลับเป็นดีขึ้นได้"

เป็นคำกล่าวของ วิลเลี่ยม เชกสเปียร์ นักเขียนกวีผู้เรืองนามของประเทศอังกฤษ คำกล่าวของเขาสะท้อนให้เห็นว่า เมื่อใดก็ตามที่เรามีวิธีปฏิบัติต่อเรื่องที่เกิดขึ้นในชีวิตด้วยความดีและ รักแท้บริสุทธิ์ แม้วันหนึ่งจะถูกมองวิธีการแสดงออกเพราะความรักนั้นเป็นเช่นใด ความดีอันเกิดแต่ความรักแท้นั้น ก็ยังคงเป็นความดีอยู่เช่นเดิม ขณะเดียวกันในส่วนที่เป็นความเลวร้าย ถึงแม้จะมีใครโจษขานว่าเป็นความดี ก็ไม่สามารถกลับร้ายกลายเป็นดีได้ เพราะทั้งสองส่วนแยกทางเดินขนานกันอย่างที่ไม่รู้ว่าจะมีเส้นทางบรรจบกันได้ อย่างไร

ชีวิตของคนเราก็เช่นกัน หากใครมีมุมมองในการใช้ชีวิตด้วยความรักอย่างมีสติ โอกาสที่จะเดินไปสู่จุดที่เป็นความสมดุลระหว่างชีวิตจิตใจของตัวเองและสิ่ง แวดล้อมอื่นๆ ย่อมเป็นไปด้วยความเอื้ออารีต่อกันและกันเสมอ เพราะมีวิธีเกี่ยวข้องด้วยอารมณ์แห่งรักที่บริสุทธิ์ มิใช่ความรักที่เคลือบแฝงด้วยความมุ่งร้ายซ่อนไว้ในใจแต่อย่างใด ความรักนั้นจึงก่อให้เกิดเป็นความดีงามอย่างน่าชื่นชม

แต่ในทางตรง กันข้าม หากผู้ใดมองความรักโดยมีศูนย์รวมที่ตัวเองเป็นหลัก ต้องการรวมความรู้สึกที่น่าปรารถนาจากผู้อื่นมาบรรจบอยู่ที่ตัวเอง คิดเผื่อให้ผู้อื่นเป็นอย่างที่ประสงค์ และฉุดกระชากลากดึงสิ่งที่ปรารถนามาสู่ห้วงเหตุผลของตัวเองฝ่ายเดียว นั่นแสดงว่าความรักเริ่มลดทอนความบริสุทธิ์ลง กลับกลายเป็นความเห็นแก่ตัวแทน เมื่อนั้นความรักจะกลายเป็นความหลง ทำให้คนนั้นหูหนวกตาบอดในทันที ทำให้มองแต่ไม่เห็น ฟังแต่ไม่ได้ยิน

มองสิ่งที่ผู้อื่นบอกว่าเป็นความผิดว่าถูกต้องในความคิดของตน ฟังคำกล่าวตักเตือนด้วยความหวังดีว่าเป็นความประสงค์ร้าย ทำให้เกิดการไม่ยอมรับในความคิดเห็นนั้น เมื่อภาวะของความลวงครอบงำเช่นนี้ ย่อมทำให้ชีวิตพลัดหล่นจากเส้นทางที่ดีงามไป กว่าจะกลับมาได้ ทุกอย่างที่ถักทอไว้ก็ต้องใช้เวลาเนิ่นนาน ในการสานต่อให้เป็นความดีได้ดั่งเดิม

รพินทรนาถ ฐากูร ปราชญ์เมธีชาวอินเดียกล่าวไว้ว่า

"ความรักได้สอนให้เรารู้ชัดว่า ความชื่นชมสูงสุดของเรา อยู่ในการสละความรู้สึกส่วนตัวเข้าร่วมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับผู้อื่น ความรักนี้ก่อสร้างปัญญา และความงดงามแห่งจิตในขอบเขตที่เราวางไว้ แต่มันจะหยุดอยู่ ถ้าหากเราไม่ขยายขอบเขตนั้นต่อไปอีก และยังจะกลับย้อนมาเป็นปฏิปักษ์ต่อวิญญาณแห่งความรักเองด้วยอีก เพราะมิตรภาพของเราจะเป็นไปเฉพาะพวกเฉพาะเหล่า"

เมื่อได้พิจารณา นิยามของความรักอย่างถูกต้องและกระจ่างชัดด้วยความเข้าใจแล้ว เราก็ควรที่จะเข้าไปชำระล้างห้องของดวงใจให้มีความพร้อมที่บริสุทธิ์ ที่จะรองรับความรักอันนำไปสู่ความเกื้อกูลต่อสรรพสิ่ง

เพราะหากมั่นใจในรักที่เป็นความงดงามแล้วไซร้ ไฉนเราจึงต้องปิดประตูแห่งรักนั้นด้วย เพราะรักที่แท้จริงนั้นงดงาม และเอื้ออารีต่อสรรพสิ่งเสมอ แต่เหตุที่รักแปรเปลี่ยนไป ก็เพราะฝนแห่งความหมองเศร้ากระหน่ำพร่างพรมมารดชีวิตชั่วขณะเท่านั้นเอง แต่คราเมื่อหมอกฝนแห่งความหลงเลือนหายไป ความรักแท้ที่งดงามก็กลับมาเยือนชีวิตด้วยความรื่นรมย์เช่นเคย

ถ้าหากเราขาดความเชื่อมั่นที่จะให้ความรักนำทางแล้ว วิธีคิดและการก้าวไปสู่สิ่งที่มุ่งหวังย่อมเลือนรางออกไปด้วยเช่นกัน เพราะการที่ใครคนหนึ่งจะก้าวไปสู่จุดหมายที่หวังไว้นั้น ต้องเริ่มต้นด้วยความรักและศรัทธาที่จะก้าวไป หลังจากนั้นจึงลงมือเดินตามหาฝันนั้นด้วยความพยายาม ผสานด้วยใจที่รู้จักไตร่ตรองสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยสติปัญญาเป็นเข็มทิศนำทาง

แต่ถ้าขาดความรักเป็นไฟส่องนำ การแสวงหาของบุคคลนั้น ย่อมไม่ต่างอะไรกับคนตาบอดที่ถือโคมไฟส่องทาง แต่ไม่สามารถทำให้เขามองเห็นเป้าหมายที่ปรารถนาอยู่ดี การเดินทางเพื่อไปสู่สิ่งที่หวัง จึงเต็มไปด้วยความยากลำบากเสมอ ทว่าเมื่อให้ความรักนำทางแล้วไซร้ การแสวงหานั้นย่อมเป็นการก้าวไปอย่างมีความหวัง และมีพลังที่จะไขว่คว้าสิ่งที่หมายปองมาครอบครองได้

ดังนั้น หากเชื่อมั่นในรัก อย่าปิดประตูไปจากรัก หากเชื่อมั่นว่ารักจะนำไปสู่การสร้างสันติให้กับชีวิต ก็โปรดทะนุดถนอมรักนั้นด้วยสติปัญญาให้มาโอบล้อมตัวเรา เพื่อเป็นกำแพงกางกั้นธุลีที่จะมาเกาะหน่วงรักนั้นให้ลดกำลังลง เมื่อนั้น รักแท้บริสุทธิ์ย่อมสำแดงตนบนความงดงาม และทรงคุณค่าตามวิถีแห่งรักเสมอ


ขอบคุณที่มา  :  www.watthummuangna.com
chaya : dhammavariety.com
เขียนเมื่อ : 24 มิ.ย. 2554,19:04   เข้าชม : 1293 ครั้ง

ธรรมะน่ารู้ » ธรรมะน่ารู้อื่นๆที่น่าสนใจ
สามีที่ดีต้องให้ได้ 4 อย่าง
สามีเป็นผู้ให้ครับ ภรรยาเป็นผู้เก็บ ( นี่จึงเป็นสิ่งที่ครอบครัว ทุกครอบครัวต้องมี ) แล้วชีวิตแห่งคู่สมรสจึงจะ สมบูรณ์ ที่สุดครับผม สิ่งที่ควรจะให้ มี 4 ข้อ คงจะตรงกันข้ามกับการเก็บของสาว ๆ เลย ดีไหมครับ หุหุหุ
สัญญากับความอยาก
สัญญากับความอยาก
หลักธรรม 4 ข้อ เพื่อความมั่งคั่งของครอบครัว
ในโลก...แห่งการเผชิญ
หัวใจสีขาว 11 บทที่6แบ่งปันกตัญญู
รีเซ็ตอารมณ์
ข้อคิดดีๆ สำหรับมนุษย์ทั้งหลาย
มงคลที่ 14.ทำงานไม่คั่งค้าง
มงคลที่ 14.ทำงานไม่คั่งค้าง จะทำงาน การใด ตั้งใจมั่น อย่าผัดวัน ทำเล่น เช้า เย็น สาย ไม่ทิ้งคา อากูล มากมูลมาย เร่งคลี่คลาย ให้เสร็จ สำเร็จการ
คลื่นความคิดกับการรักษาโรค
วันนี้จะกล่าวถึงเรื่องคลื่นความคิดกับ การรักษาโรค นิยามของคำว่า โรค หรือคำว่า สุขภาพดี สามารถนิยามได้หลายแบบ แต่วันนี้จะ เสนอนิยามคำว่าโรคในอีกนัยหนึ่ง ที่ถือว่าเป็นภาวะ สมมุติ
จิตเดิมมาจากไหน
ส่วนรวม-ส่วนโลก
อุปาทาน - หลวงปู่หล้า เขมปัตโต
แสดงความคิดเห็น เรื่อง : เมื่อเชื่อมั่นในรัก อย่าปิดประตูไปจากรัก

 

คำค้น
16 พ.ค.2531 2553___สำหรับคนเกิดปี_จอ 2553___สำหรับคนเกิดปี_วอก 2554___สำหรับคนเกิดปี_วอก 2555___สำหรับคนเกิดปี_วอก กลอนธรรมะ กลอนธรรมะเกี่ยวกับพระคุณแม่ การ์ตูนพุทธสุภาษิต คนไม่มีเวลา จ่อยนายแน่มาก ถ้ำจักรพรรดิ์ ธรรมะ นิทานพระมหากัสสปะ นิยายรักอมตะครั้งพุทธกาล พระปิดตาหลวงปู่ พระปิดตาหลวงปู่โต๊ะ พระมหาโฆคคัลลานเถระ พระสมเด็จ วัดระลวงพ่อโต พระอรหันต์16พระองค์ พระอาจารย์ตี๋เล็ก_เขาสุนะโม มะแม รูปป่า ลัทธิไสยศาสตร์ วันอังคาร หลวงปู่ศรี ถาวโร หลวงปู่ศรี_ถาวโร หลวงปู่เณรคำ อิติปิโส 2554

ธรรมะ  
 
Copyright 2010, All Rights Reserved. สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
ติดต่อเรา e-mail dhammavarietyแอดhotmailดอทco.th